MEB ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 75.5 ล้านหุ้น

MEB ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 75.5 ล้านหุ้น ชูจุดแข็งผู้จำหน่าย E-Book เบอร์ 1 เมืองไทย ผู้ถือหุ้นรายใหญ่โชว์สปิริตขอล็อกอัพหุ้นทั้งหมด 100%

บมจ. เมพ คอร์ปอเรชั่น (MEB) หุ้นไอพีโออนาคตไกลในเครือ CRC ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นจำนวน 75.5 ล้านหุ้น ด้าน Lead Underwriter ระบุหุ้น MEB ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม โดยในส่วนของสถาบันจองซื้อถึง 50.33% คาดเตรียมลงสนามเทรดตลาด mai ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ วันที่ 14 ก.พ.นี้ ชูจุดแข็งส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 โดยมีสมาชิกผู้เข้าใช้บริการมากกว่า 8,000,000 บัญชี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนุนผลการดำเนินงานอนาคตเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จ่อขึ้นแท่นหุ้นไอพีโอน้องใหม่ขวัญใจนักลงทุน พร้อมกันนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ได้สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนเพิ่มเติม โดยหุ้นในส่วนของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด silent period จำนวน 59,500,000 หุ้น คิดเป็น 19.83% ทางผู้ถือหุ้นประกาศขอล็อกอัพทั้งหมด

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จํากัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (MEB) เปิดเผยว่า การจองซื้อหุ้นไอพีโอของ MEB จำนวน 75,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น ในราคาหุ้นละ 28.50 บาท ระหว่างวันที่ 3 กุมภาพันธ์ และวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างคึกคัก ทั้งนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายย่อยเพราะมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของ MEB ซึ่งดำเนินธุรกิจจำหน่ายวรรณกรรมออนไลน์ มีความพิเศษเฉพาะตัวที่โดดเด่น มีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องในอนาคตจากแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการใช้เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคนไทยมีลำดับการใช้งานอันดับต้น ๆ ของโลก

โดย MEB คาดเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า “MEB” ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ

“จากฐานะทางการเงินของ MEB ทีมีความแข็งแกร่ง และเป็นแพลตฟอร์มสำหรับอ่านวรรณกรรมออนไลน์ระดับแนวหน้าของประเทศ ทีมผู้บริหารมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมวรรณกรรมออนไลน์ทั้งต้นน้ำตลอดจนปลายน้ำ ดำเนินงานโดยไร้ภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ย ทำให้สามารถเดินหน้าขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รองรับความต้องการผู้บริโภคได้อีกมาก และอีกเหตุผลที่ทำให้หุ้น MEB ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม เนื่องจาก MEB มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่งเมื่อพิจารณาจากรายได้รวม มีสมาชิกผู้เข้าใช้บริการมากกว่า 8,000,000 บัญชี และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เห็นถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานในอนาคตของ MEB จะสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต” นายพิเชษฐกล่าว

นายรวิวร มะหะสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (MEB) กล่าวว่า ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นและเข้าลงทุนในหุ้น MEB ผู้จำหน่ายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ผ่านแพลตฟอร์ม meb และ readAwrite ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับอ่านวรรณกรรมออนไลน์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย ที่เข้าระดมทุนในตลาดหุ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเติบโตในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมทั้งมุ่งมั่นดำเนินงานบนพื้นฐานของการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งนี้ไปใช้ ดังนี้

1.เพื่อใช้สำหรับการขยายธุรกิจที่อยู่ในแพลตฟอร์มปัจจุบัน (meb readAwrite และ Hytexts) อาทิ การเพิ่มเนื้อหาวรรณกรรมออนไลน์ ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์วรรณกรรมประเภทนิยายและการซื้อลิขสิทธิ์วรรณกรรมประเภทอื่นที่ไม่ใช่นิยาย

2.เพื่อใช้สำหรับการขยายธุรกิจใหม่ ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจปัจจุบันไปยังต่างประเทศ อาทิ การสร้างแพลตฟอร์มวรรณกรรมออนไลน์ใหม่ในต่างประเทศ โดยใช้ภาษาท้องถิ่นของประเทศนั้น ๆ หรือการสร้างแพลตฟอร์มวรรณกรรมออนไลน์ใหม่ในภาษาอังกฤษ โดยเน้นรูปแบบที่บริษัทซื้อลิขสิทธิ์ของวรรณกรรมภาษาไทยที่แต่งขึ้นโดยนักเขียนชาวไทยที่เป็นที่นิยมมาแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มวรรณกรรมออนไลน์ใหม่ในภาษาอังกฤษ และในรูปแบบแพลตฟอร์มที่บริษัทจะให้นักเขียนอิสระสามารถจำหน่ายผลงานวรรณกรรมในภาษาอังกฤษเป็นตอนได้ ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับแพลตฟอร์ม readAwrite

3.เพื่อใช้ในการปรับปรุงพัฒนาแพลตฟอร์มปัจจุบันให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ


ทั้งนี้ บริษัทมีสัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด silent period จำนวน 59,500,000 หุ้น คิดเป็น 19.83% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ ทางผู้มีส่วนร่วมในการบริหารทั้งหมดได้ตกลงที่จะจำกัดสิทธิของตนว่าจะไม่จำนำ จำนอง ก่อภาระติดพัน ขายหรือจำหน่ายจ่ายโอนหุ้นของตนให้แก่บุคคลอื่นใดในช่วงระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันที่หุ้นของบริษัท เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ