3 กุมารแพทย์ จากโรงพยาบาลพญาไท 2 ชวนใส่ใจสุขภาพวัยรุ่นฟันน้ำนม

3 กุมารแพทย์

กรุงเทพฯ 1 กุมภาพันธ์ 2566 – โรคของเด็กไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ โรงพยาบาลพญาไท 2 ชวนพ่อแม่ยุคใหม่มาตระหนักถึงปัญหาสุขภาพของวัยรุ่นฟันน้ำนม ที่อยู่ในช่วงอายุระหว่างแรกเกิดจนถึง 15 ปี ให้มากขึ้น ด้วยการใส่ใจ ระวัง ป้องกันก่อนที่เด็กจะป่วยทั้งกายและใจแบบไม่ทันตั้งตัว พร้อมชู 3 กุมารแพทย์เฉพาะทางที่ให้คำปรึกษา รักษา ตอบโจทย์ ตรงจุด ชัดเจน (One Stop Service) ได้ที่ ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น ศูนย์กลางแห่งศูนย์สุขภาพเด็กแบบครบวงจร ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางครบทุกสาขาตลอด 24 ชั่วโมง

ปัจจุบันโรคภัยไข้เจ็บในเด็กเล็กถึงวัยรุ่นเกิดได้ง่ายขึ้นจากภาวะต่าง ๆ ทั้งสังคม สิ่งแวดล้อม พฤติกรรมการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป ทั้งอาหารการกิน สภาพอากาศ แม้กระทั่งการเสพสื่อ Social ต่าง ๆ อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยเจ็บป่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ โรคอ้วน หรือแม้กระทั่งพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็ก ล้วนเป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรใส่ใจเด็ก ๆ ในบ้านให้มาก โรงพยาบาลพญาไท 2 ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดให้มีศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่นไว้คอยให้บริการ พร้อมทั้งมีทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางให้การวินิจฉัย ดูแล และรักษาพยาบาลผู้ป่วยเด็กแบบครบวงจร เสมือนหนึ่งเป็นบุคคลในครอบครัว ครอบคลุมตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงวัยรุ่น ให้การตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยเด็กทั้งที่เป็นโรคทั่วไปจนถึงอาการหนักที่ต้องได้รับการรักษาพยาบาลและดูแลอย่างใกล้ชิดอบอุ่นใจเหมือนมีคนในครอบครัวมาดูแล เพื่อให้เด็กเติบโตได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ

“3 โรคเสี่ยงของวัยรุ่นฟันน้ำนมที่พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ” แนะนำ โดย 3 กุมารแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้รู้เท่าทันปัญหาสุขภาพที่อาจคาดไม่ถึงของคุณหนู ๆ ในบ้าน

  1. ภูมิแพ้ที่เด็กชอบแพ้ทาง รู้ทัน รักษาหายได้

ศ.พญ.จรุงจิตร์ งามไพบูลย์  กุมารแพทย์หัวหน้าศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น กุมารแพทย์ด้านโรคภูมิแพ้และอิมมูนวิทยาในเด็ก โรงพยาบาลพญาไท 2 อดีตนายกสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย อาจารย์พิเศษ หน่วยโรคภูมิแพ้และอิมมูนวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปี ในความเชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ในเด็ก คำแนะนำจากคุณหมอ : ภูมิแพ้เกิดได้ทั้งจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมที่เราอาจคาดไม่ถึง อาทิ สภาวะอากาศ ไรฝุ่น แมลงสาบ อยู่ในบ้านที่เลี้ยงสัตว์มีขน เช่น สุนัข แมว เป็นต้น หรือได้รับมลพิษทางอากาศ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม ควันบุหรี่ ฝุ่น PM 2.5 ส่วนใหญ่อาการของโรคภูมิแพ้เกิดจากปฏิกิริยาของภูมิคุ้มกันในร่างกายมีการตอบสนองมากผิดปกติต่อสารก่อภูมิแพ้ที่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังที่อวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ ระบบผิวหนังและเยื่อบุ ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการที่อาจเกิดขึ้นกับลูกได้ง่าย ๆ อาทิ อาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล คันจมูก หรือคันตาที่เป็น ๆ หาย ๆ ท่านสามารถพาเด็ก ๆ มาพบแพทย์เพื่อซักประวัติและตรวจร่างกายสำหรับการวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ ทดสอบสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น การทดสอบทางผิวหนัง หรือการตรวจเลือด ซึ่งปัจจุบันนิยมทำการทดสอบด้วยวิธีที่เรียกว่า การทดสอบทางผิวหนังเพื่อหาสารก่อภูมิแพ้ (Skin Prick Test) ซึ่งทำได้ง่าย รวดเร็ว เห็นผลตรงจุด ชัดเจน จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่และเด็กสามารถหลีกเลี่ยงการก่อภูมิแพ้ได้โดยตรง รักษาหายได้เร็วขึ้นได้โดยที่เด็ก ๆ ไม่ต้องทานยาเยอะ

Advertisment

  1. “พฤติกรรมเด็ก ที่พ่อ แม่ ไม่ควรละเลย”

พญ. ณิชา ลิ้มตระกูล กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านพฤติกรรมและพัฒนาการ ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2 ด้านปัญหาเกี่ยวกับเด็กในช่วงอายุระหว่างแรกเกิดจนถึงอายุ 15 ปี คุณหมอเข้าใจ เข้าถึงปัญหาพัฒนาการและพฤติกรรมเด็กอย่างรอบด้าน พร้อมให้คำปรึกษา แนะนำ และรักษาได้อย่างลงลึกถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเด็กในวัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรคสมาธิสั้น พูดช้า ก้าวร้าว ฯลฯ ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ พ่อแม่และผู้เลี้ยงดูควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมเด็กและปรึกษาคุณหมอในเบื้องต้น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็ก และทราบถึงพัฒนาการ พฤติกรรมของเด็กในขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร เหมาะสมเป็นไปตามวัยหรือไม่ และสิ่งใดที่เป็นปัญหาที่แท้จริงของเด็ก พร้อมทั้งรับแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาอย่างมืออาชีพ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และผู้เลี้ยงดูมีความเข้าใจ สามารถเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการให้แก่เด็กได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ก่อนที่จะมีการตรวจประเมินพัฒนาการเด็กในด้านต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ทั้งด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ภาษา รวมถึงการช่วยเหลือตัวเองและการเข้าสังคม พร้อมทั้งทีมนักกิจกรรมบำบัดที่ดูแลการปรับพฤติกรรมอย่างครบวงจร

  1. “ลูกเป็นโรคอ้วน รู้ตัวรึยัง !

พญ.นวลผ่อง เหรียญมณี กว่า 24 ปีแห่งความเชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์เฉพาะทางโรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2 คำแนะนำคุณหมอ : โรคอ้วนในเด็กเป็น 1 ใน 5 ของปัญหาสำคัญ ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ระบุไว้ เด็กไทยอายุ 3-18 ปี มีภาวะน้ำหนักเกินถึงร้อยละ 7 และเป็นเด็กที่จัดอยู่ในเกณฑ์อ้วนถึงร้อยละ 9 ความอ้วนของเด็กไม่ควรมองข้าม เพราะอาจจะส่งผลร้ายทั้งร่างกายและจิตใจในระยะยาว รวมถึงการเกิดภาวะโรคแทรกซ้อนกับเด็กได้ ซึ่งหากพ่อแม่ยังคงละเลยและมองเป็นเรื่องน่ารัก อาจทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาอย่างไม่ทันตั้งตัว อาทิ โรคเบาหวาน หยุดหายใจขณะหลับ นอนกรน ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง นิ่วในถุงน้ำดี รวมไปถึงกระดูกและข้อก็มีโอกาสเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร โรงพยาบาลพญาไท 2 จึงอยากชวนคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่มาตระหนักถึงความอ้วนของเด็กให้ดี อย่ามองว่าเป็นเพียงความน่ารัก ควรระมัดระวังป้องกันก่อนจะเกิดโรคกับลูก หากไม่แน่ใจว่าลูกของคุณจัดอยู่ในกลุ่มเด็กอ้วนเกินมาตรฐานหรือไม่ สามารถเข้ามาปรึกษาและรับคำแนะนำจากคุณหมอได้รอบด้าน ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย ในเด็กที่มีความเสี่ยงหรือสภาวะความอ้วนที่เกิดขึ้นแบบผิดปกติกับเด็ก รวมไปถึงวางแผนการรักษา ตั้งจุดหมายร่วมกันเพื่อรักษาโรคอ้วนในเด็กให้หายขาด ไม่ใช่เพียงแค่ลดน้ำหนักเท่านั้น อีกทั้งยังสามารถติดตามวัดผลน้ำตาลในเลือดได้ด้วยเครื่องวัดระดับน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง หรือ Continuous Glucose Monitoring (CGM) อุปกรณ์ที่สามารถตรวจวัดระดับน้ำตาลได้แบบต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

Advertisment

“ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น” ศูนย์กลางแห่งศูนย์สุขภาพเด็กแบบครบวงจร One Stop Service พร้อมให้การดูแลด้วยทีมกุมารแพทย์ที่เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยมาตรฐานที่มุ่งเม้นการรักษาอย่างตรงจุดมากด้วยประสบการณ์ พยาบาล เครื่องมือที่สะอาด และปลอดภัย ส่งผลให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจกับผลที่เกิดขึ้นหลังจากเข้ารับบริการอย่างแน่นอน เพื่อสุขภาพและพัฒนาการที่ดีของลูกรักจะได้เป็นไปอย่างเหมาะสมตามวัยที่กำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น ชั้น 2 อาคาร B โรงพยาบาลพญาไท 2 ติดต่อ โทร. 02-271-6700 ต่อ 3220-3223 หรือ Phyathai Call Center 1772 ตลอด 24 ชั่วโมง