Personalized Marketing กลยุทธ์การตลาดที่คนทำธุรกิจยุคใหม่ไม่ควรพลาด!

Personalized Marketing กลยุทธ์การตลาดที่คนทำธุรกิจยุคใหม่ไม่ควรพลาด! ช่วยพิชิตใจลูกค้าได้มากขึ้น 

Personalized Marketing กลยุทธ์การตลาดที่คนทำธุรกิจยุคใหม่ไม่ควรพลาด! ช่วยพิชิตใจลูกค้าได้มากขึ้น 

เชื่อว่าเป้าหมายหลักของการทำธุรกิจทุกๆ ประเภท ก็คืออยากให้ธุรกิจของตนเองประสบความสำเร็จมากที่สุด ทั้งอยากให้คนทั่วไปรู้จักเรา สามารถขายสินค้าหรือบริการได้ยอดเยอะๆ รวมถึงการมี Brand Loyalty ที่สามารถพิชิตใจลูกค้าได้อยู่หมัด จึงทำให้ต้องมีการทำการตลาดด้วยกลยุทธ์ต่างๆ อยู่เสมอ เพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นให้สำเร็จ อย่างการทำ Personalized Marketing การทำตลาดเฉพาะบุคคล หนึ่งในกลยุทธ์มาแรงที่คนทำธุรกิจหลายคนหันมาโฟกัสกันมากขึ้น หลายคนอาจเคยได้ยินและเห็นคำนี้ผ่านตามาบ้างในช่วงสองสามปีมานี้ และอาจสงสัยว่ามันคืออะไร ดีต่อการทำธุรกิจยังไง และหากสนใจที่จะใช้กลยุทธ์นี้สามารถทำอย่างไรได้บ้าง? บทความนี้มีคำตอบมาให้แล้ว เพราะเราจะพาไปเจาะลึกเกี่ยวกับ Personalized Marketing กลยุทธ์การตลาดที่คนทำธุรกิจยุคใหม่ไม่ควรพลาด!

Personalized Marketing คืออะไร

มาเริ่มกันด้วยความหมายของ Personalized Marketing กันดีกว่า อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ Personalized Marketing เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดแบบเฉพาะบุคคลที่ธุรกิจหรือแบรนด์ต่างๆ เก็บและจดจำข้อมูลหรือ Data ของลูกค้าเพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนาสินค้าและบริการให้ดีมากยิ่งขึ้น โดยนักการตลาดจะนำเทคโนโลยี เครื่องมือต่างๆ เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์ Data ของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด ให้ธุรกิจสามารถสร้างคอนเซปต์วิธีการนำเสนอสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความชอบ ความต้องการของลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ตลอดจนทำให้ลูกค้าเดิมของเรารู้สึกประทับใจ อยากจะอุดหนุน ใช้สินค้าและบริการของเราอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ข้อดีของการทำ Personalized Marketing

เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันการทำการตลาดเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนแล้ว การขายหรือเสนอสินค้าและบริการไม่ได้ทำผ่านออฟไลน์ ที่ต้องโทรหา หรือขายผ่านช็อปหน้าร้านเพียงอย่างเดียว แต่ธุรกิจสามารถทำทุกอย่างได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและแพลตฟอร์มในโซเชียลมีเดียที่ใช้งานง่าย ที่สำคัญยังสามารถเข้าถึงลูกค้าได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย ดังนั้นการทำ Personalized Marketing ที่เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดแบบเฉพาะบุคคลผ่านการเก็บ Data ของลูกค้ามาวิเคราะห์อย่างละเอียดนี้ จึงสะดวกมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง สามารถทำได้อย่างเรียลไทม์มากขึ้น ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ไม่เหมือนกับการทำการตลาดแบบเดิมๆ ที่ทำป้ายโฆษณา โฆษณาทางโทรทัศน์ หรือจัดบูธแสดงสินค้า ที่กว่าสินค้าหรือบริการจะมีการเปิดตัวออกมา ความชอบและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายก็เปลี่ยนไป หรือบางเทรนด์อาจเอาต์ไปแล้วก็ได้ โดยข้อดีของการทำ Personalized Marketing สามารถสรุปได้ดังนี้

– เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

การทำ Personalized Marketing ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มได้มากขึ้น เพราะสามารถแบ่งกลุ่มของลูกค้าย่อยออกเป็นหลายๆ กลุ่ม เช่น กลุ่มลูกค้าเก่าที่เคยใช้สินค้าและบริการแล้ว กลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีแนวโน้มสนใจสินค้าและบริการ ซึ่งจะทำการวิเคราะห์ความชอบ ความต้องการออกมาได้อย่างละเอียดและหลากหลาย ลูกค้าแต่ละกลุ่มจึงมีโอกาสสูงที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ

– สร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า เกิดเป็น Brand Loyalty 

วิธีที่จะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าไว้ให้ได้มากที่สุด คือการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ การทำ Personalized Marketing ที่เก็บ Data ของลูกค้ามาวิเคราะห์อย่างสม่ำเสมอและแบบเรียลไทม์ แน่นอนว่าต้องเป็นที่ถูกใจของลูกค้า ไม่ว่าจะลูกค้าเก่า หรือลูกค้าใหม่ก็ตาม เกิดเป็น Brand Loyalty ได้ไม่ยากเลย

– ยอดขายหรือสินค้าบริการเพิ่มขึ้น 

แน่นอนว่าตามมาด้วยยอดขายสินค้าหรือบริการที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะคนส่วนมากมักซื้อสินค้าและบริการที่ตรงกับความชอบและความสนใจของตนเอง แบรนด์หรือธุรกิจอาจวิเคราะห์ว่าลูกค้าเดิมชอบซื้อสินค้าประเภทอะไร ชอบลักษณะแบบไหน เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและบริการออกมาวางจำหน่ายได้อย่างตอบโจทย์

– เชื่อมโยงแพลตฟอร์มออนไลน์ได้หลากหลายมากขึ้น

นอกจากนี้การทำ Personalized Marketing ยังสามารถเชื่อมโยงแพลตฟอร์มออนไลน์ได้หลากหลายมากขึ้นด้วย ผ่านการดึงข้อมูลมาจากหลายๆ ที่ เห็นถึงพฤติกรรมการใช้งานและความชอบของลูกค้าที่อยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์แต่ละแพลตฟอร์ม เช่น แอปพลิเคชันซื้อขายสินค้าโดยเฉพาะ เช่น Shopee, Lazada หรือแอปพลิเคชันที่แบรนด์สร้างขึ้นเอง เป็นต้น แอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram หรือ Twitter (X) เป็นต้น ทำให้สามารถพัฒนาสินค้าและบริการได้แม่นยำ ตรงจุดมากขึ้นนั่นเอง

วิธีการทำ Personalized Marketing ให้ประสบความสำเร็จ

จะเห็นได้ว่าการทำ Personalized Marketing ที่วิเคราะห์ Data ความต้องการและความชอบของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างละเอียด ทำให้ธุรกิจได้บรรลุผลตามเป้าได้มากเลยทีเดียว แล้วหากสนใจทำ Personalized Marketing จะทำด้วยวิธีไหนดี? มาดูวิธีการทำ Personalized Marketing ให้ประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กันเลย

  1. การเก็บข้อมูล หัวใจสำคัญของการทำ Personalized Marketing

หัวใจสำคัญอันดับแรกของการทำ Personalized Marketing ก็คือ การเก็บข้อมูลของลูกค้า หรือ Data โดยในขั้นตอนนี้ธุรกิจหรือแบรนด์จะต้องทำการเก็บข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ของลูกค้า ตั้งแต่ข้อมูลเชิงพฤติกรรมไปจนถึงข้อมูลแบบ Big Data ผ่านการใช้เครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Line Official, Email Marketing หรือ E-commerce Website นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีการใช้เทคโนโลยี AI ที่สามารถจดจำและเก็บข้อมูลลูกค้าได้ง่ายและมีความแม่นยำ เช่น Face Recognition ที่เป็นการจดจำข้อมูลของลูกค้าแต่ละคนด้วยใบหน้า และเมื่อได้ข้อมูลมาอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว จึงทำการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ด้วยเครื่องมือ Analytics เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ถึงความต้องการของลูกค้า พฤติกรรมการบริโภคอย่างการซื้อสินค้าหรือบริการ เพื่อคาดการณ์พฤติกรรมของลูกค้าในอนาคต รวมถึงต่อยอดสร้างเป็นคอนเทนต์ที่ตรงใจของลูกค้านั่นเอง

  1. Personalized Persona ให้เจาะจง เจาะกลุ่มลูกค้าได้แม่นยำขึ้น

ถัดมาคือการทำ  Personalized Persona โดยในขั้นตอนนี้จะนำข้อมูลของลูกค้าที่เก็บมาจากขั้นตอนแรกมาจัดทำเป็น Persona ให้เจาะจงขึ้น เพื่อให้ได้ข้อมูลเฉพาะบุคคลให้ละเอียดขึ้น เช่น อายุ เพศ หรืออาชีพ รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับความชอบ ความสนใจ ความต้องการ หรือพฤติกรรมต่างๆ ของลูกค้า ซึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์ในการทำการตลาดเฉพาะบุคคลได้ง่ายขึ้น เจาะกลุ่มลูกค้าได้แม่นยำขึ้น

  1. ครีเอตคอนเทนต์ให้ตรงใจลูกค้า

มีข้อมูลของลูกค้าที่ผ่านการวิเคราะห์มาอย่างละเอียดแล้ว ต่อไปก็นำข้อมูลเหล่านั้นมาครีเอตเป็นคอนเทนต์ให้ตรงใจลูกค้ากัน โดยเราสามารถครีเอตคอนเทนต์ให้มีความหลากหลาย เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ทั้งการเลือก Theme เลือก Concept จุดขายที่อยากนำเสนอ ไม่ว่าจะทำเป็นวิดีโอ ทำเป็น Infographic หรือฟังก์ชันลูกเล่นต่างๆ ตลอดจนจัดทำเป็นโปรโมชัน ของแถมเพื่อมอบให้กับลูกค้าคนสำคัญ หรือลูกค้าระดับ VIP เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสนใจและอยากอุดหนุนซื้อสินค้า บริการของธุรกิจมากขึ้นนั่นเอง

  1. ทดสอบและวัดผลลัพธ์ เพิ่มประสิทธิภาพให้สูงสุด

และขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้การทำ Personalized Marketing มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด คือ การทดสอบและวัดผลลัพธ์ ในขั้นตอนนี้ก็จะคล้ายๆ กับการทำการตลาดแบบทั่วไปเลย หลังจากที่เราครีเอตคอนเทนต์ออกไปสู่สายตาลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายแล้ว ก็ให้ทำการทดสอบและเก็บข้อมูลจากคอนเทนต์นั้นๆ ตามแพลตฟอร์มหรือช่องทางต่างๆ เพื่อเช็กว่ามีผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้าง นำมาวิเคราะห์อย่างละเอียดว่ามีจุดไหนที่ได้รับความสนใจสูง จุดไหนที่ยังต้องได้รับการแก้ ก่อนนำไปปรับปรุง พัฒนาคอนเทนต์ และสร้างวิธีการทำตลาดใหม่ๆ ของธุรกิจหรือแบรนด์ต่อไปในอนาคต

Personalized Marketing เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดแบบเฉพาะบุคคลที่เน้นการเก็บ Data ของลูกค้าแต่ละคนมาวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อครีเอตเป็นคอนเทนต์ที่น่าสนใจ สามารถนำเสนอสินค้าที่ตรงใจลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งส่งผลดีต่อการทำธุรกิจในระยะยาว สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเก่า มี Brand Loyalty ตลอดจนดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ให้เข้ามาสนใจธุรกิจของเรามากขึ้น ดังนั้นธุรกิจไหนที่อยากจะประสบความสำเร็จตามเป้า พิชิตใจลูกค้าให้อยู่หมัด ไม่ควรพลาดที่จะศึกษาเรื่อง Personalized Marketing เลย!


สำหรับธุรกิจไหนที่สนใจการทำ Personalized Marketing ด้วยการเก็บข้อมูลและจดจำลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างแม่นยำ ที่ dIA มีบริการทำ Personalized Customer Experience ในเรื่องการจดจำลูกค้า VIP และข้อมูลความชื่นชอบต่างๆ ของลูกค้าด้วยเทคโนโลยี Face Recognition ซึ่งช่วยให้พนักงานขายสามารถเสนอขายสินค้าและบริการที่ตรงตามความชอบของลูกค้าได้ตรงจุด รวมถึงเสนอโปรโมชันที่น่าสนใจให้ลูกค้าของคุณเกิดความประทับใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด