เวบไซต์”บาเนีย ดอท คอม”แกรนด์โอเพนนิ่ง ตั้งเป้าเพิ่มยอดเดือนละ 1 ล้านคน ยึดตลาดเมืองไทยทะลุเออีซี

นางอัญชนา วัลลิภากร “คุณแจ๊ด” ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท บาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มีโอกาสพบดีเวลอปเปอร์หลายคน คิดยังไง ต้องใช้ความพยายามมากขนาดไหนในการเปลี่ยนแปลงองค์กร คำตอบคือต้องเกิดจากความพยายามของทีมงานที่มีเป้าหมายเดียวกัน

อสังหาริมทรัพย์เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก มีขนาดตลาดใหญ่มาก ปี 2559 โอนมากกว่า 768,572 ล้านบาท ผู้บริโภคส่วนหนึ่งมีข้อมูลในการตัดสินใจซื้อน้อยมาก

พบว่า กว่า 50% ตัดสินใจซื้อบ้านจะเริ่มต้นค้นหาจากอินเตอร์เนตก่อน โดยเปรียบเทียบ 11 โครงการ ก่อนเข้าไปวิสิตไซต์ ถัวเฉลี่ยลูกค้าบอกต่อจะบอกต่อให้กับเพื่อน 5-10 คน พบว่า มีเวบไซต์จำนวนมากแต่ไม่อัพเดท, ข้อมูลไม่ตอบสนองความต้องการคนอยากวื้อบ้าน, ไม่เห็นภาพรวมของทำเล ไม่เห็นประวัติข้อมูลการหาในอดีต และผู้บริโภคเสียเวลามากในการหาข้อมูล ระบบใช้งานยาก ในขณะที่สมาร์ทบายเออร์ต้องการเห็นข้อมูลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

คำถามสำคัญคือ ผู้บริโภคมีข้อมูลเพียงพอกับการตัดสินใจหรือยัง นำไปสู่การจัดระเบียบข้อมูล 3 กลุ่มหลัก ทั้งด้านราคา ทั้งราคาอสังหาฯ ราคาเปรียบเทียบใกล้เคียง, ประวัติและข้อมูลรขายย้อนหลัง ผู้บริโภคอยากรู้แม้กระทั่งค่าส่วนกลาง

บาเนียทำหน้าที่ 1.อินทิเกรเต็ด มาร์เก็ตเพลส 2.นำบิ๊กดาต้าและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก มีฐานข้อมูลตั้งแต่ 5-10 ปี มีการตอบผู้บริโภคเป็นรายบุคคล 3.omni chanal ตอบสนองผู้บริโภคหลากหลายอายุ

บริษัททำงานล่วงหน้า 2 ปี มียูสเซอร์ 1.6 ล้านคน ต่อจากนี้ไปต้องการเพิ่มผู้บริโภคเดือนละ 1 ล้านคน สโลแกรน “บ้านนับพัน โครงการนับหมื่น”

ประวัติก่อตั้งบาเนีย ครบรอบก่อตั้งองค์กรแม่เมื่อปี 2014 รุ่งขึ้นปี 2015 เข้าสู่โหมดดิจิตอลทรานฟอร์เมชัน มั่นใจว่าปีนี้ทำเต็มรูปแบบ โดยปีหน้าตั้งเป้าครบทั่วประเทศไทยและริเริ่มแพลตฟอร์มอาเซียน

นายวีรวัฒน์ รัตนวราหะ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนผสมสองส่วนด้านเทคโนโลยีกับดาต้า มีข้อแตกต่างกับเวบไซต์อสังหาฯ อื่นๆ คือ 1.scale 2.scope 3.speed

การเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคเจาะลึกรายบุคคล เช่น ทำเลเชียงใหม่มีฐานข้อมูล 60 ล้านคนที่เสริชข้อมูล, พบว่าไม่เกิน 3-4 คลิกจะได้บ้านนสิ่งที่ต้องการ

คำว่าสเกล ปัจจุบันเข้ามาดูจะมี 1,600 โครงการ แบ่งเป็น 1,000 หมู่บ้านกับ 600 คอนโดฯ , ข้อแตกต่างคือมีการเก็บขอมูลบ้านทุกหลังทุกแปลงแล้วนำมาประมวลผล มีทั้งโครงการใหม่และเก่า มีการเข้าถึงของผู้บริโภค ปัจจุบั 70% ใช้มือถือในการดูบ้าน ถึงจุดหนึ่งเมื่อตัดสินใจซื้อบ้านจะกลับมาดูในฟีเจอร์เดสท็อป

เราเป็น amazon.com ของอสังหาฯ คนมาดูเมื่อไหร่ก็เห็นเหมือนกัน ไม่อยากยัดเยียดและคนไม่สามารถเสพข้อมูลมหาศาลได้ภายในพริบตา บาเนียทำด้วยการมาดูเรามากเท่าไหร่ เราจะรู้จักคุณมากขึ้น เช่น มีผู้บริโภคมาดูราคา 3-4 ล้านบาท จนทำให้รู้ว่าคนนี้ใกล้ซื้อบ้านได้แล้ว และลงลึกถึงขนาดว่าอยากซื้อบ้านเชียงใหม่จะไม่มีแบนเนอร์บ้านในกรุงเทพฯ มาให้ดู”

นอกจากนี้มีระบบ comparison เปรียบเทียบโครงการใกล้เคียง ด้วย ไม่ใช่มีข้อมูลเฉพาะโครงการแนะนำหรือโครงการที่สนใจ, เข้ามาดูข้อมูลแล้วครบ รับประกัน 90% ข้อมูลอสังหาฯ ที่เคยขายในสิบปีมีอะไรบ้าง, รวบรวมแม้กระทั่งบทความด้วย เพราะทำให้รู้ถึงความต้องการรายบุคคลปกติทั่วไป มีราคา, พื้นที่ใช้สอย, ขายเมื่อไหร่ ราคาปีที่แล้ว ตลาดผู้ซื้อหรือผู้ขาย สิ่งที่บาเนียทำเพิ่มในข้อมูลเชิงลึกคือ บ้านหลังนี้ซื้อแล้วราคาขึ้นกี่เปอร์เซนต์, บ้านตอนนี้ราคาเท่าไหร่แล้ว คอนโดแท่งนี้ควรซื้อหรือปล่อยเช่า วิเคราะห์ซัพพลายและดีมานด์ รวิเคราะห์ แบรนด์แวลู , bestimate invisible information มีการนำข้อมูลมาเป็น “แผนที่ราคา” นำร่องทำจริงแล้วในเขตนนทบุรี , ราคาเฉลี่ยของบ้านในทำเล, ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรของคอนโด, นำเทคโนโลยี virtual reality ใช้โดรนสำรวจ หยิบโครงการที่สนใจจริงๆ ไปวิสิต 3 โครงการรับรองได้ซื้อแน่นอนเพราะ 90% ใกล้เคียงของจริง

Proximity Insight ก็คือทำเลนั่นเอ บอกเส้นทางทั้งการขับรถไป เดินไป และใช้ขนส่งมวลชน โดยใช้ระบบเข้ามาช่วยทำข้อมูลให้ โดยพฤติกรรมการหาข้อมูล 80% เสริชก่อนไปคุยกับเซล นั่นคือวิสิตไซต์ 100 คน โอกาสซื้อมากกว่าเดิม

Prospectivity Insight ประวัติราคาและแนวโน้ม เจาะลึกตำบล ถนน ย่านทำเล โดยข้อมูลที่คนเสริชมากสุดคือ market analysis เช่น ในกรุงเทพฯ มี 50 เขต 169 แขวง 300 กว่าย่านบวกลบ นั่นคือลงลึกราคาอสังหาระดับย่านย่อยๆ

“ถ้ามี data talk จะเปลี่ยนบริบทอสังหาได้ โดยเฉพาะบับเบิล ?” ตัวอย่างทำเลแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง มี bubble map แสดงขนาดและราคา ซึ่งอสังหาเป็น living data base ไม่ใช่คร้งเดียวแล้วจบเพราะบ้านมีอายุ 40-50 ปี ตราบใดมีอสังหาฯ บ้านก็ยังมีราคาอยู่”

บาเนียทำวิเคราะห์ demand report มาจากคนเสริชนับล้านคน มี 30-40 รีพอร์ต เช่น ต้องการรู้ข้อมูลบ้านสไตล์วินเทจ คนเชียงใหม่ชอบไหม, ชอบคอนโดขนาด 35 ตรม.จริงหรือไม่ จากเดิมทำเซอร์เวย์โดยจ้างสำรวจแบบออฟไลน์ พบว่า คนตอบกับพฤติกรรมซื้อจริงไม่เหมือนกันทำให้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อ-ไม่ซื้อ สำหรับผู้ประกอบการมีวิเคราะห์คู่แข่งเชิงทำเล เชิงโปรดักต์ พยากรณ์ตลาด , แบรนด์แวลู ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าบาเนียทำอะไรให้ได้บ้าง เช่น ควรตั้งราคาเท่าไหร่ แม้โปรดักต์เหมือนกันแต่สามารถตั้งราคาสูงได้

ฟังก์ชันแอดวานซ์ท้ายสุดวันนี้คือ Bestimate ในอนาคตจะมีฟีเจอร์ขึ้นมา ไม่ใช่แค่ machine learning เตรียมเปิดตัว รอให้ดาต้าพร้อมก่อน เพราะถ้ามีฐานข้อมูลน้อยต่อให้มีระบบเจ๋งแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ เป้าหมายต้องการเปลี่ยนบริบทธุรกิจอสังหา

สำหรับผู้บริโภค “ง่าย ครบ จบที่เดียว” ประสบการณ์ผู้บริโภคสำคัญที่สุด บนข้อจำกัดดาต้ามหาศาลจึงต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เน้นว่าผู้บริโภคไม่ถูกยัดเยียดข้อมูล

“กระทิง” นายเรืองโรจน์ พูนผล ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้ร่วมบริหารกองทุน 500 Tuk Tuk กล่าวว่า เพิ่งบินมาจากฮ่องกงเพื่อมาพูดงานนี้ ให้ความสำคัญกับสตาร์ตอัพบาเนียมาก

ดีลนี้เวิร์ก 5 เดือน (มองหามาสองปีเต็มในช่วงที่ผ่านมา) บาเนียเป็นรายแรก ต้องมูฟกันเองแล้วล่ะ เหมือนฟินเทค เฮลท์เทค มีความมั่นใจว่าบาเนียจะเป็นสตาร์ตอัพระดับยูนิคอร์นของเมืองไทย เป้าหมายมีรายได้ระดับ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีความเป็นไปได้แน่นอน

Previous articleอุทกภัยครั้งใหญ่บนเกาะคิวชู พบผู้เสียชีวิตเเล้ว 25 ราย สูญหายอีก 25 ยังมีผู้ติดค้างนับร้อย
Next articleเปิดปม “บิ๊กตู่” สั่งแขวน ณรงค์ เขียดเดช ผู้ว่าฯทางด่วน จับตาบอร์ดกทพ.ประชุมตั้งรักษาการ 12 ก.ค.นี้