เดล คาร์เนกี จับมือ “มูลนิธิพระดาบส”นำจิตอาสาจัดกิจกรรม “พัฒนาทักษะชีวิต ปีที่ 5”

สานต่อพระราชปณิธานอย่างเป็นรูปธรรม เดล คาร์เนกี จับมือ “มูลนิธิพระดาบส”นำทีมเทรนเนอร์จิตอาสาจัดกิจกรรม “พัฒนาทักษะชีวิต ปีที่ 5” เพื่อพัฒนาศักยภาพชีวิตให้กับเยาวชนทั่วโลก ภายใต้แคมเปญ CSR ระดับโลก

เดล คาร์เนกี   (Dale Carnegie)  นำทีมเทรนเนอร์จิตอาสา จำนวน 12 คน และทีมพนักงานกว่า 20 ชีวิตหมุนเวียนกันเข้ามาเป็นดาบสอาสา เข้าร่วมกิจกรรม Dale Carnegie : The Global Day of Giving 2018 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งเป็นปีที่ 106 ภายใต้แนวคิด “สานต่อพระราชปณิธานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะชีวิต เพื่อบรรลุเป้าหมายชีวิตได้” ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่จัดต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 5 โดยพนักงานและเทรนเนอร์จิตอาสาของเดลกว่า 100 แห่ง จากทั่วทุกมุมโลกร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมพร้อมเพรียงกันในเดือนตุลาคมของทุกปี  สำหรับครั้งนี้ เดล คาร์เนกี (ประเทศไทย) ได้จัดกิจกรรมกับมูลนิธิพระดาบสเป็นครั้งที่ 2 โดยมุ่งเน้นการมอบเทคนิคในการพัฒนาทักษะในการสื่อสาร การพัฒนาความมั่นใจ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ให้กับนักเรียนในโรงเรียนพระดาบส  ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – ตุลาคม 2561 ณ โรงเรียนพระดาบส


ดร.สมยศ เจตน์เจริญรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส กล่าวว่า “โรงเรียนพระดาบส” และ “มูลนิธิพระดาบส” เป็นโครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 โดยพระองค์ท่านพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนประเดิม  เพื่อการมอบโอกาสให้กับเด็กขาดแคลทุนทรัพย์ ให้มีวิชาชีพติดตัวสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว และมีทักษะการใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ  สำหรับ 6 เดือนแรก ของการเรียนที่นี่เป็นการเรียนรู้ทักษะการเป็นช่างโดยเรียนวิชาชีพช่างพื้นฐานทั้งหมดเพื่อให้นักเรียนเกิดความชำนาญ ต่อด้วยเรียนเฉพาะทาง และฝึกงานกับบริษัทชั้นนำสำหรับการร่วมมือจัดกิจกรรม พัฒนาทักษะชีวิต ครั้งที่  2 กับเดล คาร์เนกีและโรงเรียนพระดาบส ในครั้งนี้ เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างรากฐานสู่ความสำเร็จให้กับเยาวชนให้พร้อมที่จะตั้งรับการใช้ชีวิตยุคใหม่อย่างมีสติกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว   เพราะการที่คนเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถเพียงอย่างเดียว   แต่ยังมีทักษะที่สำคัญและจำเป็นอื่นๆอีกมากมายที่นำไปสู่ความสำเร็จ อาทิ การมีเป้าหมาย การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การสร้างมนุษย์สัมพันธ์ การจูงใจคน การพูดในที่ชุมชน การจัดการความเครียด และการจัดการความขัดแย้ง เป็นต้น สิ่งต่างๆเหล่านี้หากมองให้ดีคือส่วนผสมที่ส่งผลให้คนประสบความสำเร็จ   ทางโรงเรียนจึงต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพให้ผู้เรียนมีทักษะชีวิตและตั้งรับต่อการก้าวรุกทางสังคมอย่างรู้เท่าทัน และเราเห็นว่าเดล คาร์เนกีเป็นแนวทางการเรียนรู้ที่สอนให้มีทักษะการใช้ชีวิตเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อดึงศักยภาพที่มีอยู่มาใช้เพื่อให้เกิดความสำเร็จกับตนเอง และเพื่อตอบแทนสังคม

คุณอัจฉรียา บันสิทธิ์ ผู้อำนวยการด้านการเปลี่ยนแปลง (Director of Transformation) ของ เดล คาร์เนกี ประเทศไทย กล่าวว่า  “ พนักงานของเดล คาร์เนกี จากทั่วโลก  ได้ผนึกกำลังเป็นอาสาสมัครสร้างสรรค์กิจกรรมตอบแทนสังคมในรูปแบบของการสอนทักษะชีวิตที่รอบด้านเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ โดยใช้หลักสูตร Dale Carnegie Course ซึ่งเป็นหลักสูตรหลักของเดล คาร์เนกี ที่เน้นในเรื่องการปูพื้นฐานสู่ความสำเร็จ ให้กับนักเรียน และคณาจารย์โรงเรียนพระดาบส  มาตั้งแต่ต้นปี 2561 จนสิ้นสุดในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จำนวนรวมกว่า 300 คน ระยะเวลา 12 สัปดาห์ ของหลักสูตรนี้ ได้ออกแบบโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง  เน้นการฝึกฝน โดยผ่านกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียนเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร การสร้างความสัมพันธ์ การพัฒนาความมั่นใจ การปรับทัศนคติ และการจัดการความเครียดเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้  หลักสูตรระยะยาวเช่นนี้ต้องทำให้ผู้เรียนรู้สึกสนุก ท้าทายความสามารถ ได้มีส่วนร่วม ได้แสดงออก และเห็นการเปลี่ยนแปลงของตนเอง หรือเพื่อนในห้องอยู่เสมอ ดังนั้นวิทยากรจึงต้องให้คำแนะนำเพื่อให้ผู้เรียนเปลี่ยนทัศนคติ เพื่อเกิดทักษะตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในแต่ละสัปดาห์ผู้เรียนจะนำหลักการที่ได้เรียนรู้ไปใช้  และมารายงานหน้าห้อง เมื่อนักเรียนฟังเรื่องราวที่เพื่อนเอาไปใช้แล้วประสบความสำเร็จ หรือได้ผลดีก็จะเกิดความรู้สึกอยากทำตามบ้าง ความประทับใจของเราเกิดขึ้นในทุกๆครั้งที่เรามาสอน เพราะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน อาทิ นักเรียนคนหนี่งเล่าว่า เขาได้พัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ได้เร็วขึ้น และลดความขัดแย้งได้ซึ่งโดยปกติแล้ว วัยรุ่นใจร้อน จะใช้อารมณ์ทันที แต่เมื่อเขารู้จักการจัดการอารมณ์ การควบคุมทัศนคติ แม้มีความคิดเห็นต่างกันก็ทำให้เขาไม่มีเรื่องปะทะกันกับเพื่อนเหมือนสมัยก่อน