“ธัญ” จัดเวิร์คช็อปร่วมกับนักกายภาพบำบัด เทคนิคดูแลสุขภาพ-รูปร่าง พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย “บอดี้ บัตเตอร์”

ปาลาวี บุนนาค, พลอยพยัพ ศรีกาญจนา, พิษณุ ลี้ประเสริฐ, อรรถรส ลิปตพัลลภ

รักษารูปร่างให้ดูดีอยู่เสมอ พร้อมกระชับผิวกายให้เรียบเนียนกับแบรนด์ ‘ธัญ’ (THANN) ที่จัดเวิร์คช็อปร่วมกับนักกายภาพบำบัด แนะนำเทคนิคการดูแลสุขภาพและรูปร่างสำหรับคนเมืองเวลาน้อย พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย ‘บอดี้ บัตเตอร์’ (Body Butter)

ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเหล่าคนเมืองที่มีภาระหน้าที่มากมายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ จนอาจละเลยการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ทำให้เกิดการสะสมของไขมันส่วนเกินตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ผิวจึงขรุขระไม่เรียบเนียน ส่งผลกระทบต่อบุคลิกและความมั่นใจในรูปร่างของตนเองล่าสุด ‘ธัญ’ (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ร่วมกับนักกายภาพบำบัด พิษณุ ลี้ประเสริฐ จัดกิจกรรมฟิตหุ่นเฟิร์ม เผยเทคนิคการออกกำลังกายที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ควบคู่กับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย ‘บอดี้ บัตเตอร์’ (Body Butter) สูตรเสริมประสิทธิภาพที่ให้มากกว่าแค่ความชุ่มชื้น แต่ยังสามารถรับมือกับผิวเปลือกส้มที่หลายคนกังวลใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเชื้อเชิญเหล่าเซเลบริตี้หนุ่มสาวรักสุขภาพ อาทิ พลอยพยัพ ศรีกาญจนา, ปาลาวี บุนนาค และอรรถรส ลิปตพัลลภ มาร่วมกิจกรรมเผยเคล็ดลับการดูแลรูปร่างให้เฟิร์มกระชับในแบบฉบับตนเองที่ เอ็มโพเรียม สวีท ฟิตเนส เซ็นเตอร์

พิษณุ ลี้ประเสริฐ, ปาลาวี บุนนาค, พลอยพยัพ ศรีกาญจนา, อรรถรส ลิปตพัลลภ

ด้าน พิษณุ ลี้ประเสริฐ นักกายภาพบำบัดได้แนะนำเทคนิคการออกกำลังกายเพื่อการดูแลสุขภาพและรูปร่างว่า ‘ผู้ชายและผู้หญิงนั้นมีสรีระและฮอร์โมนเพศที่แตกต่างกัน โดยฮอร์โมนเพศชายหรือ ‘เทสโทสเทอโรน’ (Testosterone) นั้นจะมีผลต่อการสร้างกล้ามเนื้อได้มากกว่าฮอร์โมนเพศหญิงหรือ ‘เอสโตรเจน’ (Estrogen) ดังนั้นเวลาที่ออกกำลังกายผู้ชายมักจะสร้างมวลกล้ามเนื้อได้เร็วและเห็นได้ชัดกว่าผู้หญิง การดูแลรูปร่างอย่างถูกวิธีนั้นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์กันระหว่าง ‘แคลอรี่ อินเทค’ (Calorie Intake) หรือการกินเข้าไปเพื่อให้พลังงานกับร่างกาย และ ‘แคลอรี่ เอาท์พุท’ (Calorie Output) หรือการใช้พลังงานเพื่อทำกิจกรรมในแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การนั่ง รวมไปถึงการนอน ซึ่งปัจจัยหลักที่สำคัญจะอยู่ที่การควบคุมการกิน คือการนำแคลอรี่เข้าสู่ร่างกายให้น้อยกว่าการใช้ โดยปกติการออกกำลังกายจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ‘เวท เทรนนิ่ง’ (Weight Training) คือการออกกำลังกายหนักๆ แต่ออกในจำนวนรอบที่น้อย ซึ่งการออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยทำให้มวลกล้ามเนื้อขยาย ส่งผลให้มีพลังและแรงเพิ่มขึ้น รวมถึงทำให้กระบวนการเมตาบอลิซึม (Metabolism) หรือระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกายของเราทำงานได้ดีขึ้นด้วย ต่อมาคือ ‘คาร์ดิโอ’ (Cardiovascular exercise) หรือ เอนดูแรนซ์ เทรนนิ่ง (Endurance training) คือ การออกกำลังกายที่ไม่หนักมาก ใช้เวลาออกกำลังกายไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง เพื่อช่วยให้ร่างกายและหัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยลดแคลอรี่ได้โดยตรง ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำให้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อรักษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดให้แข็งแรง ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รวมทั้งทำให้เราหายใจได้ลึกขึ้น

ซึ่งการลดน้ำหนักระยะยาวจำเป็นที่จะต้องเน้นการเวท เทรนนิ่ง (Weight Training) ควบคู่ไปกับคาร์ดิโอ (Cardiovascular exercise) โดยเริ่มจากการเวท เทรนนิ่งก่อน เพื่อให้ร่างกายดึงพลังงานที่สะสมในกล้ามเนื้อที่เรียกว่า ‘ไกลโคลเจน’ (Glycogen) ที่เกิดจากการรับประทานอาหารพวกแป้งและน้ำตาลมาใช้ แล้วต่อด้วยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardiovascular exercise) อย่างการวิ่งเพื่อให้ร่างกายได้ดึงไขมันที่สะสมในร่างกายมาเผาผลาญต่อ ก็จะช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่า ที่สำคัญควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายทุกส่วนเพื่อเป็นการกระชับรูปร่าง เมื่อมวลกล้ามเนื้อของร่างกายเราเพิ่มขึ้น ระบบเผาผลาญก็จะมีประสิทธิภาพขึ้น ก็จะสามารถลดสัดส่วนหรือไขมันเฉพาะส่วนได้ โดยบริเวณที่ไขมันส่วนเกินมักจะสะสมอยู่ ได้แก่บริเวณหน้าท้อง สะโพก ต้นแขน และต้นขา โดยเน้นท่าออกทำลังกายบริเวณที่มีไขมันส่วนเกินซ้ำๆ บ่อยๆ เพื่อให้ไขมันและสัดส่วนลดลง รวมถึงสามารถใช้ตัวช่วยอย่างผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติจากสาหร่ายแบล็ดเดอร์แร็ค (Bladderwrack extract) และสาหร่ายเคลป์ (Kelp extract) ที่ช่วยกระตุ้นการย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ เพื่อลดการสะสมของไขมันส่วนเกิน และสารสกัดหญ้าหางม้า (Horsetail extract) ที่ช่วยลดรอยแตกลายบนผิว และช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับเรียบเนียนเพื่อการมีผิวพรรณที่ดูเรียบเนียนไร้เซลลูไลท์

ส่วนเทคนิคการออกกำลังกายสำหรับคนเมืองที่ไม่ค่อยมีเวลามาก สามารถออกกำลังด้วยท่าง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน อาทิ ท่าวิดพื้น (Push Up) ท่าเบสิกที่จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก หลังแขน และไหล่ ซึ่งท่าสำหรับผู้ชายและผู้หญิงนั้นแตกต่างกัน โดยผู้ชายให้กางแขนออกเท่าระดับหัวไหล่ อย่าสูงหรือต่ำกว่าระดับไหล่ กางแขนวางมือในระดับเดียวกันเป็นท่านอนคว่ำกับพื้นในท่าเตรียม ใช้แขนดันตัวขึ้นมาให้สุด ห้ามห่อไหล่ ดันให้สุดลำตัว และลงไปกับพื้นให้สุด ส่วนของผู้หญิงทำเช่นเดียวกับท่าของผู้ชาย แต่สามารถงอเข่าลงติดกับพื้น จะช่วยให้ออกได้ง่ายขึ้น ต่อมาที่ท่าซูเปอร์แมน (Superman Pose) หรือท่าบริหารหลังส่วนบน เริ่มจากนอนคว่ำไปกับพื้น ให้หน้าท้องถึงปลายเท้าแนบพื้น หน้ามองตรง ปลายคางติดพื้น จากนั้นเหยียดขาทั้ง 2 ข้างให้ตรงชิดกัน เหยียดแขนทั้ง 2 ข้างไปข้างหน้า พร้อมเงยหน้า สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอด พร้อมยกแขนและหน้าขาขึ้นจากพื้น ค้างท่านี้ไว้ 1 นาที หายใจเข้า-ออก อย่างช้าๆ โดยไม่มีส่วนใดสัมผัสพื้นเลย นอกจากหน้าท้อง และท่าซิทอัพ (Sit Up) ช่วยบริหารกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง ให้หน้าท้องแบนราบ เริ่มจากนอนราบกับพื้น ชันเข่าชิด มือแตะไว้หลังท้ายทอย จากนั้นยกตัวขึ้นแค่พอประมาณ โดยไม่ต้องยกสุดหลัง จากนั้นหย่อนตัวกลับลงไปที่พื้น ทำต่อเนื่องขึ้นลงช้าๆ สำหรับคนที่เพิ่งหันออกกำลังกายใหม่ๆ ให้เริ่มทำอย่างช้าๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ร่างกายปรับตัวก่อน ซึ่งแต่ละท่าสามารถทำได้ 3 – 4 เซ็ต เซ็ตละ 10 – 15 ครั้ง โดยทำได้ทุกวันหรือวันเว้นวัน ควบคู่กับการทำคาร์ดิโอ เช่น ออกไปวิ่งนอกบ้าน ใช้เวลาอย่างน้อยวันละ 30 นาที และควรทำให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยรักษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของเราด้วย’

ปาลาวี บุนนาค, พลอยพยัพ ศรีกาญจนา

โดยกิจกรรมในครั้งนี้นักกายภาพบำบัดยังได้แนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายจาก แบรนด์ ‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อการดูแลสุขภาพผิว และเส้นผม โดยปัจจุบันมีสาขากว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 4 ทวีป ได้แก่ เอเชีย,ออสเตรเลีย,อเมริกา และยุโรป ผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในกิจกรรมครั้งนี้ คือ ‘บอดี้ บัตเตอร์’ (Body Butter) ขนาด 350g ราคา 1,700 บาท ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายสูตรเสริมประสิทธิภาพที่ให้มากกว่าแค่ความชุ่มชื้น แต่ยังสามารถรับมือกับผิวเปลือกส้มที่หลายคนกังวลใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดจากใบชิโซะ (Platinum colloid shiso extract), ออแกนิค เชียบัตเตอร์ (Organic shea butter), น้ำมันโจโจ้บาออแกนิค (Organic jojoba oil), สารสกัดจากบุทเชอร์ส บรูม (Butcher’s broom extract) และสารสกัดจากมิลค์ ทิสเซิล (Milk thistle extract) พืชธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด พร้อมลดอาการระคายเคือง, สารสกัดหญ้าหางม้า (Horsetail extract) ลดอาการผิวลาย และช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับเรียบเนียน, สาหร่ายแบล็ดเดอร์แร็ค (Bladderwrack extract) และสาหร่ายเคลป์ (Kelp extract) ช่วยกระตุ้นการย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของไขมัน และ สารสกัดจากใบไอวี่ (Ivy extract) อุดมด้วยสารซาโพนูไซด์ (Saponoside) และ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ลดอาการบวมน้ำของผิว และลดการซึมผ่านของไขมันเข้าสู่เส้นเลือด

ด้านเหล่าเซเลบริตี้หนุ่มสาวต่างให้ความสนใจร่วมทดลองผลิตภัณฑ์ รวมถึงขั้นตอนการการนวดกระชับสัดส่วน พร้อมร่วมแชร์เคล็ดลับการออกกำลังกายและการดูแลรูปร่างของตนเองให้เฟิร์มกระชับอยู่ตลอดเวลา เริ่มที่สาวสวย พลอยพยัพ ศรีกาญจนา เผยว่า ‘ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตส่วนตัวเราจะเป็นคนที่ชอบวางแผนไว้ก่อนว่าในหนึ่งอาทิตย์ต้องทำอะไรบ้าง ก็จะเช็คลิสต์ไว้ ทั้งทำงานและหาเวลาออกกำลังกาย ส่วนตัวเป็นคนที่ไม่นอนดึก เน้นพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการที่เราพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเลปติน (Leptin) ได้เป็นปกติ โดยฮอร์โมนเลปตินนี้จะเป็นช่วยทำให้ลดความอยากอาหารลง และทำให้ไม่รู้สึกหิวหรืออยากกินอะไร และยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานขณะนอนหลับอีกด้วย ส่วนบริเวณที่รู้สึกกังวลเกี่ยวกับไขมันส่วนเกินจะเป็นบริเวณช่วงสะโพก เราจะเล่นเวท เทรนนิ่ง สลับคาร์ดิโอ ประมาณอาทิตย์ละ 3 วัน เพื่อจัดการกับไขมันส่วนเกินและกระชับสัดส่วน พร้อมทั้งใช้ครีมบำรุงผิวที่มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวเนียนกระชับก็จะช่วยให้เรามั่นใจในรูปร่างตัวเองมากขึ้น’

 

ต่อมาที่สาวสุขภาพดี ปาลาวี บุนนาค เล่าว่า ‘ส่วนตัวเราเป็นคนที่ทำงานหนัก มักจะทานอาหารและขนมหวานเยอะ จึงทำให้บริเวณต้นแขนกับต้นขาดูใหญ่ขึ้นบวกกับมีเซลลูไลท์ใต้ผิวด้วย เราเลยใช้วิธีจัดการด้วยการควบคุมอาหาร ลดการทานพวกอาหารเค็ม เพราะจะทำให้เกิดการบวมน้ำ รวมทั้งทานพวกแป้ง (Low-carbohydrate) กับน้ำตาลให้น้อยลง แต่จะเน้นทานพวกผักผลไม้และเมล็ดธัญพืชให้มากขึ้น รวมถึงทานพวกโปรตีนเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เราจะหาเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3-4 วัน ด้วยการเล่นพิลาทิสทุกๆ เย็น และจะตีเทนนิสทุกวันหยุด รวมถึงมองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยดูแลปัญหาเกี่ยวกับรอยแตกลายและเซลลูไลท์ใต้ผิว ให้ผิวเรียบเนียน ตึงกระชับอยู่ตลอดเวลา’

อรรถรส ลิปตพัลลภ, พิษณุ ลี้ประเสริฐ, ปาลาวี บุนนาค, พลอยพยัพ ศรีกาญจนา

ปิดท้ายที่หนุ่มนักกีฬา อรรถรส ลิปตพัลลภ เผยว่า ‘ส่วนตัวเป็นคนที่รูปร่างใหญ่ จะเน้นออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้รูปร่างดูสมส่วน โดยจะกำหนดวันไว้อย่างชัดเจน อย่างวันเสาร์ก็จะไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนๆ ส่วนวันอาทิตย์ก็จะตีกอล์ฟ ส่วนช่วงเย็นก็จะเข้าฟิตเนสโดยมีเทรนเนอร์คอยให้คำแนะนำ การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน ทั้งสุขภาพและรูปร่าง ส่วนการเลือกรับประทานอาหารก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน จะเน้นเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดของหวานของมันให้น้อยลง ส่วนตัวเน้นทานโปรตีนเยอะหน่อย เพราะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและไขมันที่ดีให้กับร่างกาย จริงๆ แล้วการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตคนทำงานมาก ควรหากิจกรรมออกกำลังกายที่เราชอบให้เรารู้สึกสนุกไปกับมัน ควรหาเวลาว่างหลังเลิกงานเพื่อดูแลตัวเอง สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือต้องดูแลผิวพรรณตนเองด้วยเพื่อให้เราดูดีแบบองค์รวม’

Previous articleดีแทคทดสอบ 5G บนคลื่น 28 GHz ร่วมกับอีริคสัน โดยนำร่องทดสอบภายในกับพนักงาน พร้อมเปิดตัวเสาสัญญาณ 5G ร่วมกับ Never Stop Café ดีแทคเฮาส์
Next articleการ์ตูนขุนพล : เศรษฐกิจแย่ ต้องแก้รัฐธรรมนูญ