วธ.เตรียมพร้อมจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีฯ แสดงโขนหน้าพระเมรุ ทุกเสาร์-อาทิตย์

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม เวลา 17.00 น.ที่หอประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายบริหารจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า วันที่ 29 ตุลาคมนี้ วธ.จะเริ่มติดตั้งนิทรรศการ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-30 พฤศจิกายน เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น. จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมรอบละ 3,000 – 5,000 คน และใช้เวลา รอบละ 45 นาที – 1 ชั่วโมง คาดว่าแต่ละวันจะมีผู้เข้าชมประมาณ 1 แสนคน รวม 1 เดือนประเมินว่าจะมีผู้เข้าชมประมาณ 3 ล้านคน โดยจะมีการทดสอบการเข้าชมในวันที่ 1 พฤศจิกายน สำหรับประชาชนที่เข้าชมนิทรรศการจะได้รับแจกแผ่นพับพระเมรุมาศ ที่จัดพิมพ์ทั้งหมด 3 ล้านฉบับ และโปสการ์ดที่ระลึกภาพพระเมรุมาศ 9 แบบ 3 ล้านแผ่น

วีระ โรจน์พจนรัตน์

โดยในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 เวลา 07.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

นายวีระ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ นิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ แบ่งเป็น ส่วนแรกพระที่นั่งทรงธรรม “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” จัดแสดงเนื้อหา เกี่ยวกับ พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แบ่งเป็น 5 ตอน ได้แก่1.เมื่อเสด็จอวตาร 2.รัชกาลที่ร่มเย็น 3.เพ็ญพระราชธรรม 4.นำพระราชไมตรี และ 5. พระจักรีนิวัตฟ้า และสามารถชมจิตรกรรมฝาผนังโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ 3 ด้าน

ส่วนที่สองคือ นิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและ การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จัดแสดงภายในศาลาลูกขุน เนื้อหาแสดงถึงแนวคิดและขั้นตอนการทำงานทั้งงานสถาปัตยกรรม งานประติมากรรมและจิตรกรรมประดับพระเมรุมาศ งานประณีตศิลป์ในส่วนของพระโกศจันทน์ พระโกศทองคำ เครื่องสังเค็ดและการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ

ส่วนที่สามนิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา จัดแสดงบริเวณอาคารทับเกษตร โดยจำลองพระเมรุมาศ ประติมากรรมประดับพระเมรุ อาทิ เทวดา สัตว์หิมพานต์ เป็นต้นเพื่อให้ผู้พิการทางสายตาสามารถสัมผัสได้ โดยมีอาสาสมัครนำชมและจัดทำซีดีเสียงบรรยายนิทรรศการสำหรับผู้พิการทางสายตา ส่วนผู้พิการทางการได้ยิน มีจิตอาสานำชมด้วยภาษามือ

นอกจากนี้ สำหรับการนำชมนิทรรศการสำหรับประชาชนทั่วไปจะให้จิตอาสาที่สมัครใจ เข้ามาทำหน้าที่บรรยายให้ความรู้ในส่วนต่าง ๆ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารับผิดชอบจัดทำแผ่นพับให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นภาษาต่างๆ อาทิ ภาษาอังกฤษ จีน เกาหลี เยอรมัน สเปน และจะจัดทำภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติม

พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า ขั้นตอนการเข้าชมนิทรรศการประชาชนจะต้องผ่านจุดคัดกรอง 5 จุด ประกอบด้วย บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ บริเวณท่าช้าง บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (รด.) บริเวณตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และบริเวณด้านหลังกระทรวงกลาโหม โดยมีการอำนวยความสะดวกผู้เข้าชมนิทรรศการ โดยนำประชาชนจากพื้นที่ไกลเข้าพื้นที่ใกล้จุดคัดกรอง ด้วยรถประจำทาง 6 สาย กองทัพเรือบริการเดินเรือที่ท่านิเวศน์วรดิฐ และท่าราชนาวิกสภา ประสานเรือด่วน เรือเมล์ บริการเมื่อเข้าจุดคัดกรองแล้วจะเข้าพื้นที่สนามหลวง บริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม มีระบบประชาสัมพันธ์ก่อนเข้าชม จัดแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนประชาชน โซนภิกษุสงฆ์ และโซนผู้สูงอายุ ซึ่งจะสะดวกและใกล้พื้นที่นิทรรศการมากที่สุด โดยจัดรถเข็นวีลแชร์ ที่นั่งผู้สูงอายุ ผู้พิการทุกประเภท มีเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ดูแล ทั้งนี้ พื้นที่ด้านเหนือ ท้องสนามหลวง จัดเต้นท์ ก ข ค และ ง หากไม่พอรองรับผู้เข้าชมนิทรรศ จะเพิ่มบริเวณโค้งด้านนอก รวมถึงพื้นที่ด้านทิศใต้ ฝั่งศาลฎีกา

“การนำชมจะเริ่มจากพื้นที่ถนนสายกลางท้องสนามหลวง ก่อนเข้าชมด้านใน โดยกำหนดเวลา 15 นาที เพื่อให้ถ่ายภาพมุมกว้างพระเมรุมาศ พลับพลายก และโครงการพระราชดำรินาข้าว ฝาย กังหันน้ำชัยพัฒนา ก่อนเข้าชมนิทรรศการจะสร้างการรับรู้ด้วยป้ายประชาสัมพันธ์ แผ่นพับ รวมทั้งมีระบบคิวอาร์โคดเพื่อให้ประชาชนศึกษาก่อนเข้าชมเพื่อความสะดวกรวดเร็ว จากนั้นนำสู่ระบบเข้าชม มีเจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องตอบคำถาม ให้เวลาชม45 นาที ก่อนหมดเวลาเข้าชมจะมีสัญญาณแจ้งเตือนผู้เข้าชมแต่ละชุด โดยมีเจ้าหน้าที่แนะนำทางออกด้านหลังพระเมรุมาศ ทิศใต้ บริเวณพระบรมมหาราชวัง จำนวนผู้เข้าชมสูงสุดต่อรอบรับได้ 5,500 คน”



พล.ต.ธานี กล่าวต่อว่า สำหรับงานด้านการรักษาความปลอดภัยจำลองแบบการรักษาความปลอดภัยจัดคิวเข้าสักการะพระบรมศพ มีเจ้าที่ทหาร ตำรวจ ดูแล รวมถึงมีระบบตรวจคนและตรวจสิ่งของเพื่อรักษาความปลอดภัย มีกล้องวงจรปิดพื้นที่พระเมรุมาศ และภายในอาคารที่จัดแสดงนิทรรศการตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตรวจวัตถุระเบิด สุนัขตำรวจตรวจตราตามห้วงเวลาที่เหมาะสม

นายจุลชาติ อรัณยะนาค รองอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนาศิลป์ (สบศ.) กล่าวว่า การจัดนิทรรศการครั้งนี้จะมีการแสดงมหรสพ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. เริ่มจาก การบรรเลงวงประโคมรอบพระเมรุมาศ ส่วนเวทีมหรสพทิศเหนือ 3 เวที จะมีการแสดงที่หลากหลาย ทั้งการแสดงในแต่ละภาค การแสดงละครใน เรื่องอิเหนา ละครนอกพระมหาชนก การแสดงเรื่องพระสุธน มโนราห์ การแสดงลิเกพื้นบ้าน ที่สำคัญจะมีการแสดงโขนหน้าพระพระที่นั่งทรงธรรมหรือโขนหน้าพระเมรุมาศ ในทุกวันเสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 19.00-19.30 น. เริ่มแสดงครั้งแรกวันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน ในตอน พระนารายณ์ปราบนนทุก วันอาทิตย์ที่5 พฤศจิกายน ตอน อัญเชิญพระนารายณ์อวตาร วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน ตอน ศึกทูต ขร ตรีเศียร วันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน ตอน พระรามได้พล วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน ตอน นางลอย วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน ตอน ศึกกุมภกรรณ วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน ตอน ทศกัณฐ์ขาดเศียรขาดกร และวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน ตอน เฉลิมพระเกียรติรามราชจักรี

 

ที่มา มติชนออนไลน์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ