พลังชุมชน SCG ต่อยอดธุรกิจครัวเรือน มีรายได้ยั่งยืน

โครงการพลังชุมชนที่ขับเคลื่อนโดยเอสซีจี เป็นหลักสูตรเสริมสร้างความรู้ชุมชนให้ลุกขึ้นมาพัฒนาตนเอง ด้วยการนำภูมิปัญญาดั้งเดิม หรือวัตถุดิบท้องถิ่นมาต่อยอดแปรรูปเพิ่มมูลค่า สร้างอัตลักษณ์สินค้าให้โดดเด่นเพื่อนำออกสู่ตลาด ซึ่งก่อนจะผลิตสินค้า โครงการเน้นย้ำว่าจะต้องรู้ตลาดก่อน และเข้าใจกลุ่มลูกค้า เพราะเมื่อรู้ตลาดแล้ว จึงจะสามารถพัฒนาและทำให้เกิดรายได้ที่ยั่งยืน

“วีนัส อัศวสิทธิถาวร” ผู้อำนวยการสำนักงาน Enterprise Brand Management เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจีมุ่งแก้จน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคมผ่านโครงการพลังชุมชน ที่เป็นการอบรมเสริมความรู้ สร้างอาชีพยั่งยืน ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต

เน้นพึ่งพาตนเอง ส่งเสริมชุมชนให้เห็นคุณค่า และพัฒนาศักยภาพตนเอง แปรรูปเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เข้าใจลูกค้าและตลาดก่อนผลิตและจำหน่าย บริหารจัดการความเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกัน

วีนัส อัศวสิทธิถาวร
วีนัส อัศวสิทธิถาวร

ปัจจุบันโครงการพลังชุมชนพลิกชีวิต 140 ชุมชน กว่า 10,000 คน สามารถปลดหนี้ มีอาชีพ และรายได้ที่มั่นคงขึ้น ทั้งต่อยอดความรู้จนสามารถพัฒนาเป็นการตลาด จนมีรูปแบบเฉพาะตัว พร้อมแบ่งปันความรู้ขยายเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง ทั้งยังเป็นต้นแบบส่งต่อแรงบันดาลใจให้ชุมชนอื่น ๆ ต่อไป

ยกตัวอย่างสองพลังชุมชนจังหวัดอุดรธานี อย่างกลุ่มวิสาหกิจวังธรรมผลิตและแปรรูปปลาครบวงจร อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี (ปลาส้มวังธรรม) และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรน้ำหมักเอนไซม์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ บ้านหนองเป็ด อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี ที่นำความรู้จากโครงการมาผนวกกับความถนัดเดิม พัฒนาเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมีรายได้หลักล้าน

ยศวัจน์ ผาติพนมรัตน์
ยศวัจน์ ผาติพนมรัตน์

ปลาส้มวังธรรมมูลค่า 4 ล้านบาท

“ยศวัจน์ ผาติพนมรัตน์” ประธานกลุ่มวิสาหกิจวังธรรมผลิตและแปรรูปปลาครบวงจร กล่าวว่า โครงการพลังชุมชนให้หลักคิดอย่างหนึ่งคือ สนับสนุนให้ผู้เข้าอบรมทำในสิ่งที่ถนัด และพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพที่สร้างรายได้มั่นคง ซึ่งผมถนัดและชอบการทำปลาส้ม จึงชวนภรรยาช่วยกันศึกษาและผลิตปลาส้ม เริ่มแรกนำปลามาจากที่อื่นเพื่อทดลองผลิตและแปรรูป แต่ช่วงหลังเริ่มทำบ่อปลาเลี้ยงเอง ลองผิดลองถูกกันไป จนกลายเป็นธุรกิจที่ทำจริงจัง

นับเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว จนเรามีผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 6 สูตรด้วยกันคือ สูตรโบราณ, สูตรสมุนไพร, สูตรพริกไทยดำ, สูตรขมิ้น, สูตรไม่มีน้ำตาลและผงชูรส และสูตรโปรไบโอติก ซึ่งการทำแต่ละสูตรล้วนใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร พริกไทยดำ หรือขมิ้น

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาส้ม ได้แก่ ปลาส้มเส้น และน้ำพริกปลาส้ม 4 ภาค ภาคกลาง โนริสาหร่าย, ภาคอีสาน น้ำพริกลาบ, ภาคใต้ คั่วกลิ้ง และภาคเหนือ น้ำพริกข่า ซึ่งใช้น้ำพริกแซ่บถะล้าจากลำปางมาผสมกับปลาส้มคั่ว

“ผลิตภัณฑ์ของเรามีหลากหลาย โดยที่ลูกค้าของเราจะอยู่ในพื้นที่รัศมี 45 ตารางกิโลเมตรโดยรอบอำเภอน้ำโสม ซึ่งตอนนี้มี 73 ร้านค้าชุมชน ทั้งตลาดสด ตลาดนัด การส่งดีลิเวอรี่ และมีขายผ่านช่องทางออนไลน์บ้างเล็กน้อย เนื่องจากปลาส้มเป็นผลิตภัณฑ์ที่อ่อนไหว การส่งออกผ่านช่องทางออนไลน์จึงจำกัด

เนื่องจากอาจทำให้กลิ่น หรือรสชาติเปลี่ยน อาจจะยังออนไลน์ไม่ได้มาก ต้องวางแผนขยายการตลาดไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ปลาส้มวังธรรมค่อนข้างเป็นที่รู้จัก หากถามถึงรายได้ตอนนี้ ผลิตปลาส้ม 28,800 กิโลกรัมต่อปี คิดเป็นมูลค่าก็ประมาณ 4 ล้านกว่าบาท ยังไม่รวมมูลค่าจากการแปรรูปผลิตภัณฑ์”

ขยายผลช่วยชุมชนมีรายได้เพิ่ม

“ยศวัจน์” กล่าวต่อว่า ตอนนี้สินค้าปลาส้มของเราขึ้นทะเบียน อย.ทั้งหมด 19 ชนิด จาก 50 ผลิตภัณฑ์ ถือเป็นความภาคภูมิใจมากที่ผมสามารถใช้ความชอบและความถนัดของตนเองมาพัฒนาจนประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ซึ่งองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ผมมียังสามารถต่อยอดออกไปช่วยชุมชนอีกด้วย

เพราะตอนนี้ผมส่งเสริมให้ชุมชนมีการเลี้ยงปลา เพื่อเป็นต้นน้ำหรือเป็นวัตถุดิบในการผลิตปลาส้ม ซึ่งในส่วนนี้สามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนเฉลี่ย 200,000-300,000 บาทต่อเดือน

“ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผลิตปลาส้ม ตอนนี้เรามีสมาชิกเครือข่ายกระจายอยู่ 5 อำเภอ โดยที่น้ำโสมซึ่งเป็นบ้านผมจะรับหน้าที่แปรรูปผลิตภัณฑ์ และเป็นศูนย์การเรียนรู้ มีต้นแบบบ่อปลา ให้ความรู้ในการผลิตปลาและแปรรูป จากนั้นก็เชื่อมอำเภออื่น ๆ ในเรื่องของวัตถุดิบ สมุนไพร

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานอย่างประมงจังหวัดมาช่วยสนับสนุนองค์ความรู้ในการเลี้ยงปลา การเพาะพันธุ์ลูกปลา และอาหารปลากินพืชซึ่งผลิตเองได้ในท้องถิ่น จะเห็นว่าเราเน้นเรื่องการประสานความร่วมมือ ซึ่งถือเป็นปัจจัยความสำเร็จของเรา ในอนาคตผมเชื่อว่าจะสามารถต่อยอด และทำให้ชุมชนของเราเข้มแข็งอย่างเป็นระบบมากขึ้น”

เขียว จอดนอก
เขียว จอดนอก

แปรรูปสมุนไพรไทยเป็นธุรกิจ

“เขียว จอดนอก” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรน้ำหมักเอนไซม์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า ดิฉันก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรน้ำหมักเอนไซม์สมุนไพรเพื่อสุขภาพขึ้นมา โดยเริ่มจากประสบการณ์ส่วนตัว ซึ่งเคยอาศัยอยู่ที่เยอรมนีกว่า 24 ปี ทำงานดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งช่วงเวลานั้นมีโอกาสอบรมและฝึกฝนเกี่ยวกับการหมักไวน์เพื่อสุขภาพมาเป็นเวลานานกับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ

การเรียนรู้ดังกล่าวทำให้ดิฉันนึกถึงสมุนไพรที่ประเทศไทยซึ่งมีหลายชนิดและมีประโยชน์มาก ก็เลยฝึกทำน้ำหมักสมุนไพรผลไม้ตามสูตรยุโรป และทดลองใช้กับคนที่อยู่อาศัยที่เยอรมนี ปรากฏว่าได้ผลลัพธ์ดี ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังรักษาหายด้วยน้ำหมักสมุนไพร จนค้นพบว่าน้ำหมักที่ทำอยู่สามารถนำไปพัฒนาเป็นเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้

“ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้ดิฉันตัดสินใจกลับมาเมืองไทย เพราะคิดว่าสมุนไพรในบ้านเรามีประโยชน์เยอะมาก น่าจะนำมาใช้ประโยชน์หลายอย่าง จนที่สุดจึงก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรน้ำหมักเอนไซม์สมุนไพรเพื่อสุขภาพบ้านหนองเป็ด ราวปี พ.ศ. 2561 เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลผิวหนัง เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สเปรย์คลายกล้ามเนื้อ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือน”

สมุนไพรที่ใช้เป็นสมุนไพรที่เรารู้จักกันอยู่แล้ว เช่น ว่านหางจระเข้ ทองพันชั่ง พืชสวนครัว สมอไทย มะม่วงหาวมะนาวโห่ แก้วมังกร ภูคา น้อยหน่า ต้นโมก เป็นต้น โดยเรานำมายกระดับเป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ

ตอนนี้ผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนมีครอบคลุมทั้ง 5 หมวด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ความงาม สุขภาพ ทำความสะอาด ปรับอากาศ และปศุสัตว์ โดยผลิตภัณฑ์ความงามตอบโจทย์ทั้งสำหรับผู้หญิง ผู้ชาย แชมพู สบู่ เซรั่ม ครีม และโลชั่น ซึ่งขายดิบขายดี ตอนนี้ตั้งโรงงานผลิตเองแล้ว ที่สำคัญ ตอนนี้เราปลูกพืชสมุนไพรรอบบ้านประมาณ 7 ไร่ สำหรับใช้เอง และส่งเสริมชาวบ้านโดยรอบปลูกด้วย”

ใช้นวัตกรรมยกระดับสมุนไพร

“เขียว” กล่าวต่อว่า ผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่มวิสาหกิจมีทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มคอมบูชาหลากรสชาติ ที่ช่วยเติมจุลินทรีย์ตัวดีให้กับระบบขับถ่าย หรือจะเป็นผลิตภัณฑ์ความงาม แบรนด์เซลีน่า ซึ่งมีทั้ง เซรั่ม คลีนเซอร์ มอยส์เจอไรเซอร์ ที่ผสานคุณค่าของเอนไซม์สมุนไพรมาใช้ในการดูแลผิวหน้า และโลชั่นสารสกัดแก่นมหาดที่ได้รับรางวัล smart product จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 2 ปีซ้อน รวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพอย่างสเปรย์คลายกล้ามเนื้อ สกัดจากเอนไซม์ไพลและมะกรูด


“เป้าหมายของดิฉันคือ อยากให้คนไทยหันมาเห็นคุณค่าของพืชผักสมุนไพร ซึ่งสมุนไพรของกลุ่มวิสาหกิจเราค่อนข้างแตกต่างจากที่อื่น คือการยกระดับนวัตกรรมด้วยการใช้เรื่องของโปรไบโอติกส์ เอนไซม์ หรือน้ำหมักเอนไซม์ที่สกัดสารสำคัญออกมา”