ส่องความพร้อม ศักยภาพตลาด และโอกาสการค้า e–Commerce ใน CLMV

ส่องความพร้อม ศักยภาพตลาด และโอกาสการค้า e–Commerce ใน CLMV

พาทุกท่านมาสำรวจตลาดการค้า e–Commerce ของประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) ว่าในแต่ละประเทศมีการพัฒนา และปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างไรบ้าง  ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจจะนำไปสู่การปรับกลยุทธ์การค้า การลงทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของ SME ไทยเพิ่มมากขึ้น

กัมพูชา – (Cambodia)

ตลาด e–Commerce ที่น่าจับตามอง

การค้า e–Commerce ภายในประเทศกัมพูชา มีการพัฒนาระบบการชำระเงินมากขึ้น ขณะที่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ มีการปรับใช้ระบบ GPS ในการให้บริการมากขึ้นเช่นกัน ทว่ายังพบว่ามีปัญหาในแง่ของโครงสร้างพื้นฐาน และระบบ ICT (Information And Communication Technology) รวมถึงยังขาดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่เหมาะสม ประกอบกับปัญหาในการจัดเก็บและรวบรวมฐานทะเบียนที่อยู่ประชากร ที่ส่งผลให้เกิดความผิดพลาดในการจัดส่งสินค้าบ่อยครั้ง

สำหรับแพลตฟอร์ม e–Commerce ยอดนิยม ได้แก่ Glad Market ซึ่งเป็นตลาดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด รองลงมาคือ Shop168 และ MALL855 ซึ่งพัฒนารูปแบบการให้บริการเป็นแอปพลิเคชัน โดยเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีบนอุปกรณ์แอนดรอยด์

ลาว (Lao)

e–Commerce ระยะตั้งต้น แต่โอกาสการเติบโต..ไม่ควรมองข้าม

เนื่องจากแพลตฟอร์ม e–Commerce ภายในประเทศลาวยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร จำนวนผู้ใช้งานยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งประชากรลาวส่วนใหญ่ยังซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียอย่างไม่เป็นทางการ รวมถึงยังมี Official shop account ของผู้ประกอบการไม่มาก ซึ่งต้องอาศัยยุทธศาสตร์ในการพัฒนาตลาด e–Commerce ให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบฐานทะเบียนที่อยู่ และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม

แพลตฟอร์ม e–Commerce ยอดนิยม ได้แก่ Plaosme ซึ่งสนับสนุนให้กลุ่ม SME มีพื้นที่ขายสินค้าทั้งในประเทศและประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน

เมียนมาร์(Myanmar)

ระบบ e–Commerce ที่ยังต้องพัฒนาอีกมาก

ระบบการค้า e–Commerce ของประเทศเมียนมาร์ยังขาดความพร้อมในการพัฒนา ไม่ว่าจะมองในแง่ของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบ ICT โลจิสติกส์ ระบบการชำระเงิน และอีกหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังขาดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและอาชญากรรมทางไซเบอร์โดยเฉพาะ

ประกอบกับการให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ยังไม่ครอบคลุม ทำให้อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรมีเพียง 33.4% ของประชากรทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตเมืองใหญ่อย่าง ย่างกุ้ง ทว่าประชากรในประเทศเมียนมาร์ เริ่มมีความสนใจการใช้งานระบบการค้า e–Commerce มากขึ้นจากเดิม และยังมีแพลตฟอร์มซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอีกด้วย

แพลตฟอร์ม e–Commerce ยอดนิยม ได้แก่ BaganMart, OneKyat และ Shop.com.mm

เวียดนาม(Vietnam)

ตลาด e–Commerce ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว

นับว่าเป็นประเทศที่ตลาด e–Commerce มีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วขึ้นมาก โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ประชากรในประเทศนิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น อีกทั้งยังมีการพัฒนาในส่วนของระบบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบ ICT ระบบการขนส่ง ระบบการชำระเงิน และการส่งเสริมตลาด e–Commerce จากทั้งภาครัฐฯ และภาคเอกชนด้วย

แพลตฟอร์ม e–Commerce ยอดนิยม ได้แก่ Lazada ซึ่งเข้ามาลงทุนในตลาดเวียดนามตั้งแต่ปี 2555 นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ Thegioididong ที่สามารถรองรับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต และการทำธุรกรรมผ่านธนาคารได้อีกด้วย

โอกาสการค้า e–Commerce ใน CLMV และ อาเซียน

แม้ว่าตลาดการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ใน CLMV อาจยังดูเหมือนอยู่ในระหว่างการพัฒนาที่ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวมากนัก แต่กระแสตลาด e–Commerce ในไทย พบว่ามีการเติบโตอย่างคึกคัก และแข่งขันกันค่อนข้างสูง ซึ่งแผ่อิทธิพลไปถึงกลุ่มผู้บริโภคในประเทศใกล้เคียงอย่าง CLMV โดยตรง เป็นโอกาสให้เทรนด์ความนิยมซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ โดยเฉพาะในประเทศที่น่าจับตาที่สุดอย่าง เวียดนาม เนื่องจากจำนวนประชากรชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลัก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก KPMG ซึ่งเป็น 1 ใน Big 4 บริษัทผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ที่สุดของโลก เผยว่า ผู้ประกอบการในไทยสามารถเจาะเข้าถึงตลาดในกลุ่ม CLMV ได้ง่าย โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยจากปี 2021 ถึง 2022 อยู่ที่ 3.95% ด้วยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีพรมแดนเชื่อมต่อกับหลายประเทศ รวมถึงท่าเรือสำคัญ อีกทั้งยังมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอีกในปีต่อไป

อย่างไรก็ตาม การที่จะเจาะตลาด e–Commerce ในกลุ่มประเทศ CLMV ได้อย่างมีศักยภาพนั้น ‘เอกลักษณ์สินค้า’ นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคยอมสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์จากต่างประเทศ รวมถึงรูปแบบการบริการด้านการขนส่งข้ามเขตแดน ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคค่อนข้างมากเช่นกัน ผู้ประกอบการ SME ที่หวังจะขยายธุรกิจออนไลน์ไปสู่ต่างแดน ควรคำนึงถึงการแข่งขันกับผู้ประกอบการขายสินค้าออนไลน์ในประเทศนั้น ๆ รวมถึงการแข่งขันด้านคุณภาพ และ ราคาด้วย

อ้างอิง :

  • สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)
  • ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
  • https://kpmg.com/th/en/home/insights/2023/05/rethinking-supply-chains.html