“ดานอน”ลุย“โครงการบันยัน” เฟส2ชูกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก

“ดานอน”ลุย“โครงการบันยัน” เฟส2ชูกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก

“ดานอน”ลุย“โครงการบันยัน” เฟส2ชูกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก สร้างการเติบโตอย่างแข็งแรง-มีความสุข

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – บริษัท ดานอน สเปเชียลไลซ์ นิวทริชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มระดับโลก หรือคนไทยรู้จักกันในนาม “ดูเม็กซ์” (Dumex) สานต่อ “โครงการบันยัน” เฟสที่ 2 ลุยแคมเปญสนับสนุนคุณภาพชีวิตของแม่และเด็กให้มีสุขภาวะที่ดีขึ้น ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลาย ส่งเสริมพัฒนาการของเด็กอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อมอบการเติบโตอย่างแข็งแรงและมีความสุขให้กับเด็กไทยรุ่นต่อไป และตอกย้ำวิสัยทัศน์มุ่งสร้างสุขภาพที่ดีให้กับผู้คนให้ได้มากที่สุด

“โครงการบันยัน” เริ่มดำเนินการในปี 2562 โดยบริษัท “ดานอน ประเทศไทย” ที่ผนึกกำลังกับภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และสถาบันการศึกษา ได้ร่วมกันส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของแม่และเด็กไทยให้เติบโตและแข็งแรงอย่างเต็มศักยภาพ “โครงการบันยัน” ตั้งเป้าหมายความสำเร็จภายในระยะเวลารวมตลอดโครงการกว่า 5 ปี ในการสนับสนุนแม่และเด็กให้มีคุณภาพชีวิต โภชนาการที่ดี และมีพัฒนาการตามวัยที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต

โครงการได้ดําเนินการผ่านสองความคิดริเริ่มหลัก ได้แก่

การจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กต้นสุข ซึ่งมี 2 แห่งใน จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สมุทรปราการ เพื่อเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กที่ได้คุณภาพ สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 3 ปี รวมถึงช่วยเหลือครอบครัวรายได้น้อยหรือด้อยโอกาสทางสังคมให้สามารถเข้าถึงการดูแลที่มีคุณภาพ

การจัดตั้ง “มูลนิธิ 1,000 วันแรก” เพื่อเผยแพร่ข่าวสารวิชาการ และการระดมทุนในการสนับสนุนการดำเนินงานของสถานรับเลี้ยงเด็กต้นสุข พร้อมช่วยเหลือกลุ่มแม่ผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงแนวทางการเลี้ยงดูบุตรให้มีชีวิตที่ดีและมีพัฒนาการสมวัย

ในปีนี้ ดานอน ยังคงลุยโปรเจกต์โครงการบันยันอย่างเต็มกำลัง โดยได้มุ่งเน้น “กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก” เพื่อสร้างสรรค์การเรียนรู้ผ่านการเล่นที่หลากหลาย รวมถึงการทำกิจวัตรประจำวันซึ่งออกแบบมาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเด็กๆ ในสถานรับเลี้ยงเด็กต้นสุขทั้ง 2 แห่ง เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านสังคม อารมณ์ จิตใจ และสติปัญญา ซึ่งช่วยให้เด็กมีทักษะการพัฒนากล้ามเนื้อ นอกจากนี้เด็กๆ ยังได้รับการสนับสนุนให้ฝึกสมาธิ  เรียนรู้ที่จะมีความอดทน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และฝึกความพยายาม จนเกิดเป็นความภาคภูมิใจในผลงานของตนเองเมื่อทำสำเร็จ

โดยสถานรับเลี้ยงเด็กต้นสุขแต่ละแห่งได้จัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการของเด็ก เพื่อพัฒนาการที่มีศักยภาพอย่างเต็มที่ ได้แก่

บ้านต้นสุขสมุทรปราการ มีการจัดกิจกรรมมากมายให้เด็กๆ ในศูนย์ อาทิ ร้องเล่นเต้นรำ ต่อบล็อก ปิดตาตีปี๊บ วิ่งเปี้ยว    กระโดดกบ ปั้นดินน้ำมัน ปั้นแป้งโดว์ ช้อนไข่ ระบายสี ขีดเขียน หยดสี เป่าสี ร้อยหลอด เดินตามเส้น ต่อรถไฟ ทำแซนด์วิช ปลูกต้นไม้ เล่านิทาน รวมถึงการสอนให้รู้จักอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยครูพี่เลี้ยงจะมีหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย และส่งเสริมการกระทำที่ดีของเด็ก เพื่อให้เด็กมีความรับผิดชอบและรู้จักหน้าที่ของตนเองในระหว่างการทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน เริ่มจากการเข้าแถวสวดมนต์ ร้องเล่นเต้นรำ ต่อด้วยการเรียนการสอน และหลังจากการเรียนพี่เลี้ยงจะแบ่งเด็กทำกิจกรรมของแต่ละวัน

บ้านต้นสุขนครศรีธรรมราช ครูพี่เลี้ยงจะเน้นการส่งเสริมให้เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองและมีระเบียบวินัย เช่น การให้เด็กๆ เดินเข้าบ้านต้นสุขเอง ถอดรองเท้าและจัดเก็บให้เข้าที่ด้วยตนเอง นำกล่องนมไปทิ้งถังขยะเอง และมีส่วนร่วมในกิจวัตรประจำวัน อาทิ การเข้าแถวร้องเพลงชาติในทุกเช้า ต่อด้วยการล้างมือ การดื่มนม การแปรงฟัน และการออกกำลังกาย หากเด็กคนไหนทำได้ดีจะเป็นตัวแทนหยิบนมให้เพื่อนๆ ทุกคน ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมความกล้าแสดงออก ทำให้รู้จักชื่อเพื่อนทุกคน และแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมกระตุ้นพัฒนาการ ประกอบด้วย การทำแป้งโดว์ ทำขนม ร้อยเชือก วางแผ่นโฟมตามรูปทรง ร้อยลูกปัด ปะติดภาพ ระบายสี ต่อบล๊อก กระโดดตามสัญลักษณ์ โยนบอลใส่ตะกร้า เล่นอิสระกับเพื่อนๆ

คุณศรีศักดิ์ ไทยอารี ประธานคณะกรรมการ โครงการบันยัน กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจทุกครั้งที่เห็นเด็กๆ สามารถปรับตัวได้ดีขณะที่มาโรงเรียน และรู้สึกดีใจทุกครั้งที่ผู้ปกครองให้เสียงตอบรับอย่างดีว่าเด็กๆ เก่งขึ้นมาก ผู้ปกครองหายห่วง เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ดี มีระเบียบวินัย รู้จักรอคอย ขอบคุณ ขอโทษ เหล่านี้เป็นผลมาจากการส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาการของเด็กที่เรามุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ที่จะสนับสนุนให้เด็กๆ ได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เหมาะสม และมีความสุข ซึ่งเราจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคมต่อไปผ่านโครงการบันยัน แต่เหนือสิ่งใด อยากฝากผู้ปกครองในเรื่องของการเสริมช่วยในเรื่องต่างๆ เช่น การให้เวลากับลูก เล่นกับลูก ไม่ให้ลูกดูมือถือ ดูทีวี เพราะของเล่นที่ดีที่สุดสำหรับลูก คือ พ่อแม่ ผู้ปกครองนั่นเอง”


ด้าน คุณกอบกาญจน์ ตระกูลวารี ผู้อำนวยการบริหารสหทัยมูลนิธิ กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มูลนิธิสหทัยได้ร่วมมือกับดานอนในโครงการบันยัน ได้ใช้องค์ความรู้ทั้งการทำงานกับเด็กโดยตรงและการทำงานกับพ่อแม่มาช่วยทำให้เด็กๆ ได้รับการดูแลที่มีคุณภาพมากขึ้น รวมทั้งการร่วมทำงานกับอาสาสมัครในชุมชนเพื่อช่วยกันเผยแพร่ความรู้มหัศจรรย์พันวันให้กับพ่อแม่ของเด็กๆ ที่ไม่ได้เข้าในสถานรับเลี้ยงต้นสุขใน 4 ชุมชน ซึ่งเน้นย้ำถึงความทุ่มเทของเราในการสร้างผลกระทบที่มีความหมายต่อชีวิตของเด็กรุ่นใหม่เหล่านี้ โดยวางรากฐานสำหรับวันพรุ่งนี้ที่มีความสุขและแข็งแรงสำหรับพวกเขาให้ดีที่สุด”