พาผู้สูงอายุไปฉีดวัคซีน

คอลัมน์ สุขภาพดีกับรามาฯ โดย ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล

หลายคนอาจจะรู้จักว่าวันที่ 13 เมษายนเป็นวันสงกรานต์ โดยลืมไปจริง ๆ ว่า ความสำคัญอีกอย่างหนึ่งของวันนี้คือ “วันผู้สูงอายุ” ซึ่งถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้ประชาชนนึกถึงพระคุณของผู้สูงอายุที่บ้าน ให้ลูกหลานได้กลับบ้านไปใส่ใจดูแลสุขภาพของท่าน และเนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปยังสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2564 จึงจำเป็นที่เรา?ควรหันมาให้ความสำคัญและใส่ใจในคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ เพื่อให้ท่านมีความสุข ปราศจากโรคภัย และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกหลาน

ผู้สูงอายุ เป็นวัยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าคนวัยหนุ่มสาว ทำให้มีโอกาสติดเชื้อโรคได้ง่าย รวมถึงมีการติดเชื้อรุนแรง มีภาวะแทรกซ้อน และต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งแท้จริงแล้วโรคติดเชื้อบางอย่าง สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน แม้วัคซีนจะไม่สามารถป้องกันโรคได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่การได้รับวัคซีนจะเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการเกิดโรค ลดความรุนแรงของโรค ?ประหยัดค่ารักษาพยาบาล จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนรับรู้ว่า วัคซีนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเด็กเท่านั้น ผู้สูงอายุก็มีความจำเป็นต้องได้รับวัคซีนเช่นกัน ในที่นี้จะขอกล่าวถึงวัคซีน 4 ชนิดที่จำเป็นในผู้สูงอายุ ได้แก่

1.วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ผู้สูงอายุที่เป็นไข้หวัดใหญ่ อาจเกิดหลอดลมอักเสบและปอดบวม หรือบางรายมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน หาก อาการรุนแรงก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 1 เข็ม ทุกปี

2.วัคซีนป้องกันโรคปอดบวมโรคปวดบวมเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ผู้สูงอายุเสียชีวิต โรคปอดบวมมีสาเหตุสำคัญจากเชื้อนิวโมค็อกคัส ซึ่งอาจมีการติดเชื้อในกระแสเลือดและเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดบวมชนิด 13 สายพันธุ์ 1 เข็ม ตามด้วยชนิด 23 สายพันธุ์ 1 เข็ม ห่างกัน 1 ปี

3.วัคซีนป้องกันโรคงูสวัดโรคงูสวัดเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับโรคอีสุกอีใส ทำให้เกิดตุ่มน้ำใสตามแนวเส้นประสาท อาจมีภาวะแทรกซ้อนคือ ปวดแสบปวดร้อนตามผิวหนัง แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 1 เข็ม เพียงครั้งเดียว

4.วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน หากเกิดแผลในผู้สูงอายุจะมีโอกาสติดเชื้อบาดทะยักได้ง่าย ทำให้เกิดกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง หายใจลำบาก โรคคอตีบ หากรุนแรงจะทำให้หายใจลำบาก ทั้งโรคบาดทะยักและคอตีบ?หากมีอาการรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนโรคไอกรนทำให้?ไอต่อเนื่องอย่างรุนแรง แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน 1 เข็ม และวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก-คอตีบ ทุก 10 ปี

หมายเหตุ : ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล สาขาวิชา?โรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

Previous articleโตโยต้า โคสเตอร์ อเนกประสงค์ 20 ที่นั่ง
Next articleการีนา ประกาศกลยุทธ์อีสปอร์ต ดัน RoV ก้าวสู่กีฬาอาชีพระดับประเทศ