อายิโนะโมะโต๊ะ จับมือพันธมิตร พัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม BCG Model

อายิโนะโมะโต๊ะ จับมือพันธมิตร พัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม BCG Model

อายิโนะโมะโต๊ะ จับมือพันธมิตร มุ่งส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าขี้เถ้าแกลบและช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามหลักการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม BCG Model

เมื่อเร็วๆ นี้ มร. โคะเฮ อิชิกาวะ (ที่สองจากขวา) กรรมการสมทบ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ จุลพงษ์ ทวีศรี (ที่สองจากซ้าย) อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม, รศ.ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ (ซ้ายสุด) ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และ ศรียศ สุดเสริฐสิน (ขวาสุด) กรรมการบริษัท อีสเทิร์นซิลิเกต จำกัด ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกันวิจัยและพัฒนา “การผลิตสารละลายไบโอโซเดียมซิลิเกตและไบโอโพแทสเซียมซิลิเกตอย่างยั่งยืนจากขี้เถ้าแกลบ” เพื่อร่วมกันผลักดันการเพิ่มมูลค่าขี้เถ้าแกลบจากอุตสาหกรรมไปสู่การผลิตโซเดียมซิลิเกตจากขี้เถ้าแกลบเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน พร้อมร่วมกันผลักดันนโยบายและกฎระเบียบ End-of-waste ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเริ่มจากกากอุตสาหกรรมขี้เถ้าแกลบเป็นโครงการนำร่อง ซึ่งพิธีลงนามจัดขึ้น ณ ห้องกมลทิพย์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ

โดย “แกลบ” จากภาคการเกษตรถือเป็นหนึ่งในทรัพยากรชีวภาพที่สำคัญในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันได้ถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลในการผลิตพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น จากกระบวนการนี้จะได้ขี้เถ้าแกลบจำนวนมากที่ประกอบด้วยซิลิกาไดออกไซด์ (SiO2) ประมาณร้อยละ 85-97 และแร่ธาตุต่างๆ  ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการในการผลิตแก้ว, ส่วนผสมในอิฐก่อสร้าง และปูนซีเมนต์ รวมถึงใช้เป็นวัสดุปรับปรุงดิน จากปริมาณซิลิกาไดออกไซด์จำนวนมากในขี้เถ้าแกลบนี้เอง จึงเป็นที่น่าสนใจในการศึกษาพัฒนากระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรมเพื่อสกัดไบโอโซเดียมซิลิเกตและไบโอโพแทสเซียมซิลิเกต เพื่อทดแทนการผลิตโซเดียมซิลิเกตแต่เดิมที่มักจะสกัดจากทรายซึ่งต้องใช้พลังงานความร้อนสูง ส่งผลให้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากออกสู่ชั้นบรรยากาศและนำมาซึ่งภาวะโลกร้อน

โดยผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่าการสกัดโซเดียมซิลิเกตจากขี้เถ้าแกลบนั้นสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้มากถึงร้อยละ 70 นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับขี้เถ้าแกลบส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน รวมถึงโซเดียมซิลิเกตที่ผลิตได้นี้ยังสามารถนำไปต่อยอดในอุตสาหกรรมการผลิตยางรถยนต์ ครีมกันแดด ยาสีฟัน เครื่องสำอาง และสารเติมแต่งต่างๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย นับเป็นการสอดรับกับ BCG Model ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมที่มุ่งเน้นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจไปพร้อมกัน ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มของทรัพยากรชีวภาพ เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าหรือยาวนานที่สุด และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) การพัฒนาเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ที่ภาครัฐกำลังให้การสนับสนุนอยู่ในขณะนี้

โดยการร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยผลักดันสู่ธุรกิจการผลิตโซเดียมซิลิเกตเชิงพาณิชย์ สามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติจากทรายในกระบวนการผลิตโซเดียมซิลิเกตในปัจจุบัน ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และนอกจากนี้ผลลัพธ์ของโครงการจะนำไปสู่การผลักดันนโยบายและกฎหมายที่สำคัญในอนาคต เพื่อปลดล็อคและนำไปสู่การสิ้นสุดการเป็นของเสีย (End-of-waste) ที่จะเป็นประโยชน์ในองค์รวมของอุตสาหกรรมไทย และถือเป็นโครงการนำร่องที่สำคัญในการนำไปสู่การปลดล็อคกากอุตสาหกรรมอื่นๆ ในอนาคต

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ มีความมุ่งมั่นในการสร้างความอยู่ดีมีสุข หรือ Well-being ผ่านการดำเนินการส่งเสริม “คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คน” ควบคู่ไปกับการลด “ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม” ในทุกกิจกรรมทางธุรกิจ ภายใต้ปณิธาณ “การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม” หรือ “The Ajinomoto Group Creating Shared Value: ASV” อย่างยั่งยืนของบริษัทฯ