สร้างความสุขด้วยตัวคุณเองเพื่อสุขภาพจิตและร่างกายที่ดีขึ้น

สร้างความสุขด้วยตัวคุณเองเพื่อสุขภาพจิตและร่างกายที่ดีขึ้น

จากสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดกระแสการตื่นตัวเรื่องสุขภาพเพิ่มขึ้นทั่วโลก จากการศึกษาของ CNN พบว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกันกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มองว่าสุขภาพจิตเป็นปัญหาวิกฤตในสหรัฐอเมริกา ขณะที่ผู้คนทั่วโลกต่างมองหาหนทางหรือสิ่งที่สามารถช่วยให้มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นจากภายใน เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าการมีสุขภาพจิตที่ดีจะส่งผลดีต่อร่างกายและความเป็นอยู่โดยรวม ถ้ามีสุขภาพที่ดีจะมีความสุข และถ้ามีความสุขก็จะทำให้มีสุขภาพที่ดีเช่นกัน

อะไรทำให้มีความสุข?

เรื่องของ “ความสุข” อาจฟังดูเป็นเรื่องของปัจเจก บางคนอาจมองว่าการมีสุขภาพกายและจิตใจที่ดีทำให้มีความสุข บางคนอาจมองว่าครอบครัวคือความสุขในชีวิต และบางคนอาจเห็นว่าชีวิตที่มีเป้าหมาย การมีงานทำและมีสภาพการเงินที่มั่นคงคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้มีความสุข แน่นอนว่าไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดสำหรับเรื่องนี้ แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้มีความสุขกันแน่? สำหรับคำตอบต่อไปนี้จะถูกอธิบายอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกาย จิตใจ และอารมณ์เป็นหลัก ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น ถ้าดูแลสุขภาพร่างกายให้ดีด้วยการกินอาหารที่ดีและออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะส่งผลดีต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ช่วยลดความดันโลหิตและความวิตกกังวล ซึ่งสัมพันธ์กับการหลั่งสารสื่อประสาทที่มีผลต่อความสุข เช่น เอ็นโดรฟิน เซโรโทนิน โดปามีน รวมทั้งสารสื่อประสาทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสมอง

ต่อไปนี้จะเป็นเคล็ดลับแนะนำสำหรับใช้เป็นแสงไฟนำทางไปสู่เส้นทางการสร้างความสุขและการมีสุขภาพที่ดีขึ้นแบบระยะยาว

เติมพลังงานให้ตัวเองด้วยอาหาร

วิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าการกินเพื่อสุขภาพ ไม่ได้มีดีแค่เติมพลังงานให้ร่างกายเท่านั้น แต่ยังทำให้มีความสุขอีกด้วย เนื่องจากอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการจะให้สารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกายและสมอง ช่วยเพิ่มการผลิตสารสื่อประสาทที่มีผลต่อความสุข

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายเป็นประจำและการมีไลฟ์สไตล์ที่แอ็กทีฟนั้นมีประโยชน์ต่อทั้งร่างกายและสมอง เพราะช่วยสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรงให้ร่างกาย ในขณะที่สมองก็ได้รับออกซิเจนและสารอาหารจากการไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่การสร้างสารแห่งความสุขที่ชื่อว่า “โดปามีน” ด้วยเหตุผลนี้ การออกกำลังกายจึงถูกนำมาใช้เพื่อรักษาอาการผิดปกติทางอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้า พฤติกรรมเสพติด และการกินมากผิดปกติ

หาเวลาพักผ่อน

การหาเวลาพักผ่อนและเติมพลังเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาความสุขที่แท้จริง รวมทั้งช่วยลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และทำให้จิตใจสงบขึ้น ซึ่งทุกคนสามารถสร้างกระบวนที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลายได้ด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้

1) หาที่ส่วนตัวนั่งเงียบ ๆ

2) ผ่อนคลายกล้ามเนื้อตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยการเกร็งสลับกับคลายกล้ามเนื้อในแต่ละส่วน

3) จดจ่ออยู่กับการหายใจ

4) หายใจเข้าลึก ๆ

5) นึกถึงภาพที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เช่น ภาพคลื่นทะเล ต้นไม้ เป็นเวลา 20 นาทีต่อวัน จะสามารถช่วยเพิ่มพลังให้จิตใจและช่วยให้หลับสนิทขึ้น

เลือกมองแต่สิ่งดี ในชีวิต

ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงความคิด การปรับมุมมองความคิดให้โฟกัสที่สิ่งดี ๆ ในชีวิต โดยไม่สนว่าจะเป็นสิ่งดี ๆ เรื่องเล็กหรือใหญ่ แทนการหมกมุ่นอยู่กับความยากลำบากของชีวิต แม้ว่าเรื่องนี้อาจฟังดูพูดง่ายกว่าทำ แต่การวิจัยแสดงให้เห็นว่าการที่จดจ่ออยู่กับสิ่งที่ดีในชีวิตและรู้สึกขอบคุณสิ่งเหล่านี้ ทำให้มีความสุขมากขึ้น ซึ่งทุกคนสามารถทำได้โดยการจดบันทึกความรู้สึกที่ดีสั้น ๆ ในทุกวัน เพื่อขอบคุณโลกใบนี้สำหรับทุกสิ่งที่เข้ามาเป็นเรื่องดีในชีวิต

โฟกัสในสิ่งที่ควบคุมได้

ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องที่ควบคุมได้และไม่ได้ ซึ่งเรื่องที่คุมไม่ได้มักเป็นสาเหตุที่ทำให้รู้สึกกังวล ดังนั้น การเลือกรับผิดชอบและทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่ควบคุมได้ อย่างนิสัยหรือการทำงาน จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความสุขในชีวิต ซึ่งรากฐานของความสุขที่มั่นคงต้องเริ่มจากการพัฒนานิสัยที่ดีในทุกด้านของชีวิต รวมถึงเรื่องที่สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ อย่างการกินอาหารที่สมดุลและการใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉง


ความสุขไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือโชคชะตา แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนสร้างได้ ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และจิตวิญญาณ ซึ่งถ้าได้ค้นพบเส้นทางความสุขที่เป็นของตัวเองแล้ว ความสุขนี้จะเบ่งบานอย่างงดงามตลอดไป