“โคคา-โคลา” ชวนแยก แลกลุ้นโชค

โคคา-โคลา

โครงการ “โค้ก ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky” ก้าวสู่ปีที่ 3 โดยกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ แทรชลัคกี้ เดินหน้าส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนพฤติกรรมการแยกขยะ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล สร้างระบบกลไกจัดการขยะแบบครบวงจร

ซึ่งปีนี้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรองค์กรชั้นนำทั้งพันธมิตรรีเทลเดิมอย่าง โลตัส และบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และพันธมิตรรีเทลใหม่อย่างบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมแคมเปญเพื่อเพิ่มจุดรับวัสดุรีไซเคิล 64 จุดทั่วกรุงเทพฯ และนำร่องขยายไปยังภูเก็ต 5 จุด

โดยขวดพลาสติก PET ทั้งหมดจากแคมเปญจะถูกส่งต่อไปให้ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เพื่อรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกที่สามารถผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สะอาดปลอดภัยอีกครั้ง อีกทั้งยังมีพันธมิตรใหม่อย่าง บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด จะสนับสนุนการรีไซเคิลกระป๋องอะลูมิเนียม รวมถึงผู้ที่ส่งกระป๋องอะลูมิเนียมมาในแคมเปญจะได้ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอีกด้วย

ลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

“นันทิวัต ธรรมหทัย” ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสารและความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จุดประสงค์โครงการคือชวนผู้บริโภคนำขวดพลาสติกมาส่งที่จุดรับสถานที่ต่าง ๆ ตามห้างสรรพสินค้าโลตัส บิ๊กซี เดอะมอลล์กรุ๊ป รวมถึงเชลล์ เพื่อที่เราจะได้ส่งต่อไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล

เพราะการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างเหมาะสมเพื่อให้สามารถนำมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่สะอาดปลอดภัยถือเป็นอีกเป้าหมายหลักของแคมเปญในการขับเคลื่อนการจัดการขยะอย่างยั่งยืน และจูงใจผู้บริโภคให้นำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในชีวิตประจำวันโดยเริ่มจากการรีไซเคิล

พร้อมทั้งได้ลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทอีกด้วย ทั้งนี้ผู้บริโภคสามารถคัดแยกและส่งวัสดุรีไซเคิลได้ที่จุดรับรีไซเคิลทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 ธันวาคม 2566

“ด้วยความมุ่งมั่นของโคคา-โคลา ในการทำงานเพื่อช่วยจัดเก็บและรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ในปริมาณเทียบเท่ากับที่จำหน่ายออกไปภายในปี พ.ศ. 2573 บริษัทรู้สึกตื่นเต้นที่แคมเปญเดินทางมาสู่ปีที่ 3 ในปีนี้ เพราะผลตอบรับในปีที่ 2 ไม่เพียงประสบความสำเร็จในแง่การสร้างความตระหนักรู้ถึงความจำเป็นในการแยกวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ออกจากขยะทั่วไป และความร่วมมือจากพันธมิตรหลัก คือ แทรชลัคกี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส โลตัส และเชลล์ แต่ยังสะท้อนมาถึงแคมเปญในปีที่ 3 ที่ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรใหม่ในเครือข่ายผู้ผลิตกระป๋องอะลูมิเนียมรายใหญ่ของโลก ไทยเบเวอร์เรจแคน

และผู้นำด้านรีเทลอย่าง เดอะมอลล์ กรุ๊ป และบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ที่มาร่วมขยายเครือข่ายรีไซเคิลด้วยการเพิ่มจุดรับวัสดุรีไซเคิลให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะเห็นตรงกันว่าการแก้ไขปัญหาขยะนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด นี่ไม่ใช่พื้นที่การแข่งขัน แต่เป็นความพยายามร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ยั่งยืน ผมคิดว่าในปีถัดไป หากมีการขยายความร่วมมือเพิ่มขึ้น คาดว่าแคมเปญจะมีการเพิ่มจุดรับมากยิ่งขึ้น สุดท้ายพฤติกรรมการแยกขยะก็จะกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคนไทย”

รวบรวมวัสดุรีไซเคิลได้กว่า 70,000 กิโลกรัม

“ณัฐภัค อติชาตการ” ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แทรชลัคกี้ จำกัด (Trash Lucky) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 6 เดือนของแคมเปญ ปี 2 ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคชาวไทย และสามารถเก็บรวบรวมวัสดุรีไซเคิลได้กว่า 70,000 กิโลกรัม โดยกว่า 9,500 กิโลกรัมเป็นขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้ว หรือเทียบเท่า 428,760 ขวด นำกลับเข้าสู่ระบบการรีไซเคิลที่ถูกต้อง

และในปีที่ 3 นี้ แทรชลัคกี้ยังคงจัดกิจกรรมและให้บริการโซลูชั่นการรีไซเคิล รวมถึงส่งมอบความรู้เพื่อส่งเสริมการรับรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิลที่ถูกต้องสู่สาธารณชน ตลอดจนมีโอกาสขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มจุดรับวัสดุรีไซเคิลทั่วกรุงเทพฯ และร่วมมือกับบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) นำร่องที่ภูเก็ต รวม 69 จุด ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าหากความพยายามร่วมกันของผู้บริโภคจะปูทางไปสู่ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการแก้ไขปัญหาขยะ

“ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี” ที่ปรึกษาโครงการ Chula Zero Waste และนักวิจัยชำนาญการ สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ กล่าวเสริมว่า ปัญหาขยะเป็นประเด็นใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน และแคมเปญนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่สะท้อนการทำงานของเหล่าพันธมิตรภายใต้หลักการ EPR (extended producer responsibility) โดยสมัครใจ ที่ประสบความสำเร็จในการนำร่องสร้างกลไกการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วและวัสดุรีไซเคิลอื่น ๆ เข้าสู่กระบวนการอย่างเหมาะสม

“นวีนสุดา กระบวนรัตน์” หัวหน้าฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อินโดรามา เวนเจอร์ส ได้รับมอบขวด PET ที่รวบรวมได้จากแคมเปญที่ผ่านมา เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของเรา ที่จะเปลี่ยนพลาสติก PET ที่ใช้แล้วโดยการเปลี่ยนเป็นเม็ดพลาสติก PET

และในปีที่ 3 นี้บริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีการรีไซเคิลให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจว่า กระบวนการผลิตพลาสติก PET รีไซเคิลจะได้มาตรฐานและปลอดภัยแก่ผู้บริโภค และช่วยลดประมาณขยะจากขวดพลาสติก ขานรับกับกฎหมาย rPET ที่ไทยอนุญาตให้นำมาใช้บรรจุภัณฑ์อาหารได้ ซึ่งเรามีความพร้อมด้านเทคโนโลยีแล้ว เหลือแค่การอนุมัติด้านเอกสารต่าง ๆ คาดว่าภายในปีนี้จะเริ่มดำเนินการเกี่ยวกับ rPET ได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับแคมเปญมีระยะ 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 ธันวาคม 2566 โดยแจกรางวัลประจำเดือนรวมกว่า 500 รางวัลตลอด 6 เดือน โดยมีรางวัลใหญ่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า Neta V มูลค่า 549,000 บาท เข้าร่วมกิจกรรมโดยลงทะเบียนผ่านทาง Line Official Account : @trashlucky ซึ่งจะได้รับรหัสสมาชิก (Trash Lucky ID) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถแยกวัสดุรีไซเคิล พลาสติก อะลูมิเนียม แก้ว และกระดาษ ของแบรนด์ใดก็ได้ บรรจุใส่ถุงหรือกล่องโดยติดชื่อ หรือรหัสสมาชิก (Trash Lucky ID)


และสามารถส่งขยะรีไซเคิลได้ 3 วิธี วิธีแรกคือ นำไปส่งที่จุดรับวัสดุรีไซเคิลมากกว่า 64 จุดทั่วกรุงเทพฯ และภูเก็ต ตามสถานที่ต่าง ๆ ของพันธมิตรที่เข้าร่วม หรือส่งวัสดุรีไซเคิลผ่านบริการขนส่งพัสดุมาที่ Trash Lucky Warehouse 496 ซอยสาธุประดิษฐ์ 49 และออฟฟิศ แขวงดินแดง หรือเรียกใช้บริการเก็บวัสดุรีไซเคิลของแทรชลัคกี้ ในกรุงเทพฯและปริมณฑล