แจกแจงกันให้ชัด! ประกันสุขภาพเหมาจ่ายดีกว่าแยกค่ารักษาจริงไหม

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และสภาพแวดล้อมที่ถดถอยจนกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการเจ็บป่วยทางสุขภาพ ทำให้ผู้คนเริ่มจะตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้กันมากขึ้น และเริ่มมองหาหลักประกันด้านสุขภาพที่มั่นคงมากขึ้น เพื่อวางแผนรับมือกับอาการป่วยและค่ารักษาพยาบาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างรอบคอบ ประกันสุขภาพจึงกลายเป็นทางเลือกที่ผู้คนหันมาให้ความสนใจกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแผน “ประกันสุขภาพเหมาจ่าย” แล้วแผนประกันประเภทนี้กว่าประกันแบบเก่าที่ “แยกค่ารักษา” อย่างไร เราจะมาให้คำตอบกัน

ทำความรู้จักกับแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย

แผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย คือ ประกันที่มีการกำหนดวงเงินคุ้มครองที่สามารถใช้เบิกจ่ายเป็นค่ารักษาได้แบบไม่อั้น ไม่จำกัดจำนวนครั้งการเข้ารับการรักษาตลอดปี เพียงแต่ต้องอยู่ในวงเงินและเงื่อนไขที่กำหนดตามแผนประกันที่ผู้ถือกรมธรรม์เลือกซื้อ ทั้งนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายบางรายการที่อยู่นอกเหนือการครอบคลุมของแผนประกันแบบนี้ เช่น ค่าห้องพักรักษาค่าแพทย์ หรือค่ารักษาพยาบาลบางประเภท หากผู้ซื้อแผนประกันต้องการครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะต้องทำการซื้อเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตามประกันสุขภาพประเภทเหมาจ่ายยังคงได้เปรียบมากกว่าประกันสุขภาพทั่วไปที่มีการแยกค่ารักษา เนื่องจากประกันแบบแยกค่ารักษาจะกำหนดความคุ้มครองออกมาเป็นค่ารักษารายการต่าง ๆ และกำหนดวงเงินคุ้มครองให้แต่ละรายการค่ารักษานั้น ๆ เช่น กำหนดวงเงินสำหรับค่าห้องพักรักษาอยู่ 2,500 บาท เป็นต้น จึงทำให้คุณจำเป็นจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายสำรองในกรณีที่มีการใช้จ่ายเกินจากวงเงินที่ประกันกำหนดไว้

เทียบจุดเด่น-จุดด้อยแบบหมัดต่อหมัด

เมื่อทำความรู้จักกับแผนประกันสุขภาพทั้งสองแบบกันไปแล้ว เราจะมาเทียบจุดเด่นและจุดด้อยให้ผู้ที่กำลังสนใจซื้อประกันสุขภาพได้ทำการตัดสินใจเลือกแผนประกันที่เหมาะสมกับตัวเอง

• แผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย

จุดเด่น : ประกันสุขภาพประเภทเหมาจ่ายจะมีวงเงินแบบเหมาต่อปีให้ ซึ่งถือเป็นวงเงินที่สูงถึงหลักล้าน จึงทำให้ครอบคลุมค่ารักษาที่อาจเกิดขึ้นได้มากกว่า ทั้งยังคุ้มครองค่ารักษาได้หลายรายการกว่าแผนประกันทั่วไป

จุดด้อย : มีค่าเบี้ยประกันต่อปีค่อนข้างสูงตามวงเงินที่ครอบคลุมของแต่ละแผนประกัน


• แผนประกันสุขภาพแบบแยกค่ารักษา

จุดเด่น : ถึงจะมีการกำหนดวงเงินค่ารักษาแบบแบ่งแยกรายการ หรือกำหนดวงเงินค่ารักษาต่อครั้งสำหรับโรคใดโรคหนึ่ง แต่แผนประกันสุขภาพประเภทนี้จะไม่มีการกำหนดวงเงินสูงสุดต่อปี ซึ่งเป็นผลดีต่อคนที่ต้องรักษาโรคนั้น ๆ หลายครั้งต่อปี ที่สามารถเบิกวงเงินโดยเริ่มนับใหม่ได้เรื่อย ๆ และยังมีค่าเบี้ยประกันที่ถูกกว่าแผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายเยอะมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำประกันแต่มีงบน้อย

จุดด้อย : มีวงเงินค่ารักษาไม่สูงมาก ทำให้ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายสำรอง เพราะไม่สามารถครอบคลุมค่ารักษาที่เกิดขึ้นได้ และมีรายการคุ้มครองค่ารักษาที่เบิกได้น้อยกว่าแบบเหมาจ่าย

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ