เปิดตัว ‘เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น’ ไลฟ์สไตล์เซอร์วิสแนวใหม่ ชูบริการผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มสุดล้ำ ตอบโจทย์กลุ่มอัลตร้าพรีเมียม ตั้งเป้า 500 ล้านบาท เล็งดึงลูกค้าองค์กรและนักท่องเที่ยวธุรกิจแถบเอเชียใช้บริการ

เปิดตัว ‘เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น’ (World Reward Solutions) ผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลก รุกธุรกิจไลฟ์สไตล์เซอร์วิสเต็มสูบ ชูการบริการผ่าน ‘ดิจิตอล โซลูชั่น’ (Digital Solution) นวัตกรรมสุดล้ำ สร้างโปรแกรมด้านการบริการตอบโจทย์ลูกค้าไฮเอนด์ เศรษฐีกำลังซื้อสูง (Mass Affluent) ไปจนถึงกลุ่มอัลตร้าพรีเมียม (Altra Premium) ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว เน้นสร้างซีอาร์เอ็มลูกค้าขององค์กร พร้อมดึงนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจในภูมิภาคเอเชียใช้บริการ ตั้งเป้ารายได้ 500 ล้านบาท บวกชิงตำแหน่งผู้นำด้านรีวอร์ดโปรแกรมแบบออฟไลน์และออนไลน์ที่ครบวงจรของไทย ภายในปี 2563 นี้

นายจักรพันธ์ รัตนเพชร กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวบริษัทไลฟ์สไตล์เซอร์วิส (Lifestyle Service) หรือ รีวอร์ดโปรแกรม (Rewards Program) แบบครบวงจร ภายใต้ชื่อ ‘เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น’ ด้วยเล็งเห็นว่า แนวโน้มความเติบโตของธุรกิจนี้มีมูลค่าตลาดโลกอยู่ที่ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 4% ต่อปี ซึ่งเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตที่แตกต่างไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะลูกค้าระดับพรีเมียม โดยจะเน้นให้บริการด้านการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าระดับพรีเมียมองค์กร หรือ ซีอาร์เอ็ม (CRM : Customer Relationship Management) และเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อธุรกิจ (Business Traveller) ต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เช่น จีน เกาหลี และประเทศใน ภูมิภาคเอเชีย ซึ่ง “เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น” นับเป็นเจ้าแรกในไทยที่ใช้ “ดิจิตอล โซลูชั่น” มาดูแลลูกค้าด้วยแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ สามารถวิเคราะห์ ออกแบบการบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละคน รวมไปถึงการสร้างโปรแกรมสร้างความภักดี (Reward & Loyalty Program Solutions) ที่ตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์กรได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ในตลาดอีกด้วย


“ในปัจจุบันการบริหารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า หรือ ซีอาร์เอ็ม ถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงตลอดเวลา โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องดูแลลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มไฮเอนด์ ตั้งแต่ผู้ที่มีกำลังซื้อสูง (Mass Affluent) ไปจนถึงระดับอัลตร้าพรีเมียม (Altra Premium) การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้ายิ่งมีความละเอียดอ่อน และต้องการมืออาชีพเข้ามาจัดการ ซึ่งเรามั่นใจว่า เราจะเข้ามาตอบโจทย์การสร้างความแตกต่าง ความพิเศษ และความประทับใจให้กับลูกค้า ด้วยความเชี่ยวชาญของเราได้อย่างแน่นอน” นายจักรพันธ์กล่าว

ความโดดเด่นของ ‘เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น’ คือการนำเสนอบริการ “ไลฟ์สไตล์” ที่แตกต่างอย่างครบวงจรและพิถีพิถัน โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการดูแลลูกค้าระดับซูเปอร์ไฮเอนด์ หรือกลุ่ม HNWI (High Net Worth Individual) พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลก ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษแบบไม่สิ้นสุด ตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า ซึ่งสามารถจะนำเสนอบริการใหม่ ๆ มีความทันสมัย และการคลอบคลุมการให้บริการทั่วประเทศ รวมไปถึงบริการผู้ช่วยส่วนตัวที่สนามบินทั่วโลก และบริการรถเช่าพร้อมคนขับทั่วโลก ที่จะตอบโจทย์ลูกค้านักเดินทางได้อย่างลงตัว

พร้อมเผยนวัติกรรมใหม่ของวงการไลฟ์สไตล์เซอร์วิสในไทยเจ้าแรก ผ่านการบริการลูกค้าด้วย “ดิจิตอล ไลฟ์สไตล์ เซอร์วิส” (Digital Lifestyle Service) โดยได้นำเทคโนโลยีชั้นนำมาจาก “ดาต้าเทรด” (Datatrade) บริษัทพันธมิตรสัญชาติฮ่องกง ที่มีประสบการณ์ด้านการจัดการโปรแกรมความภักดีของลูกค้าองกรค์กว่า 35 ปี โดยระบบนี้มีชื่อเรียกว่า SMART Loyalty Hub (สมาร์ทรอยัลตี้ฮับ) ที่ได้รับรางวัลมากมายทั้งในจีนและฮ่องกง ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์และวางแผนจากข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคในแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถช่วยออกแบบโปรแกรมการบริการที่ตอบสนองความต้องการด้านไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่ตรงจุด โดยเฉพาะการออกแบบโปรแกรมการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร นอกจากนั้น ยังเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ และช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีระบบเก็บข้อมูลเครือข่ายบริการต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วโลก อาทิ โรงแรมชั้นนำ ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ รถรับส่งสนามบินทั่วโลก และกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สัมผัสได้ยาก

ด้านการตลาดของ ‘เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น’ เน้นการบริการผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มสุดล้ำ เพราะยังไม่มีเจ้าไหนในตลาดทำ ส่วนกลุ่มลูกค้ายังเป็นกลุ่ม B2B เน้นการขายแบบองค์กร 80% และมีการเพิ่มในเซ็กเมนต์ในกลุ่มของนักท่องเที่ยวเพื่อธุรกิจ (Business Traveller) ต่างประเทศที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เช่น จีน เกาหลี และประเทศในภูมิภาคเอเชีย เน้นการทำ Co-branding และ Co-partnership ในการขยายกลุ่มลูกค้า โดยมีแผนที่จะร่วมกับแบรนด์ใหญ่ระดับโลกและจะเปิดตัวภายในไตรมาสที่ 3 นี้ พร้อมตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำด้าน ‘ดิจิตอล รีวอร์ด โซลูชั่นส์’ (Digital Reward Solutions) ดูแลลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ “Mass Affluent” และ “HNWI” (High-net-worth individual) โดยในปีแรกจะเน้นการขยายฐานลูกค้าในประเทศ และจะมีการเพิ่มขยายฐานลูกค้าในประเทศเพื่อนบ้าน เปิดสาขาในสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย และตั้งเป้ายอดขาย 500 ล้านบาทในปี 2563

“เราอาจจะไม่ได้มีสาขาอยู่ทั่วโลก แต่ด้วยประสบการณ์ทำงานในทีมงาน และพาร์ทเนอร์ของเราที่มีอยู่ทั่วโลก ทำให้เรามีเครือข่ายในการดูแลลูกค้าอย่างทั่วถึงทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับคุณภาพของระบบการดูแลลูกค้าที่เราได้พัฒนาขึ้นมาให้เหมาะสมกับการดูแลลูกค้าในแต่ละเซกเมนต์ ทำให้เรามั่นใจว่า จะสามารถสู้กับคู่แข่งที่เป็นแบรนด์ระดับโลกได้ไม่ยาก โดยใช้กลยุทธ์การบริหารแบบท้องถิ่นและการบริหารด้วยเครือข่ายทั่วโลก (Localized Service & Global Network)” นายจักรพันธ์กล่าวปิดท้าย