“ราชาอูชิโน” โรงงานผลิตผ้าขนหนูจากเส้นใยไผ่

ราชาอูชิโน

เป็นเวลากว่า 50 ปีที่บริษัท ราชาอูชิโน จำกัด ในเครือสหพัฒน์ หรือบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมสิ่งทอ ผลิตผ้าขนหนู และผลิตภัณฑ์งานการ์เมนต์จำหน่ายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้าที่คนไทยคุ้นเคยกันดีอย่าง UCHINO, GUY LAROCHE, RAIN FLOWER, BSC, ELLE เป็นต้น

ดังนั้น หากย้อนกลับไปในปี 2516 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นธุรกิจ เดิมชื่อบริษัท ราชาการทอ จำกัด โรงงานตั้งอยู่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ต่อมาเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2531 บริษัทกลุ่มสหพัฒน์ร่วมทุนกับบริษัท อูชิโน จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าทางด้านการตลาดผ้าขนหนู และผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอ จึงกลายมาเป็น “ราชาอูชิโน” ในปัจจุบัน โดยมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นไทย 66% ญี่ปุ่น 34% และมีการย้ายที่ตั้งโรงงานมาอยู่ภายในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

“อาวุธ กฤษณานุวัตร” ที่ปรึกษาบริษัท ราชาอูชิโน จำกัด กล่าวว่า การย้ายมาอยู่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ เพราะผู้บริหารของสหพัฒน์อยากให้พนักงานอยู่ในสถานที่ปลอดภัย ร่มรื่น มีอากาศบริสุทธิ์ เพื่อให้บรรยากาศเหมือนสวนมากกว่าเป็นโรงงานอุตสาหกรรม โดยราชาอูชิโนเป็นบริษัทที่ผลิตผ้าขนหนู และ hometextile ซึ่งมี production facilities ครอบคลุมกระบวนการทอ ย้อม พิมพ์ ปัก รวมถึงมีความเชี่ยวชาญเรื่องงานตัดเย็บ

อาวุธ กฤษณานุวัตร
อาวุธ กฤษณานุวัตร

โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ๆ คือสิ่งทอสำหรับห้องน้ำ ห้องนอน ห้องครัว และห้องนั่งเล่น เช่น ผ้าขนหนู เสื้อคลุมอาบน้ำ bathrobe พรมเช็ดเท้า รองเท้า slipper ผ้าเช็ดหน้า หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับห้องนอน เช่น pajama, relax wear, lounge wear, ผ้าห่มนอน และผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงวัย ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์กีฬา ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และผลิตภัณฑ์สำหรับ SPA ทั้งหมดทั้งหมดจำหน่ายทั้งในไทยและต่างประเทศ

“ตลอดระยะเวลาผ่านมา ตั้งแต่ที่เรามีการร่วมทุนกับทางญี่ปุ่นมีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง และใช้มาตรฐานคุณภาพการผลิตเดียวกับทางญี่ปุ่น จนในปีที่ผ่านมาครบรอบ 25 ปี ของแบรนด์ BSC เราตั้งเป้าหมายร่วมกันเพื่อจะผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากตอนนี้ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญเป็นอย่างมาก อะไรที่เราพอจะช่วยกันได้ ควรทำทันที ดังนั้น จึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าขนหนูที่ผลิตจากเส้นใยไผ่ เป็นมิตรต่อธรรมชาติภายใต้ชื่อ BSC Bamboo”

“อาวุธ” กล่าวต่อว่า ไผ่เป็นไม้พุ่มในสกุลวงศ์หญ้า (poaceae) ซึ่งนับเป็นหญ้าชนิดใหญ่ที่สุดในโลก สามารถพบทั่วไปในทุกสภาพอากาศ กระจายตัวเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยด้วยการแตกกอตามธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งปุ๋ย หรือสารฆ่าแมลง และมีอายุเก็บเกี่ยวยาวนานตั้งแต่ 10-100 ปี

“จึงถือเป็นพืชที่มีความสำคัญในแง่ของเศรษฐกิจและสังคม เพราะสามารถนำมาใช้งานอย่างสารพัดประโยชน์ทั้งทางตรง และทางอ้อม เช่น รากใช้ในการยึดเกาะหน้าดิน ไหล่เขา ริมห้วย หรือใช้ประดิษฐ์เครื่องประดับ หน่อใช้รับประทาน ลำต้นใช้ทำหัตถกรรมจักสาน งานก่อสร้าง อุตสาหกรรมกระดาษ ใบใช้เป็นภาชนะห่อของ มุงหลังคา เป็นอาหารของสัตว์หลายชนิด นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติพิเศษในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มากกว่าต้นไม้ทั่วไป ถึง 4 เท่า และเมื่อสิ้นวงจรชีวิต ยังสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นพืชที่สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศน้อยที่สุด”

โดยเส้นด้ายที่โรงงานคัดเลือกมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตมาจากไผ่ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรนานาชาติ (Forest Stewardship Council-F.S.C.) ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยผลักดัน และสนับสนุนการดูแลป่าไม้ทั่วโลกให้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม และสามารถบริหารจัดการให้เกิดผลทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ส่วนใหญ่เส้นใยไผ่ที่เรานำมาผลิตผ้าขนหนูเป็นการนำเข้าจากประเทศจีนมากกว่า 80-90% เพราะไทยยังมีจำนวนน้อย ซึ่งปี 2566 มีการซื้อเส้นใยไผ่ประมาณ 97,224.7 ปอนด์ มากกว่าปีที่ผ่านมาที่ซื้อ 65,136.1 ปอนด์

“ผ้าขนหนูจากเส้นใยไผ่จะมีการทอผสมกับคัตตอน เมื่อได้เส้นใยมาแล้ว จากนั้นจะนำเข้าสู่กระบวนการปั่นเป็นเส้นด้ายเยื่อไผ่ส่งต่อให้กับโรงงานผ้าขนหนูราชาอูชิโนที่ได้มาตรฐานตามการรับรอง จาก ISO 14001 : 2015, ISO 9001 : 2015 และ Oeko-Tex Standard 100 ก่อนนำผ้าที่ได้เข้าสู่กระบวนการฟอกย้อมสี ด้วยเครื่องจักรประหยัดพลังงาน และลำเลียงน้ำเข้าสู่บ่อบำบัดน้ำเสียด้วยระบบชีวภาพ โดยเฉพาะขั้นตอนการรีดตะกอน จนได้กากก่อนนำส่งไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ เพื่อให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำคุณภาพดี ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ”

“อาวุธ” บอกว่า คุณสมบัติเฉพาะของผ้าขนหนูที่ผลิตจากเส้นใยไผ่ 70% และคัตตอน 30% เมื่อผสมกันแล้วจะมีความอ่อนนุ่มสูง ยืดหยุ่น ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง ดูดซึมซับน้ำได้ดี ทั้งยังแห้งไว เพราะ Bamboo Kun เป็นสารสำคัญตามธรรมชาติที่อยู่ในเยื่อไผ่ มีคุณสมบัติต้านแบคทีเรีย อันเป็นต้นเหตุของเชื้อโรค และกลิ่นอับชื้น มีอายุการใช้งานที่ยาวนานไม่เป็นขุยหรือหลุดร่วงแม้ซักบ่อย

“งานวิจัยพบว่าในพื้นที่เพาะปลูกไผ่ 1 เอเคอร์ ได้ต้นไผ่เติบโตเต็มที่พร้อมใช้งาน 1.5 ตัน สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1.6 ตันต่อปี และนำมาผลิตเป็นเยื่อไผ่ได้ 72 กิโลกรัม สามารถผลิตเป็นผ้าขนหนูขนาดเช็ดตัวได้ประมาณ 400 ผืน โดยใน 1 ผืนสามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 4 กิโลกรัม ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง หลังสิ้นสุดอายุการใช้งาน ยังสามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติโดยจุลินทรีย์และแสงแดด”

ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ผ้าขนหนู BSC BAMBOO แบรนด์ภายใต้การดูแลของ BSC International (บีเอสซี อินเตอร์เนชั่นแนล) ซึ่งจัดจำหน่ายและทำการตลาดโดยบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จึงมีครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ตอบโจทย์สำหรับทุกสภาพผิว แม้คนที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย เป็นมิตรกับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งยังมีส่วนช่วยผลักดัน และสร้างคุณค่าให้กับพืชธรรมดาจนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจ เป็นผลิตภัณฑ์ไร้คาร์บอนที่ดี สอดรับนโยบาย net zero อย่างยั่งยืน

“ชุด BSC Bamboo จำหน่ายในราคาเริ่มต้น เซตละ 450 บาท ปีนี้มียอดสั่งซื้อประมาณ 236,000 ผืน เราตั้งเป้าว่าในปีถัดไปจะพยายามพัฒนาการใช้เส้นใยไผ่ สู่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ มากขึ้น เพื่อช่วยในการบรรเทาผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม”

“ถือว่าผู้ที่อุดหนุนผลิตภัณฑ์ของเราจะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแล
สิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน”