DITP จับมือ 5 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ดันผู้ประกอบการ SMEs ภาคเหนือ

DITP จับมือ 5 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ดันผู้ประกอบการ SMEs ภาคเหนือ

DITP จับมือ 5 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ Amazon Alibaba.com Tmall  JD.com  และ Pinkoi ดันผู้ประกอบการ SMEs ภาคเหนือ ขายออนไลน์สู่ตลาดโลก คาดสร้างยอดขายได้ 274 ล้านบาท ภายใน 1 ปี

นายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน และปัจจัยต่างๆ ส่งผลให้การค้าระหว่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่องทางการค้าบนโลกออนไลน์ที่มีกําลังซื้อจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางการค้าอย่างก้าวกระโดดนี้ จึงมีนโยบายที่ให้ความสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจด้วยตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ให้มีโอกาสขยายการส่งออกไปสู่เวทีการค้าในตลาดโลกผ่านช่องทางสมัยใหม่ได้ ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ตอบรับนโยบายฯ ดังกล่าว และมีแผนการจัดโครงการและกิจกรรมในหลากหลายมิติ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด 

กิจกรรม “Cross Border e-Commerce ขายสนุก บุกตลาดโลกในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจในส่วนของท้องถิ่นให้สู่เศรษฐกิจในระดับสากล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าของผู้ประกอบการ SMEs ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารแปรรูป สุขภาพและความงาม แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ อัญมณีและเครื่องประดับ รวมไปถึงสินค้าประเภทอื่นๆ ที่มีศักยภาพในภาคเหนือ ให้สามารถขยายตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ไปสู่ตลาดต่างประเทศได้  

กิจกรรมในวันนี้ กรมฯ ร่วมกับ 5 แพลตฟอร์มพันธมิตรอีคอมเมิร์ซชั้นนำ ได้แก่ Amazon แพลตฟอร์มอันดับ 1 ในตลาดอเมริกา Alibaba.com Tmall และ JD.com 3 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่จากจีน และ Pinkoi แพลตฟอร์มชั้นนำในกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นจากไต้หวัน มาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับเทรนด์สินค้า แนะนำโมเดลธุรกิจ รวมทั้งให้คำปรึกษาและเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการโดยตรง เพื่อนำสินค้าขึ้นขายบนแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานพันธมิตรที่สำคัญ อาทิ Exim Bank, Payoneer และ Fastship เป็นต้น เข้าร่วมให้คำปรึกษาเชิงลึกทั้งในด้านการเงิน การลงทุน และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และให้บริการแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกสู่ต่างประเทศอย่างครบวงจรอีกด้วย โดยมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 218 ราย มีการจับคู่ธุรกิจในกลุ่มสินค้าต่างๆ รวมกันกว่า 139 คู่ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าการส่งออกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้ง 5 แพลตฟอร์มที่เข้าร่วมกว่า 274 ล้านบาท ภายใน 1 ปี

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ต้องการขยายโอกาสในการส่งออกผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถเข้าร่วมงาน “Cross Border e-Commerce : ขายสนุกบุกตลาดโลก” ครั้งต่อไปในเดือนเมษายน 2567  ณ จังหวัดขอนแก่น โดยสามารถติดตามรายละเอียดข้อมูลกิจกรรม ได้ทาง Facebook :  Thaitrade.com และwww.thaitrade.com/topthai  หรือโทร 1169