ไทยยูเนี่ยน ขานรับยูเอ็น เข้าร่วม 2 โครงการสิ่งแวดล้อมระดับโลก

COP28_Thai Union_

ไทยยูเนี่ยนขานรับยูเอ็น เดินหน้าเข้าร่วม 2 โครงการสิ่งแวดล้อมระดับโลก “Ocean Breakthroughs” และ “Transforming Food Systems” ผลักดันมหาสมุทรช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ถึง 35% และลดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

วันที่ 12 ธันวาคม 2566 บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอาหารทะเลระดับโลก ได้ลงนามร่วมในโครงการสิ่งแวดล้อมระดับโลก 2 โครงการ ได้แก่ Ocean Breakthroughs และ Transforming our Food Systems ระหว่างการประชุมองค์การสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ เมืองดูไบ

นายอดัม เบรนนัน ผู้อำนวยการกลุ่มด้านความยั่งยืน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่ไทยยูเนี่ยนสนับสนุนข้อเรียกร้องทั้งสองโครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวในเส้นทางการทำงานด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ เพราะทั้งสองโครงการแสดงให้เห็นถึงการตระหนักถึงปัญหาเร่งด่วนที่สุดในด้านสิ่งแวดล้อมโลก และการลงนามในครั้งนี้ยังสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของไทยยูเนี่ยนในการเป็นผู้นำเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น

นายอดัม เบรนนัน ผู้อำนวยการกลุ่มด้านความยั่งยืน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
นายอดัม เบรนนัน ผู้อำนวยการกลุ่มด้านความยั่งยืน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

โครงการ Ocean Breakthroughs นำโดยผู้แทนองค์การสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้มหาสมุทรสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ จากยอดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่จะต้องลดให้ได้ภายในปี 2593  องค์กรที่ลงนามในโครงการนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลทุกประเทศพัฒนาและลงมือปฏิบัติตามแผนการเพื่อความยั่งยืนของมหาสมุทร ซึ่งเป็นกรอบการทำงานในด้านนโยบายและการขับเคลื่อนการดูแลท้องทะเลที่จะสามารถทำให้การใช้ทรัพยากรทางทะเลเป็นไปอย่างยั่งยืน  แผนงานต่างๆ เหล่านี้ยังช่วยให้เกิดความร่วมมือระหว่างทุกฝ่ายที่ใช้ประโยชน์ทรัพยากรจากท้องทะเลและสร้างความสมดุลในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ  เป้าหมายด้านการปกป้องระบบนิเวศทางทะเล และเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจไปพร้อมๆกัน

สำหรับโครงการ Transforming our Food Systems นั้นได้เรียกร้องให้เกิดการปฏิรูประบบอาหารให้ยั่งยืนและเป็นธรรม รับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการปฏิบัติที่ไม่ยั่งยืนในภาคการเกษตรและการผลิตอาหาร โดยโครงการนี้ต้องการให้เกิดความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการในขณะที่ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากระบบอาหารลง

นายอดัม กล่าวต่อไปว่า การเข้าร่วมในสองโครงการในครั้งนี้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของไทยยูเนี่ยนในเรื่องอนาคตที่ยั่งยืน อนาคตที่มหาสมุทรจะยังคงเป็นแหล่งทรัพยากรให้กับหลายล้านชีวิตบนโลกนี้  และด้วยกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน หรือ SeaChange® 2030  ที่วางเป้าหมายในการทำงานไปจนถึงปี 2573  เราเดินหน้ารวมพลังกับทุกภาคส่วนทั่วโลกเพื่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงทาสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนระบบอาหารที่ยั่งยืน  และนี่คือความรับผิดชอบที่เราตั้งใจทำในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารทะเล

Thai Union_2023

อย่างไรก็ตาม สำหรับกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030  ของไทยยูเนี่ยน ประกอบด้วยพันธกิจ 11 ข้อที่ครอบคลุมมิติของผู้คนและสิ่งแวดล้อม และยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติถึง 10 ข้อ   ซึ่งรวมถึง การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 42 เปอร์เซ็นต์ในขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ภายในปี 2573 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593


การสนับสนุนงบประมาณ 250 ล้านบาท (มากกว่า 7 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศสำคัญ การขับเคลื่อนให้ ผลิตภัณฑ์ที่เก็บได้ในอุณหภูมิห้อง (เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารบรรจุกระป๋อง) ภายใต้แบรนด์ของบริษัท 100 เปอร์เซ็นต์จะต้องยึดตามแนวทางด้านโภชนาการ และ 100 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์ที่เก็บได้ในอุณหภูมิห้องที่ออกใหม่ทั้งหมดภายใต้แบรนด์ของบริษัท จะต้องส่งเสริมโภชนาการเชิงบวกเพื่อสุขภาพที่ดี  และรวมถึง การขับเคลื่อนให้ 100 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุดิบถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์มจะได้รับการรับรองว่าปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า