โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก Bell”s Palsy กันไว้ดีกว่าแก้

โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก Bell”s Palsy กันไว้ดีกว่าแก้

คอลัมน์ สุขภาพดีกับรามาฯ โดย อ.นพ.พิเชฐ เติมสารทรัพย์

โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก เป็นโรคที่ได้ยินชื่อบ่อย ถ้าฟังแค่ชื่ออาจไม่รู้ว่ามันเป็นปัญหาสุขภาพระดับไหน เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง ดังนั้น หมออยากให้ข้อมูลเพื่อให้ผู้อ่านได้มีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้มากขึ้น

โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก Bell”s Palsy เกิดจากอะไร และเป็นมาอย่างไร?

โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีกแบบ Bell หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Bell”s Palsy เป็นโรคที่มีการอักเสบของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 โดยภาวะปกติเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 จะมาเลี้ยงกล้ามเนื้อของใบหน้าทั้งด้านบนและด้านล่าง เพราะฉะนั้น เมื่อมีความผิดปกติของเส้นประสาทสมองเส้นนี้จะทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงไป อย่างเช่นกรณีของคุณโอ อนุชิต หลับตาไม่สนิทข้างหนึ่ง ยักคิ้วไม่ได้ มุมปากตก เวลาดื่มน้ำแล้วน้ำไหลออกจากมุมปากด้านหนึ่ง เส้นประสาทเส้นนี้เกี่ยวข้องกับการรับรสด้วย เพราะฉะนั้น คนไข้อาจจะมีการสูญเสีย

การรับรสของลิ้นด้านเดียวกับของใบหน้าที่อ่อนแรงไป นอกจากนั้น คนไข้อาจจะได้ยินเสียงดังกว่าปกติจากหูข้างนั้น เนื่องจากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่ช่วยลดความดังของเสียงที่จะเข้ามาในหูข้างนั้นด้วย

ความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน บางทีอาจจะเป็นจากอุบัติเหตุ หรือจากเนื้องอก หรือจากสาเหตุอื่น ๆ สิ่งที่เรารู้แน่ก็คือ มีการอักเสบของตัวเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 และมีการบวมของเส้นประสาท สมมุติฐานที่น่าเชื่อถือมากที่สุดในปัจจุบัน คือ คิดว่าเกิดจากการติดเชื้อไวรัส จากการศึกษาก็มีไวรัสหลายตัว เช่น ไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคเริม ไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส แล้วก็มีไวรัสตัวอื่น ๆ อีก

เจอกันบ่อย ๆ ไหมไวรัสพวกนี้ แล้วปัจจัยอะไรที่ทำให้กลายเป็นโรค ?

ในกรณีที่เป็นการติดเชื้อไวรัส ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าใน 100 คนมีการติดเชื้อไวรัสสรุปทั้งหมดกี่คน

ถ้าเราคิดว่าเกิดจากเชื้อไวรัส ยกตัวอย่างเช่น ไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส ตัวนี้หลังจากการติดเชื้อครั้งแรกมันก็จะเข้าไปซ่อนที่ปมประสาท ซึ่งเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ก็มีปมประสาทให้ไวรัสเข้าไปซ่อนอยู่ด้วยเหมือนกัน แล้ว วันดีคืนร้ายถ้าร่างกายเราอ่อนแอ ภูมิต้านทานลดลง ไวรัสมันก็ออกมาแผลงฤทธิ์ได้

ทั้งนี้ คนไข้ส่วนใหญ่ที่มาหาแพทย์ก็ภูมิต้านทานแข็งแรงดี ไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่มีติดเชื้อไวรัส เราถึงบอกยากว่าเกิดจากอะไร ปัจจุบันนี้เราก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่สรุปได้ชัดเจน 100%

เชื้อไวรัสตัวนี้ไม่ได้แค่มีผลกระทบต่อเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 เท่านั้น มันสร้างปัญหาที่เส้นประสาทเส้นอื่น ๆ ได้ อาจจะเป็นที่เส้นประสาทไขสันหลังก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นก็เป็นโรคอย่างที่เราเรียกว่า เป็นโรคงูสวัด คนไข้ก็จะมาด้วยตุ่มน้ำใส อาจจะมีผื่นที่ผิวหนังตามแนวของผิวหนังที่เลี้ยงโดยเส้นประสาทเส้นนั้น ๆ

มันแยกจากอัมพฤกษ์อย่างไร ?

คนไข้ส่วนใหญ่ที่มาหาหมอมีใบหน้าที่อ่อนแรงครึ่งซีกอย่างฉับพลัน คำถามแรกที่ทุกคนกลัว คือ จะเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตหรือเปล่า เป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือเปล่า ก่อนอื่นต้องพูดให้ชัดเจนว่า ในโรค bell นี้ความผิดปกติมันอยู่ที่ตัวเส้นประสาทเอง ไม่ได้อยู่ในเนื้อสมอง ในขณะที่ถ้าเราพูดถึงโรคหลอดเลือดสมอง พวกนั้นจะเป็นความผิดปกติภายในเนื้อสมองเอง แล้วก็คนไข้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองมักจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย นอกจากใบหน้าอ่อนแรงแล้วอาจจะมีแขนขาอ่อนแรง มีอาการชาที่แขนขา มีอาการพูดไม่ชัด อาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ทีนี้ถ้าคนไข้มาพบแพทย์แล้วแพทย์ตรวจร่างกายทางระบบประสาทโดยละเอียดแล้ว เราก็จะมีวิธีที่สามารถแยกได้ว่าคนไข้เป็นโรค Bell หรือว่าโรคหลอดเลือดสมอง

การไปฝังเข็มช่วยทำให้ดีขึ้นหรือไม่ ?

เคยมีคนพูดถึงว่าการฝังเข็มอาจจะช่วยได้ในคนไข้บางราย แต่ถ้าเราพิจารณาตามหลักฐานโดยรวมทางการแพทย์แล้วก็ยังไม่มีข้อสนับสนุนชัดเจนว่าจะมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์กันแน่

เรื่องกายภาพบำบัด คนที่เป็นแล้วต้องทำอะไรบ้างที่จะช่วยให้มันกลับมาคืนไม่เบี้ยวเหมือนเดิม ?

ในแง่ของกายภาพบำบัดก็จะมีการออกกำลังกล้ามเนื้อที่ใบหน้า บางคนก็อาจจะใช้ไฟฟ้ากระตุ้น ใช้ความร้อน

โรคนี้เป็นกันเยอะไหม เรามีวิธีการป้องกันดูแลสุขภาพตัวเองอย่างไรบ้าง ?

โรคนี้เป็นกันเยอะ ตามข้อมูลที่เราทราบกันก็คือ ประมาณ 1 ใน 5,000 คนต่อปีส่วนการป้องกัน ถ้าเราเชื่อว่าไวรัสมันจะออกมาตอนที่ร่างกายอ่อนแอ เราก็ต้องสร้างภูมิต้านทานที่แข็งแรง

หมายเหตุ : อ.นพ.พิเชฐ เติมสารทรัพย์ สาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ