New Normal Behavior สำหรับนักเรียน นักศึกษา

Photo by Romeo GACAD / AFP
สุขภาพดีกับรามาฯ 
อ.พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด

ช่วงนี้เริ่มเปิดเทอมกันแล้ว หลาย ๆ คนก็เป็นห่วงว่าจะเกิดโควิด-19 ระลอกสองอีกครั้งหรือไม่ หลังจากที่ประเทศไทยเราไม่มีเคสใหม่ที่มีการระบาดในประเทศมามากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว มีแต่เคสใหม่จากผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศและกักตัวอยู่ที่สถานกักตัวของรัฐบาลที่เรียกว่า state quarantine

นอกจากนั้นก็ยังมีความกังวลกันอยู่เมื่อมีการเปิดโรงเรียน เนื่องจากทั้งเด็กเล็กและเด็กโตมีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกันในขณะเรียนและทำกิจกรรมต่าง ๆ หมอจึงขอแนะนำ new normal behavior สำหรับเด็กนักเรียน และนักศึกษา 8 ข้อต่อไปนี้

1.รักษาระยะห่างทางสังคม ควรอยู่ห่างกันอย่างน้อย 1.5 ถึง 2 เมตร โดยจัดโต๊ะเรียนเป็นโต๊ะเดี่ยวห่างจากกันตามระยะที่กำหนด

2.สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ให้ถูกวิธี ให้คลุมปากและจมูก มีการล้างมือก่อนและหลังการใส่หน้ากากอนามัย และเก็บให้ถูกวิธี หากนำหน้ากากผ้ามาใช้ซ้ำให้ซักด้วยสบู่หรือผงซักฟอกทุกวันก่อนนำมาใช้ซ้ำ

3.ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล หรือน้ำและสบู่ตาม 7 ขั้นตอนหลักอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนและหลังสัมผัสบริเวณที่มีความเสี่ยง เช่น ประตูห้องน้ำ หากเป็นเด็กเล็กควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแอลกอฮอล์เจลบ่อยจนเกินไป คุณครูควรกำกับดูแลการล้างมืออย่างใกล้ชิด

4.งดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดสารคัดหลั่งหรือละอองฝอยฟุ้งกระจาย โดยอาจหาวิธีการที่สร้างสรรค์อื่น ๆ แทน เช่น การเป่าเทียนวันเกิด อาจใช้มือหรือพัดเป่าเทียนแทน การจัดกิจกรรมรับน้อง ควรงดการเปล่งเสียงเพลงเชียร์ในห้องแคบ ๆ

5.กิจกรรมที่ปกติเคยเกิดขึ้นบางอย่างควรปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม เช่น การเข้าแถวร้องเพลงหรือสวดมนต์เป็นหมู่ อาจให้เด็กฟังแล้วร้องเพลงหรือสวดมนต์ในใจ แทนที่จะเปล่งเสียงออกมา หรือการทานอาหารในโรงอาหาร อาจปรับให้มีการทานที่โต๊ะเรียน มีการใช้ฉากกั้นเพราะขณะทานอาหารจำเป็นต้องถอดหน้ากากออก

6.ลดความหนาแน่นของสถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน อาจมีการเปิดเรียนสลับกัน และมีการเรียนออนไลน์

7.ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสในบริเวณที่มีการใช้ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เช่น ราวบันได โต๊ะทานข้าว เป็นต้น

8.หมั่นสังเกตอาการตนเองและเพื่อนร่วมชั้นเรียน หากมีไข้ ไอ จาม เหนื่อยหอบ เจ็บคอ ไม่ได้กลิ่น รับรสผิดปกติ ปวดท้อง ถ่ายเหลว และมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 ควรหยุดไปเรียนก่อน และไปพบแพทย์

เพียงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่าย ๆ เท่านี้ ก็จะทำให้การไปเรียนของน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา มีความปลอดภัยมากขึ้น นอกจากช่วยกันดูแลทางด้านกายภาพแล้ว อย่าลืมดูแลจิตใจของนักเรียน นักศึกษาด้วยนะคะ

เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 นี้อาจมีหลายคนเกิดความเครียดทั้งในการใช้ชีวิตทั่วไป การเรียน เศรษฐกิจ รวมทั้งการเรียนออนไลน์เอง มาช่วยกันคนละไม้คนละมือให้ประเทศไทยเราผ่านวิกฤตนี้ไปได้กันค่ะ

หมายเหตุ : อ.พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ