แม่น้ำโขงฤดูน้ำหลาก ยกระดับข้อมูลน้ำจีน-ลาว-ไทย

แม่น้ำโขงฤดูน้ำหลาก ยกระดับข้อมูลน้ำจีน-ลาว-ไทย

แนวรบเรื่องน้ำในฤดูน้ำหลากไม่มีเพียงแม่น้ำในประเทศ แต่แม่น้ำนานาชาติสายสำคัญสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไหลผ่านพื้นที่ของ 6 ประเทศ  ตั้งแต่จีน พม่า ลาว ไทย กัมพูชา ก่อนไหลลงทะเลที่เวียดนามด้วยความยาว 4,880 กิโลเมตร คือแม่น้ำโขงก็เป็นแนวรบสำคัญไม่แพ้กัน

ไทยเป็นประเทศเดียวที่เส้นทางแม่น้ำโขงไม่ผ่าเข้าไปในประเทศ แต่ไหลเลียบเส้นพรมแดนระหว่างประเทศกับพม่าและลาว บริเวณภาคเหนือและภาคอีสานรวม 8 จังหวัดด้วยกัน

จุดที่ตั้งของดินแดนไทยจะอยู่กลางๆแม่น้ำโขง น่าจะเป็นชัยภูมิทางน้ำที่สำคัญอีกประการหนึ่งว่าด้วยศูนย์กลางข้อมูลข่าวสาร ระหว่างแม่น้ำโขงตอนบนและแม่น้ำโขงตอนล่าง

ในยุคที่แม่น้ำโขงยังเป็นอิสระจากสิ่งก่อสร้างในลำน้ำ  เมื่อถึงฤดูฝน กระแสน้ำโขงตามธรรมชาติมักท่วมและกัดเซาะพื้นที่ริมฝั่งเสียหาย ต่อเมื่อมีการก่อสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าในลำน้ำโขงที่เสร็จแล้ว โดยเฉพาะในจีนเป็นเขื่อนเก็บกักน้ำ 6 แห่ง จากแผน 7 แห่ง และใน สปป.ลาว 1 แห่ง จากแผน 9 แห่ง แม่น้ำโขงยุคใหม่เริ่มซับซ้อนขึ้นและส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง  เช่นดียวกับในฤดูแล้ง

แม้จะเป็นสายน้ำที่การเมืองโลกหลายชาติมหาอำนาจเข้ามาชุมนุมข้องแวะด้วย แต่ในความสัมพันธ์ระหว่าง 6 ชาติสมาชิกแม่น้ำโขงดูจะกระชับแน่นขึ้นตามลำดับเป็นที่น่ายินดี

แม่น้ำโขงฤดูน้ำหลาก ยกระดับข้อมูลน้ำจีน-ลาว-ไทย

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์  เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงทำให้ชาติสมาชิกต้องพูดคุยกันมากขึ้น เพื่อจะได้วางแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อรับมือน้ำหลากและน้ำแล้งให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“ข้อมูลน้ำจึงมีความสำคัญมาก ทั้งจากน้ำฝน น้ำท่าที่ไหลลงแม่น้ำโขง รวมทั้งที่ไหลผ่านเขื่อน” ดร.สมเกียรติกล่าว พร้อมทั้งกล่าวว่า ลาวมีสัดส่วนน้ำท่าไหลลงแม่น้ำโขงมากกว่า 40% ถือว่าสูงมาก แม้มีเขื่อนกักเก็บก็ต้องบริหารจัดการให้ปลอดภัย จำเป็นต้องระบายน้ำลงแม่น้ำโขงและผ่านมายังชายขอบประเทศไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้

ในการประชุมทั้งเวทีกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง-ล้านช้าง มีความคืบหน้าที่น่าสนใจคือจีนยินดีสนับสนุนข้อมูลระดับน้ำและปริมาณฝนในช่วงฤดูน้ำหลาก ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม-31 ตุลาคม ของทุกปี เริ่มตั้งแต่ปี 2562 นี้เป็นต้นไป โดยอาศัยข้อมูลจากสถานีอุทกวิทยา 2 แห่งคือสถานีจิ่งหง ซึ่งเป็นสถานีวัดปริมาณน้ำที่ระบายจากเขื่อนตัวที่ 6 ของจีนในแม่น้ำโขงและสถานีหม่านอัน สถานีวัดน้ำในลำน้ำสาขาแม่น้ำโขงของจีน

“สทนช.เพิ่งลงนามในบันทึกความเข้าใจกับจีนว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลอุทกวิทยา กรณีฤดูน้ำหลาก เมื่อสองสัปดาห์ก่อน” ดร.สมเกียรติกล่าว

สัปดาห์ที่ผ่านมา ดร.สมเกียรติ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย เดินทางไปหลวงพระบาง เพื่อหารือกับนายแก้วมณี หลวงฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองบริหารองค์กรและความร่วมมือ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติลาว ในประเด็นการร่วมมือบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำโขง ผลการหารือทั้งสองประเทศเห็นพ้องร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการบริหารจัดการน้ำแม่น้ำโขง สถานีวัดน้ำฝน รวมถึงปริมาณน้ำที่ระบายออกจากเขื่อนของสปป.ลาว ที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ทั้งโครงการที่ก่อสร้างแล้วในปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้แก่ประเทศไทยโดยตรง นอกเหนือจากการประสานงานผ่านคณะกรรมการแม่น้ำโขง(MRC)

“เพื่อให้การใช้น้ำจากแม่น้ำระหว่างประเทศเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยผู้แทนสปป.ลาวจะนำไปหารือในระดับนโยบาย เพื่อให้เกิดความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอุทกวิทยาระหว่างสองชาติในระยะสั้นและระยะกลางให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วต่อไป” ดร.สมเกียรติกล่าว

สปป.ลาวยังติดตั้งสถานีวัดน้ำเชียงกก ในลำน้ำโขงระหว่างพม่าและลาว เหนืออ.เชียงแสน จ.เชียงรายประมาณ 200 กิโลเมตร

“ผลการหารือครั้งนี้ ทำให้เกิดความเชื่อมโยงการบริหารจัดการแม่น้ำโขงตลอดสายในฤดูฝนนี้ ทั้งข้อมูลปริมาณน้ำฝน น้ำที่ระบายจากเขื่อนไชยะบุรี ที่สะท้อนความเป็นจริงและเป็นข้อมูลปัจจุบัน(Real Time) ใช้วิเคราะห์คาดการณ์สถานการณ์น้ำโขงฝั่งไทยได้ โดยเฉพาะ 8 จังหวัดเสี่ยงที่ติดแม่น้ำโขง”

ในแต่ละปี ปริมาณน้ำโขงจะอยู่ในระดับสูง 2 ช่วงคือเดือนกรกฎาคมกับกันยายน หากได้รับข้อมูลสถานการณ์น้ำจากสปป.ลาวล่วงหน้า “เราก็สามารถคาดการณ์  และป้องกันบรรเทาผลกระทบจากน้ำโขงล้นตลิ่งฝั่งไทยได้” ดร.สมเกียรติกล่าวอย่างมั่นใจ


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ