ASEW & PVA Virtual Edition จับคู่ธุรกิจกว่า 100 ราย​ “อินฟอร์มา” หนุนพลังงานแห่งชาติ

“อินฟอร์มา” หนุนแผนพลังงานแห่งชาติ เผยงาน “ASEW & PVA Virtual Edition” จับคู่ธุรกิจได้กว่า 100 ราย​ มีคนร่วมงานกว่า 5 พันคน จาก 48 ประเทศ

วันที่ 26 ตุลาคม 2564 นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การจัดงาน​ ASEAN Sustainable Energy Week (ASEW) & Pumps and Valves Asia (PVA) 2021 – Virtual Edition

ระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม 2564 ที่ผานมา เป็นความร่วมมือกันของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนด้านพลังงานครั้งสำคัญของภูมิภาคอาเซียน บนแพลตฟอร์มออนไลน์ www.asew-expo.com/VE​ ซึ่งเป็นเวทีที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างสังคมที่สะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าหมายเพื่อก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกได้กำหนดไว้ภายในปี 2050

สำหรับประเทศไทยนั้นได้ตระหนักถึงความสำคัญในการลดใช้คาร์บอนไดออกไซด์ รัฐบาลได้ประกาศแผนพลังงานแห่งชาติ (NEP 2022) โดยมี 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่ 1.เพิ่มสัดส่วนของพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าแห่งใหม่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 โดยพิจารณาจากต้นทุน ของระบบกักเก็บพลังงานระยะยาวในปี 2583 2.ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายใต้นโยบาย [email protected] 3.แนะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี 2040 รวมทั้งยังได้ผลักดันโมเดลเศรษฐกิจสีเขียวหรือ BCG (Bio-Circular-Green)

“เป้าหมายการเป็น Carbon Neutrality ของประเทศไทย นั้นขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความพร้อมทางการเงิน รวมทั้งความร่วมมือสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันผลักดันสร้างความยั่งยืนและก้าวสู่การเป็นประเทศเป็นกลางทางคาร์บอน ตามกำหนดใน ปี 2065-2070” นายกุลิศกล่าว

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ รองกรรมการผู้จัดการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากความร่วมมือขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลังงาน ร่วมนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ครอบคลุมทั้งการพัฒนาพลังงานทางเลือก ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ การบริหารจัดการพลังงานด้วย AI และเทคโนโลยี 5G เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ตลอด 3 วันของการจัดงานที่ผ่านมา มียอดผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน จาก 48 ประเทศ ที่สำคัญงานในครั้งนี้ได้เกิดการแลกเปลี่ยน พบปะ ซื้อขายสินค้าผลิตภัณฑ์ โซลูชั่น ใน Virtual Marketplace เกิดการต่อยอดธุรกิจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน และมีการเจรจาธุรกิจกว่า 100 คู่ ภายในงาน

“บริษัทจะเดินหน้าสานต่อความสำเร็จ ด้วยการจับมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนสู่การจัดงาน ASEAN SUSTAINABLE ENERGY WEEK 2022 อย่างเต็มรูปแบบระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2565 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โดยยังคงนำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมต่อไป ติดตามข้อมูลการจัดงานเพิ่มได้ที่ www.asew-expo.com” นายสรรชัยกล่าว

นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) กล่าวว่า สมาคมได้เข้าร่วมจัดงาน iEVTech 2021 การประชุมนานาชาติด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ภายในงาน ASEW & PVA Virtual Edition  โดยตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงานที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้า 41 คนจาก 10 ประเทศ มานำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในหัวข้อต่างๆ ภายใต้แนวคิด “Moving Towards Carbon Neutral Society: Global Cooperation in Electric Mobility” โดยมีกิจกรรมสำคัญเช่น Ambassador Forum ได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตและผู้แทนจาก เยอรมันนี ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำด้านการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และมีจัดการสัมนาในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ ทิศทางและอนาคตยานยนต์ไฟฟ้า (Future of Electric Mobility), บทบาทของยานยนต์ไฟฟ้า สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Role of EV toward Carbon Neutrality), สาระน่ารู้เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Knowledge Sharing), เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไต้หวัน (Taiwan Mobility Session) เป็นต้น

“การจัดงานในครั้งนี้ ได้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวทางในการผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจากทั่วโลกและในประเทศไทย ซึ่งข้อมูลจากปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมียอดจดทะเบียนเติบโตจากปีก่อนเป็นเท่าตัว ปัจจุบันประเทศไทยมียานยนต์ไฟฟ้า BEV สะสมทุกประเภทอยู่ที่ 8,267 คัน โดยสมาคมฯ จะเดินหน้าสนับสนุนให้มียานยนต์ไฟฟ้าในประเทศตามเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ โดยหวังว่าภายใต้การสนับสนุนของทางภาครัฐและเอกชน จะเกิดการปรับเปลี่ยนสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และเกิดการพัฒนาการใช้งานแบตเตอรี่และโครงข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพิ่มมากขึ้นในอนาคต” นายกฤษฎากล่าว

นายนวดล เหล่าศิริพจน์ ผู้อำนวยการ บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันแต่ละประเทศและองค์กรต่าง ๆ หันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยในประเทศกลุ่มอาเซียน อาทิ เมียนมา ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม ต้องเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน จึงทำให้เกิดความตื่นตัวในการประหยัดพลังงาน และการใช้พลังงานทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้การนำเทคโนโลยีนนวัตกรรม (innovation technologies) และ สมาร์ทโซลูชั่น (smart solution) มาใช้ในการควบคุมและจัดการระบบพลังงานมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในอัตราที่สูงขึ้น ขณะที่ต้องสามารถควบคุมเสถียรภาพรวมของพลังงานในระบบนั้นมีความสำคัญยิ่งกว่า ดังนั้น การจัดเก็บพลังงาน (Energy Storage) และแบตเตอรี่ (battery) จะมีบทบาทสำคัญมาก

นอกจากนี้ ในประเทศไทย และในอีกหลายประเทศในกลุ่มอาเซียน Bioenergy เป็นปัจจัยหลักในการสร้างพลังงานหมุนเวียน และสนับสนุนการ พัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy Model) ความพยายามที่จะเปลี่ยนผ่านจากเศรฐกิจปัจจุบัน ในสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพที่ยั่งยืนนั้น จะต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ รัฐบาล ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา เทคโนโลยีใหม่ การพัฒนากำลังคน และการสร้างขีดความสามารถ นั้นมีความสำคัญยิ่งสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ