ในหลวง เสด็จฯ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่ 9

เมื่อเวลา 17.39 น. วันที่ 12 สิงหาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ไปในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จฯ ถึง ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคลของบรรพชิตจีนและญวน จากนั้นเสด็จเข้าพระอุโบสถ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงยืนที่หน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุด เทียนมหามงคล 1 คู่ ตั้งอยู่บนธรรมาสน์ศิลา เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชา พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการหน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ เสด็จฯไปทรงจุดธูปเทียนที่โต๊ะหน้าอาสน์สงฆ์ พระสงฆ์สวดนวัคคหายุสมธัมม์ และทรงจุดเทียนที่บัตรเทวดาบนแท่นซึ่งตั้งอยู่ตรงพระทวารกลาง พระราชทานเงินแก่ข้าราชการผู้ทำหน้าที่โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์ เสด็จลงจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

ต่อจากนั้น รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงยืนที่หน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ เสด็จฯไปทรงจุด เทียนพระมหามงคลที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร เล่มที่ตั้งอยู่พระราชอาสน์ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ด้านพระราชอาสน์ ธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปพระเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระราชอาสน์ แล้วเสด็จฯไปทรงจุด เทียนพระมหามงคลที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร เล่มที่ตั้งอยู่ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ ธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปพระเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ

ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล (เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล) พระสงฆ์ 87 รูป เจริญพระพุทธมนต์ (เมื่อบทเสกน้ำพระพุทธมนต์) ทรงจุดเทียนที่ฝาครอบพระกริ่ง (ทรงจุดแล้ว เจ้าพนักงานเชิญเข้าไปตั้งที่โต๊ะข้างหน้าผู้เป็นประธานสงฆ์) เสด็จฯไปทรงประเคนครอบพระกริ่งแด่ผู้เป็นประธานสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ (พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบ) เสด็จฯไปทรงประเคนผ้าไตรแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงยืนประเคนผ้าไตรแด่รองสมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะซึ่งจะเดินเข้ามารับจนครบ 87 รูป ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก (พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง) เสด็จฯไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จฯกลับในเวลาต่อมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่บริเวณฝั่งตรงข้ามหน้าประตูวิเศษไชยศรี หน้าศาลหลักเมือง และที่สนามหญ้าข้างศาลาลูกขุน พสกนิการต่างสวมเสื้อสีฟ้า ถือธงตราสัญลักษณ์พระนามาภิไธยย่อ ส.ก. เฝ้ารอชื่นชมพระบารมีจำนวนมาก โดยเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ถึงพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงแย้มพระสรวลให้กับพสกนิกรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จบริเวณภายในวัด โดยต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง และต่างปลาบปลื้มที่ได้รับเสด็จอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2561 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ พระลานพระราชวังดุสิต ในวันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม เวลา 17.00 น.

นายนิตย์ ทับผึ้ง อายุ 62 ปี อดีตพนักงานการบินไทย เดินทางมากับครอบครัว กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสได้มาเฝ้าฯ รับเสด็จ อดีตเพียงแต่เคยอยู่รอบนอก และในโทรทัศน์ แต่ครั้งนี้ถือว่าได้ใกล้ที่สุดในชีวิต เนื่องจากมากราบสักการะพระแก้วมรกตจึงได้รอรับเสด็จอยู่ภายใน ยิ่งได้เห็นพระองค์ที ทรงเจริญวัย สิริโฉมงดงาม นับได้ว่าเป็นสิริมงคลในชีวิต เป็นความปลาบปลื้มที่สุดในชีวิต

 

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ