กรมทรัพยากรน้ำ ฟื้นฟูแหล่งน้ำพื้นที่เกษตรบ้านลานคา จ.ราชบุรี

กรมทรัพยากรน้ำ

โครงการระบบกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์บ้านลานคา โดยกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้การสนับสนุนองค์การบริหารส่วนตำบลยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เพื่อจัดสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ร่วมสนับสนุนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฯ (อพ.สธ.) บ้านลานคา ในพื้นที่ หมู่ที่ 8  ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ที่ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค และพื้นที่การเกษตร ในพื้นที่กว่า 22,000 ไร่

กรมทรัพยากรน้ำได้รับการประสานงานจาก องค์การบริหารส่วนตำบลยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและเสริมการเกษตรในพื้นที่หมู่ที่ 8  ต.ยางหัก ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโครงการ อพ.สธ. และเป็นพื้นที่ที่จัดไว้เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่นสู่ความยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการกำหนดพื้นที่ป่าชุมชนหมู่ที่ 8 บ้านลานคา เป็นพื้นที่นำร่อง ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาการขาดแคลนน้ำส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 7 ได้ดำเนินการเจ้าหน้าที่ลงสำรวจพื้นที่เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา และจากการสำรวจได้มีแนวทางในการแก้ปัญหา คือ ให้ติดตั้งระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยการกระจายน้ำให้ประชาชน ส่งผลให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภค ทำการเกษตร อีกทั้งประหยัดพลังงานไฟฟ้า รวมถึงการรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและอุทกภัยในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำเป็นหน่วยปฏิบัติหลักในการสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิตตามแนวทางการดำเนินงานแผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 19 การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบเพื่อให้บรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


นายเวสารัช โสภณดิเรกรัตน์  ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 7 กล่าวถึงโครงการนี้ว่า“โครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังแสงอาทิตย์ที่จัดทำขึ้นนี้ ขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จ ซึ่งมีทั้งโรงสูบน้ำเรือเหล็ก งานโครงการรับแผงโซลาร์เซล งานหอถังสูง จุดจ่ายน้ำ งานโครงสร้างและส่วนประกอบ รั้วเหล็ก งานระบบท่อส่งน้ำ ซึ่งจะเกิดประโยชน์ทั้งในเรื่องของการกระจายน้ำเพื่อการเกษตรในชุมชนใกล้เคียงพื้นที่โครงการ เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งจำนวนกว่า 22,170 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ถึง 319 ครัวเรือน โดยจะมีปริมาณน้ำที่ส่งเข้าโครงการได้ 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งจะช่วยทำให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการมีน้ำใช้อย่างพอเพียง สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ดี และจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับรู้ถึงประโยชน์จากโครงการ อพ.สธ.ในมากยิ่งขึ้นอีกด้วย”