โรงเรียน OTOP การยกระดับผู้ผลิต ผู้ประกอบการในชุมชนอย่างยั่งยืน

โรงเรียน OTOP การยกระดับผู้ผลิต

“โรงเรียน OTOP” การยกระดับผู้ผลิต ผู้ประกอบการในชุมชนอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดแห่งการเกื้อกูล

“เพื่อนช่วยเพื่อน” เป็นจุดเริ่มต้นของวงจรแห่งการแบ่งปัน ช่วยปลูกจิตสำนึกแห่งการพึ่งพาอาศัยกัน รวมถึงการสร้างความหวัง และความเชื่อมั่นในระบบ “สังคมแห่งการเกื้อกูล” เมื่อทุกคนในกลุ่มมีการเกื้อกูล จะมองเห็นพลังและคุณค่าจากสิ่งเหล่านี้ แล้วก็จะสามารถเห็นผลของการเปลี่ยนแปลงจนเกิดการขยายผลไปสู่วงกว้างทั้งระบบได้

กรมการพัฒนาชุมชน ในฐานะหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชน จึงได้พลักดัน และขยายผลแนวคิดนี้ ภายใต้ความสัมพันธ์ของ “เพื่อนช่วยเพื่อน” “พี่สอนน้อง” และ “ชาวบ้านสอนชาวบ้าน” มาใช้กับการส่งเสริมการดำเนินงาน “โรงเรียน OTOP” (สถาบันส่งเสริมความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น : OTOP Academy) ซึ่งมีบทบาทอย่างยิ่งในการสร้างพลังชุมชน เพื่อการพัฒนาชุมชน

อย่างที่เราทราบกันดีว่า “โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)” เริ่มดำเนินมาตั้งแต่ปี 2544 หรือเป็นเวลามากกว่า 20 ปีแล้ว ทำให้ปัจจุบันมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่ลงทะเบียนถึง 97,913 กลุ่ม/ราย มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 221,302 ผลิตภัณฑ์ โดยในจำนวนนี้มีทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการรายใหม่ ที่ยังขาดโอกาสในการพัฒนาตนเอง พัฒนาผลิตภัณฑ์ และการส่งเสริมช่องทางการตลาดอยู่ไม่น้อย

แต่เนื่องจากปัจจุบันการแข่งขันทางการตลาดนั้นสูงขึ้นมาก ไม่ใช่เพียงแค่บรรดาเอกชนรายใหญ่เท่านั้นที่ต้องปรับตัว แต่ยังรวมไปถึงผู้ประกอบการรายย่อย หรือแม้แต่วิสาหกิจชุมชนก็ต้องมีการพัฒนาตนเองให้ทันด้วยเช่นกัน เพื่อการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ให้ประสบผลสำเร็จ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน จึงมุ่งเน้นการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP การพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมช่องทางการตลาด

โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้จัดตั้งโรงเรียน OTOP เพื่อให้มีศูนย์กลางในการเรียนรู้ในระดับพื้นที่เป็นแหล่งบ่มเพาะความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ยึดโยงสำนึกชุมชนและธรรมาภิบาลในการประกอบอาชีพ โดยมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่มีความรู้ ซึ่งล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์ มีการดำเนินการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น และประสบผลสำเร็จด้านการตลาด มาถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในรูปแบบของโรงเรียน OTOP ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ประจำชุมชน ทำให้เกิดการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน นำไปสู่การพัฒนายกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP อย่างเป็นระบบ และเกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

สำหรับโรงเรียน OTOP ปัจจุบันมีการดำเนินการแล้วจำนวน 7 แห่ง คือ 1) ศูนย์ OTOP คอมเพล็กซ์ จ.สระบุรี 2) กลุ่มจักสานบางเจ้าฉ่า จ.อ่างทอง 3) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง จ.พัทลุง 4) กลุ่มหัตกรรมคุ้มสุโข บ้านดอนข่า ต.ชนบท อ.ชนบท จ.ขอนแก่น 5) ศูนย์ OTOP ข่วงสันกำแพง จ.เชียงใหม่ 6) โรงเรียน OTOP น่าน : วิสาหกิจชุมชนชีววิถี ต.น้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง จ.น่าน 7) ศูนย์ OTOP OUTLET จ.พระนครศรีอยุธยา

และล่าสุดมีแผนที่จะขยายเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง คือ โรงเรียน OTOP จ.อุดรธานี และ จ.สุโขทัย ถือเป็นการต่อยอด “กลไกการพัฒนา” ที่เริ่มต้นจากการเกื้อกูลกันของคนในสังคมอย่างแท้จริง