On-Page คืออะไร ไขความลับทำหน้าเว็บไซต์ยังไงให้ติดหน้าแรกบน Google

On-Page คืออะไร มีประโยชน์ยังไงบ้าง แล้วทำไมถึงทำแล้วจะติดหน้าแรกบน Google ได้ มาลองทำความรู้จักกันเลย จำนวนคำ: 1842 คำ

คนที่เรียนรู้เรื่อง SEO หลายคนจะได้ยินคำนี้เลย คำว่า On-Page ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยแล้วว่าคำนี้มีความหมายถึงอะไร มันคืออะไร ทำไมต้องรู้จัก?

มาเถอะ มาดูกันเลยว่า On-Page สำหรับ SEO นั้น คืออะไร เพราะวันนี้ AMPROSEO ได้เปิดตำราเอาเรื่องน่าสนใจที่ช่วยเรื่องการทำให้ User ได้มีโอกาสมองเห็นเว็บไซต์นี้มาบอกกัน รับรองเลยว่าจะไม่งกความรู้อย่างแน่นอน แล้ว On-Page คืออะไรน้า ฮั่นแน่~ อยากรู้กันแล้วใช่ม้า มาดูกันๆ

On-Page คืออะไร 

On-Page คือ การปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ที่มองเห็นได้ เช่น พวกเนื้อหา ชื่อ หัวข้อ ฯลฯ เพื่อทำให้หน้าเว็บนั้นๆ ขึ้นไปติดอันดับบนหน้า Google แต่การปรับที่หน้าเว็บไซต์ของเรามันไม่ได้แค่ทำให้แค่เนื้อหามีคุณภาพ ดูสวยงามอะไรแบบนั้นหรอกนะ แต่ยังต้องทำให้บอทของ Google เข้ามาจับได้ง่าย ทีนี้พอบอทจับแล้วเขาก็จะอ่านดูว่าเว็บของเราเนี่ย มันเขียนอะไร เรากำลังนำเสนออะไรอยู่ และเวลาที่คนค้นหา Google ก็จะเลือกเว็บที่เนื้อหาตรงกับสิ่งที่คนค้นหาหรือ User ต้องการมากที่สุดไปจัดลำดับเอาไว้ ถ้าเว็บเราโดนอกโดนใจทั้งคนอ่านและ Google ก็จะมีโอกาสได้อัพระดับตัวเองขึ้นไปติดหน้าแรก เผลอๆ อาจจะขึ้นครองที่ 1 ได้เลยล่ะ

พอจะรู้เลยใช่มั้ยว่า การทำ On-Page สำหรับ SEO นั้นถือว่าสำคัญมาก ถ้าอยากให้ใครมาเสิร์ชแล้วเจอเราในหน้าแรก เจอเราทันที ก็ต้องทำ On-Page ให้ดี ให้แม่น เพราะอย่างที่รู้กันว่าถ้าอยู่อันดับต้นๆ คนก็จะเข้ามาแน่ๆ ยังไงก็มีโอกาสมากกว่าอันดับล่างลงไปแน่นอน

ประโยชน์ของการทำ On-Page SEO

หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำ On-Page SEO ด้วยล่ะ เราทำเว็บให้ User ของเราใช้กันไม่ใช่เหรอ แต่เท่าที่ฟังดูมันกลับเหมือนเรากำลังทำให้บอทของ Google อ่านอยู่มากกว่าอีก ซึ่งความจริงแล้วมันก็ไม่ได้เป็นถึงขนาดนั้นหรอก เพราะไอ้ตัว On-Page ตัวนี้ มันมีประโยชน์มากมาย AMPROSEO จะบอกให้ชัดเจนไปนะ ลองอ่านดูจากหัวข้อด้านล่างนี้เลย

Advertisment
  • ในแง่ของคนใช้งาน

เราลองคิดดูนะว่าถ้าเราจะเข้าเว็บไซต์อันนึง เราคงไม่คลิกมั่ว แบบเดาสุ่มๆ แล้วเลือกมาสักอันเหมือนสุ่มกาชาปองหรอกถูกมั้ย? แต่เราจะต้องอ่านก่อนไงว่า เว็บนี้มันจะบอกคำตอบอะไรที่เราสงสัยได้มั้ย? ตรงมั้ย? แล้วก็ค่อยคลิกเข้าไป ซึ่งไอ้ส่วนที่บอกเรานี่แหละมันคือ On-Page ที่ต้องทำ อย่างพวก URL หรือชื่อเรื่อง (Title) คำอธิบาย (Meta description) ใครที่จะเสิร์ชอะไรมาก็อ่านพวกนี้ก่อนเข้าเว็บกันทั้งนั้น เพราะคนเขาตั้งธงมาแล้วว่าต้องการอะไร จะเข้าไปดูก็ต้องเลือกอันที่ไม่เสียเวลา นี่แหละประโยชน์ของ On-Page สำหรับคนใช้งาน

  • ในแง่ของการทำงานของ Algorithm 

ทีนี้มาดูประโยชน์ของอัลกอริทึ่มกันบ้าง ก็ต้องบอกว่าความจริงแล้วไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก เพราะไอ้พวกอัลกอริทึ่มมันก็เข้ามาเพื่อเก็บข้อมูลเหมือนกัน ซึ่งก็ต้องบอกว่าถ้าเราทำ On-Page ตัวนี้พวกมันก็จะทำงานสบายมากขึ้น 

งานมันสบายแต่งานเราลำบากแล้วมันจะดีได้ยังไงล่ะ?

Advertisment

ก็เพราะเวลาที่เราอำนวยความสะดวก เสิร์ฟน้ำแดงให้พวกอัลกอริทึ่มแล้วเนี่ย พวกมันจะเก็บข้อมูลของเราได้เร็ว ประมาณว่าอ๊ะ! อ๋อ เว็บคุณทำเรื่องนี้เองเหรอ”  “อ้อ บอกเรื่องนี้ด้วยเหรอ โอเค เข้าใจละ!พอมันเก็บข้อมูลไปแล้วก็เอาไปจัดเรียงว่าเราเหมาะสมจะเป็นคำตอบมากน้อยเท่าไหร่ จัดอยู่หน้าแรกเลยดีมั้ย

บอกเลยว่ายิ่งเราทำ On-Page ตัวนี้ดีมากเท่าไหร่ โอกาสที่อัลกอริทึ่มจะเก็บเอาข้อมูลไปครบถ้วน จัดเรียงรวดเร็ว ก็ยิ่งมีมากขึ้นนะ ฟังดูแล้วเป็นเรื่องพลาดไม่ได้เลยใช่มั้ยล่ะ?

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนการทำ On-Page

ดูประโยชน์กันแล้วก็คงรู้สึกว่ามันต้องทำ On-Page เลยใช่มั้ย แต่ว่ามันดีอย่างนี้ก็ใช่ว่าอยากทำก็ทำได้เลยนะ ยังมีเรื่องต้องรู้ก่อนด้วย ไม่ต้องรออะไรแล้ว ไปดูกันเลย


  • Google ให้ความสำคัญกับเกณฑ์ที่เรียกว่า E-E-A-T Factor และ YMYL

โอเค…เรามาเริ่มทำความรู้จักกับตัว E-E-A-T Factor กันก่อนเลย ไอ้ตัวปัจจัยพวกนี้เป็นตัวย่อจากคำว่า Experience (ประสบการณ์), Expertise (ความเชี่ยวชาญ), Authoritativeness (ความมีอิทธิพล) และ Trustworthiness (ความน่าเชื่อถือ) 

คือ ถ้าเราใส่สิ่งเหล่านี้ลงไปตอนทำคอนเทนต์ในหน้าเว็บ ด้วยการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้คนประทับใจเวลาเข้าเว็บ มีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่นำเสนออยู่ มีความเป็นขาใหญ่ (ที่ไม่ใช่ขาจริงๆ นะ แต่หมายถึงเป็นที่รู้จักอะ เข้าใจบ่?) ในวงการของตัวเองมากแค่ไหน หรือมีความน่าเชื่อถือในการนำเสนอหรือไม่ อะไรพวกนี้ทำให้การทำ On-Page เห็นผลได้ดี

ทีนี้มาถึงอีกตัวคือ YMYL ตัวนี้แปลแล้วอาจจะงงนิดนึง เพราะมันคือ Your Money or Your Life ก็คือ ตัวหน้าเว็บไซต์ของเราเนี่ยมันจะต้องปลอดภัยกับเงินและชีวิตหรือเปล่า ไม่ได้หมายถึงว่าเราเป็นโจรหรือเปล่านะ Google เขาเชื่อว่า คนที่นำเสนอเรื่องสุขภาพก็ต้องเป็นคนที่เชื่อถือได้ ไว้ใจได้ มีการรับรอง ใครที่นำเสนอเกี่ยวกับการลงทุน เรื่องที่ต้องเสียเงิน ก็จะต้องมีความน่าเชื่อถือด้วย ดังนั้น เลยเป็นหน้าที่ Google จะเลือกเว็บไซต์ที่ไม่หลอกลวงคนอื่นเข้ามาจัดอันดับนั่นเอง

  • เข้าใจการทำ Competitors Analysis

เรื่องการทำเว็บนำเสนอให้ปังตอนนี้ก็ต้องบอกเลยว่ามันคือเรื่องท้าทาย เพราะไม่ว่าจะแบบไหน ทำเรื่องอะไร มันก็มีเว็บที่คล้ายหรือเว็บที่เหมือนอยู่ดี แล้วจะทำยังไงให้เว็บเราเกิดได้ล่ะ? มันก็ต้องพึ่ง SEO และพึ่งการทำ On-Page มาช่วย แต่! ใช่ว่าแค่ทำก็จะดี เราต้องรู้ก่อนว่าอะไรจะเป็นจุดเด่นของเรา ไอ้ที่มันดีกว่าคนอื่นเขามันคืออะไรบ้าง วิเคราะห์ออกมาให้ชัดเจนแจ่มแจ้ง แล้วก็เสริมจุดนั้น สร้างให้มันดี มันเลิศไปก็ทำให้การทำ On-Page ของเราประสบความสำเร็จได้

  • เข้าใจหลักการของ Search intent

ก่อนจะทำความเข้าใจกับหลักการ เราต้องรู้ก่อนว่า Search intent เนี่ย มันคือเจตนาของการค้นหา หรือก็คือคนเข้ามาหาข้อมูลเรื่องนี้ เขาหาทำไม หาเพื่อคำตอบยังไง และเป็นข้อมูลแบบไหน ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ได้ การทำคอนเทนต์ของเราก็ถือว่าตอบโจทย์ผู้ใช้หรือ User ได้แล้ว ซึ่งไอ้ตรงนี้เนี่ย ต้องบอกว่ามันอาจจะต้องจับจุดกันเอาเองเพราะว่าแต่ละเรื่องมันก็มีรายละเอียดต่างกัน แต่ AMPROSEO ขอกระซิบเลยว่า ไม่ยากๆ

  • รู้จักวิธีการทำเว็บไซต์ 

ต้องบอกว่าการทำ SEO มันมีเรื่องเชิงเทคนิคอยู่บ้าง ซึ่งการทำ On-Page ก็มีส่วนอยู่เล็กน้อย แต่ว่าใครที่ไม่สามารถจริงๆ มันเกินกำลังเหลือเกินแต่เราอยากทำเว็บให้ปังอยู่ ก็สามารถใช้เครื่องมือเข้าช่วย ใช้ CMS หรือระบบจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์ อย่าง WordPress ก็ได้ มันมีให้เลือกตามที่เราจะชอบได้เลย จะช่วยแค่บางส่วนหรือใช้ช่วยเยอะๆ หน่อยก็ได้ทั้งนั้น สะดวกแบบไหนก็ใช้แบบนั้น

วิธีการปรับปรุง On-Page SEO ให้กับเว็บไซต์ 

ใครที่อยากจะทำให้ On-Page SEO ของเว็บไซต์ดูดีขึ้น ได้ผลมากขึ้น ก็ลอง 11 วิธีนี้กันเลย 

  1. เขียนหรือนำเสนอคอนเทนต์ที่มันมีเอกลักษณ์ มีประโยชน์สามารถช่วยเป็นคำตอบได้จริง ไม่ลอกใครมา เน้นเขียนเองจะดีที่สุด
  2. วางกลยุทธ์การทำ Keyword Research ที่มีเป้าหมาย มีคนค้นหา เกี่ยวกับธุรกิจ และสามารถทำการแข่งขันได้
  3. เขียน Title Tags ที่บอกชื่อเรื่องให้ชัดเจน เข้าใจง่าย มีคำ Keyword ใส่เข้าไปด้วย
  4. เขียนคำอธิบายหรือส่วน Meta Descriptions ให้น่าสนใจ แบบอ่านแล้วคลิกเลย และมีคำ Keyword ใส่เข้าไปด้วย
  5. เขียนหัวเรื่องหลักกับหัวเรื่องย่อยให้คอนเทนต์ดูง่ายและอ่านง่าย ด้วยการจัดเรียง Heading Tag คือ เรียงจาก Heading 1, 2, 3,.. ตามลำดับความสำคัญ และไม่ใช้กระโดดไปมา รวมถึงมีคำ Keyword ใส่เข้าไปด้วย
  6. เพิ่มประสิทธิภาพของ URL ให้ดีกับ SEO ด้วยการทำให้สั้น กระชับ เข้าใจง่าย
  7. ใส่ Internal Link เพื่อเชื่อมเนื้อหาในเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกัน
  8. ใส่ External Link เพื่อบอกว่าเนื้อหาที่เขียนอ้างอิงมาจากที่ได้ (แต่อย่าลืมเลือกแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือด้วยนะ)
  9. ใส่รูปแล้วอย่าลืมเขียนคีย์เวิร์ดว่าภาพเกี่ยวกับอะไรด้วย (ALT)
  10. ทำให้ User อยากจะมีส่วนร่วมหรือ Engagement กับเว็บ เช่น เพิ่ม CTA เป็นต้น
  11. ใส่ Keyword ก็อย่าใส่มั่วๆ ต้องดู Keyword Density ขอบทความด้วยว่ามากหรือน้อยเกินไปมั้ย เพราะถ้ามากไปก็จะถูกหาว่าสแปม หรือน้อยไปก็ทำ Performance ได้ไม่ดี เพราะงั้นทำแต่พอดีๆ นะ

สรุปการทำ On-Page SEO จำเป็นไหม 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนคงตอบได้แล้วแหละว่า On-Page SEO มันจำเป็นมาก หรือภาษาบ้านๆ เรียกว่าโคตรจำเป็นเลย เพราะมันไม่ใช่แค่จะทำให้ User หรือผู้ใช้ของเราอ่านง่ายขึ้น ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่มันยังทำให้อันดับ SEO ดีขึ้นด้วย แล้วพออันดับตรงนี้ดีขึ้นคนก็จะเข้าเว็บเรามากขึ้น มันก็ทำให้เว็บเป็นที่รู้จักมากขึ้น อะไรที่คาดหวังไว้ก็ทำได้แล้ว จะหาเงิน จะโฆษณา จะนำเสนอเรื่องสำคัญ มันก็มีคนเข้ามาดูไง บอกเลยว่าทำแล้วดีกว่าเยอะ ไม่พูดมาก ลองทำเถอะ 

ใครที่อยากจะฝึกทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ก็ยังสามารถเข้ามาอ่านดูกันได้ที่นี่เลยนะ AMPROSEO จะเอาเคล็ดลับกับเรื่องต้องรู้อื่นๆ ของ SEO มาฝากอีกแน่นอนเลย บ๊ายบัย~