เรียนรู้ ลงทุน เพื่อโลกสีเขียว BCPG กับภารกิจที่ท้าทายเพื่อโลกที่ยั่งยืน

จากอดีตนักการเงิน ผู้ดูแลการลงทุนด้าน Renewable Energy ในบริษัทกองทุนของสิงคโปร์ ความคุ้นเคยกับโอกาสมหาศาลด้านพลังงานสะอาดที่มีมาแต่เดิมหนุนให้ ชาญวิทย์ ตรังอดิศัยกุล ก้าวเข้าสู่ “บ้านบางจาก” เมื่อ 6 ปีก่อน ในจังหวะที่กลุ่มบางจากฯ กำลังขยายการลงทุนในพลังงานสะอาด โดยแยกหน่วยธุรกิจออกมาเป็นบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ซึ่งในวันนี้กลายเป็นแม่ทัพด้านพลังงานสะอาดกับภารกิจสำคัญเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับกลุ่มบางจากฯ

ในฐานะพนักงานรุ่นบุกเบิกคนที่ 5 ของ BCPG ก้าวย่างของ ชาญวิทย์ ในวันนั้นเต็มไปความมั่นใจ “จากประสบการณ์ทำงานเดิม เรารู้อยู่แล้วว่าพลังงานสะอาด เป็นสิ่งที่คนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจและจะมีความสำคัญขึ้นอีกมาก ตอนนั้นบางจากฯ มีโซลาร์ฟาร์มในไทยแล้วและมีแผนขยายการลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ เราเองมีประสบการณ์ที่สามารถมีส่วนช่วยสร้างการเติบโตตรงนี้ได้ โดยเฉพาะในองค์กรอย่างบางจากที่มีนโยบายสีเขียว รักษ์สิ่งแวดล้อม และยังช่วยให้ประเทศไทยมีการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น”

จากโซลาร์ฟาร์มต้นแบบ สู่ผู้นำด้านพลังงานสะอาดในภูมิภาค

บางจาก นับเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ มีศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทน Sunny Bangchak บางปะอิน(BCPG Visitors Center ในปัจจุบัน) ที่เป็นที่รู้จักกันดี ซึ่งชาญวิทย์เล่าว่าเวลาเดินทางไปเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ คนจะพูดถึงโซลาร์ฟาร์มนี้เยอะมาก ในฐานะที่เป็นโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ที่แรกๆ ในภูมิภาค เขาจึงภูมิใจที่ได้เข้ามาช่วยผลักดันขยายธุรกิจพลังงานสะอาด โดยในปัจจุบัน เขารับตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานยุทธศาสตร์และการลงทุน ของ บีซีพีจี

“ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ทั้งสนุกและท้าทาย วันนี้ BCPG เติบโตขึ้นมาก จากโซลาร์ฟาร์มในเมืองไทยที่ผลิตไฟได้ประมาณ 250 ล้านหน่วยต่อปี และขยายไปทั้งในไทยและในหลาย ๆ ประเทศ จนมีธุรกิจโซลาร์ฟาร์มในไทยและญี่ปุ่น Wind Farm ในไทยและฟิลิปปินส์ และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพที่อินโดนีเซีย และในประเทศลาว ที่มีการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ผลิตไฟฟ้าส่งไปขายที่เวียดนาม ทำให้วันนี้ BCPG มีพอร์ตโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าได้รวมกว่า 3,200 ล้านหน่วยต่อปี และเป็นหนึ่งใน Growth Engine สำคัญต่อยุทธศาสตร์การเติบโตของกลุ่มบางจากฯ ในการส่งเสริมพลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก”


โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และ BCPG Visitors Center ที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ในเมืองเซียงขวาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

รุกหนักเพื่อเป้าหมาย ปรับตัวรับทุกความท้าทาย

การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในต่างประเทศเพื่อตอบโจทย์การขยายธุรกิจ ใน 5 ปีข้างหน้า ทำให้ทีมต้องเร่งเครื่องสรรหาโครงการใหม่ ๆ เน้นประเทศที่มีโอกาสเติบโตและมีนโยบายรัฐที่ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน เช่น เวียดนาม ไต้หวัน ออสเตรเลีย

“ก่อนลงทุน ต้องศึกษาด้านภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตรวจสอบด้านกฎหมาย เทคนิคและการเงินการบัญชี ฯลฯ เรียนรู้ใหม่หมดทุกประเทศ วัฒนธรรมก็ต่างกัน วิธีการทำงานก็ต่างกันด้วย ดีที่มีทีมงานที่นอกจากมีความรู้ความสามารถแล้วยัง เข้าใจ เปิดใจ รักการเรียนรู้ ทำให้ BCPG มีทีมลงทุนที่มีความพร้อมในการขยายธุรกิจทุกเทคโนโลยีและทั่วทุกภูมิภาค”

เมื่อปีที่แล้วโควิด-19 ทำให้การขยายการลงทุนหยุดชะงักไปบ้าง แต่ช่วงหลังทุกคนต่างปรับตัว จากต้องคุยธุรกิจแบบเห็นหน้า ลงดูพื้นที่จริง เปลี่ยนเป็นอาศัยเทคโนโลยี การดูสถานที่ ก็ส่งคนไปไลฟ์ให้เห็นสภาพจริง เป็นวิธีการทำงานที่แปลกใหม่ จนถึงขั้นตอนพิจารณาการลงทุนโดยที่ฝ่ายจัดการยังไม่เคยเห็นของจริง การทำงานโดยอาศัยสายตาคนอื่นจึงยิ่งต้องถี่ถ้วนกว่าเดิมดูจนแน่ใจที่สุดว่าดีจริง



ผู้บริหารบีพีซีจี


โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ Wayang Windo ที่บีพีซีจีร่วมลงทุน ที่ประเทศอินโดนิเซีย

“โควิดอาจไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับพลังงานโดยตรง แต่เทรนด์ที่เห็นคือคนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คงไม่อยากให้โลกต้องเจอวิกฤตอะไรแบบนี้อีก”

เปลี่ยนโลกพลังงานสีเขียวด้วยนวัตกรรม

“ภารกิจนี้ท้าทายแต่ปัจจัยที่ทำให้คลายกังวลได้คือเทรนด์เรื่องพลังงานสะอาดทั้งในมุมนโยบายระดับประเทศที่หลายประเทศตกลงที่จะลดการปล่อยคาร์บอนให้ได้ตามเป้าหมายของการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติครั้งที่ 26 (COP26) ซึ่งหนึ่งในมาตรการหลักคือต้องมีการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเป็นหลัก ลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ในมุมเอกชนที่หลายบริษัท รวมถึงกลุ่มบางจากฯ ต่างมุ่งหน้าสู่การเป็น Net Zero GHG Emission และในมุมเทคโนโลยีที่ช่วยผลักดันพลังงานสีเขียวให้มีประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้นและต้นทุนต่ำลง”

รวมถึงเทคโนโลยีสำคัญ คือ “แบตเตอรี่” ที่วันนี้เริ่มมีต้นทุนต่ำพอจะนำมาใช้อย่างแพร่หลาย จะช่วยเก็บสำรองไฟที่ผลิตได้ในเวลากลางวันไปใช้ในช่วงเวลาอื่นที่มีความต้องการใช้ไฟ ช่วยให้การจ่ายไฟมีความเสถียรเหมือนกับพลังงานไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ ซึ่งกลุ่มบางจากฯ ก็มีไปลงทุนในแบตเตอรี่ไว้อยู่หลายโครงการ อีกหนึ่งเรื่องสำคัญคือการซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจสีเขียวและให้องค์กรหรือประเทศมีทางเลือกในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

“ชีวิตใน บ้านบางจาก เปลี่ยนมุมมองของผมไปมาก จากที่เคยโฟกัสสร้างมูลค่าทางการเงินและผลตอบแทน ภาพในวันนี้ใหญ่ขึ้น มองในระยะยาวขึ้น จริงอยู่ที่ทุกคนต้องการผลตอบแทนจากการลงทุน แต่ทุกวันนี้ ผู้คนก็ยังอยากมีส่วนร่วม ดูแลสิ่งแวดล้อม ตอบแทนสังคม และทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ได้อย่างยั่งยืนต่อไปครับ”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ