แผนรักษ์โลก “มิเนเร่“ ชวนคนไทยคืนชีวิตให้พลาสติก

มิเนเร่ บิดขวดแล้วทิ้ง

ช่วงปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการปลดล็อกการใช้พลาสติกรีไซเคิล (rPET : Recycled Polyethylene Terephthalate) มาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสโดยตรงกับอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้ข้อกำหนดกฎเกณฑ์คุณภาพและมาตรฐานของพลาสติกรีไซเคิลอย่างชัดเจน จึงทำให้ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มในไทยหลายแบรนด์เริ่มผลักดันให้เกิดการใช้บรรจุภัณฑ์จาก rPET รวมถึง “น้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่” โดยหน่วยธุรกิจน้ำดื่มเนสท์เล่ ประเทศไทย ก็เปิดตัวขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET ในปี 2566 เช่นเดียวกัน

ทั้งยังถือเป็นรายแรกของตลาดน้ำดื่มในประเทศไทยอีกด้วยที่ริเริ่มใช้บรรจุภัณฑ์จาก rPET ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพความปลอดภัย และความสะอาดจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย อีกทั้งตัวเม็ดพลาสติกยังได้รับการรับรองจาก อย.สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม การใช้ rPET แม้จะเป็นเรื่องใหม่ในไทย แต่สำหรับต่างประเทศโซนยุโรป อเมริกา หรือแม้แต่ญี่ปุ่นเริ่มใช้กันแล้ว ขณะที่ประเทศไทยแม้จะมีการปลดล็อก แต่ยังมีความท้าทายสำคัญอีกอย่างคือ การนำขวดกลับเข้ามาสู่ระบบรีไซเคิล เพื่อนำไปผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ใหม่

ซึ่งปีที่ผ่านมา นอกจากน้ำแร่มิเนเร่จะเปิดตัวใช้ขวด rPET ยังร่วมมือกับเซเว่นอีเลฟเว่น และ GC YOUเทิร์น แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างครบวงจร ดำเนินโครงการ Bottle Made From Bottles คืนชีวิตให้ขวดพลาสติกกับน้ำแร่มิเนเร่

ด้วยการตั้งถังขยะรีไซเคิลมิเนเร่ บริเวณหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น 50 สาขาทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเก็บขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้วจากผู้บริโภคส่งต่อให้กับโรงงานรีไซเคิล เพื่อนำไปทำความสะอาด ย่อย หลอม ผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล และขึ้นรูป จนกลายเป็นขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET อีกครั้ง

แต่สำหรับปีนี้มีการขยายจุดทิ้งเพิ่มเป็น 100 สาขาทั่วกรุงเทพฯ ทั้งยังต่อยอดเป็นโครงการ “Crush On You..มา Crush บิดบอกรักษ์ให้โลกรู้” แคมเปญชวนคนไทยบิดขวดน้ำดื่มก่อนทิ้งลงถังรีไซเคิลเพื่อลดขนาดขวดน้ำเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บได้มากขึ้น

“วิคเตอร์ เซียห์” ประธานกรรมการ และประธานคณะผู้บริหารเนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า ปี 2023 เป็นปีสำคัญของมิเนเร่ ในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัวมิเนเร่ rPET ขวดรักษ์โลกที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล

ซึ่งสะท้อนคำมั่นสัญญาของเนสท์เล่ระดับโลกในการลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่หนึ่งในสามภายในปี 2025 และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 และเรารู้ดีว่าบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เราจึงมุ่งส่งเสริมให้เกิดการลงมือทำเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลก

“ในปีนี้จึงก้าวไปอีกขั้นด้วยการสนับสนุนให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการจัดการพลาสติกครบวงจร ด้วยการเปิดตัวโครงการ ‘Crush On You..มา Crush บิดบอกรักษ์ให้โลกรู้’ เพื่อเชิญชวนทุกคนบอกรักษ์โลกด้วยพฤติกรรมง่าย ๆ ในการบิดขวดน้ำดื่มก่อนทิ้ง”

“นาริฐา วิบูลยเสข” ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจน้ำดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า น้ำแร่มิเนเร่ยังคงเป็นแบรนด์น้ำดื่มเพียงแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่ใช้ขวดรักษ์โลก rPET ซึ่งสะอาด ปลอดภัย และคงความแข็งแรงของขวด แม้เราเพิ่งวางจำหน่ายในตลาดไม่ถึงปี แต่สร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภค และเกิดทัศนคติที่ดีต่อการใช้ขวดรักษ์โลก rPET

“ช่วงแรกเราเริ่มเปิดตัวจากขวดปริมาณ 750 มิลลิลิตร ขวดละ 13 บาท โดยเลือกไซซ์นี้ เพราะคิดว่าเหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพจากการดื่มน้ำ 1.5 ลิตรต่อวัน เทียบเท่า 2 ขวด ทำให้ดื่มง่ายกว่า ถือสะดวกกว่า ตอนนั้นที่เริ่มทำยังไม่รู้ว่าผลตอบรับจากการใช้ขวด rPET จะเป็นอย่างไรด้วย

เพราะที่ผ่านมาเรามีความกังวลว่าผู้บริโภคจะกังวลเรื่องความสะอาดจากการใช้ rPET หรือไม่ แต่พอเราเริ่มทำไปสักพักพบว่าผลตอบรับดี จึงเริ่มขยับมาทำในไซซ์อื่น ๆ ของมิเนเร่ ตั้งแต่ 330 มิลลิลิตร 500 มิลลิลิตร 750 มิลลิลิตร และ 1,500 มิลลิลิตร ซึ่งมั่นใจได้เลยว่าทุกขวดของมิเนเร่ สะอาด ปลอดภัยได้มาตรฐาน เพราะการที่เราจะทำอะไรต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานของต่างประเทศด้วย”

“นาริฐา” กล่าวต่อว่า เราต้องการส่งเสริมเรื่องของการรีไซเคิล เพราะปัจจุบันอัตราการเก็บขวดพลาสติก PET ในประเทศไทยมีมากกว่า 80% แต่ถูกนำมาใช้ในการรีไซเคิลเป็นขวดใหม่น้อยมาก เพราะบางส่วนที่ถูกนำกลับมารีไซเคิลจะถูกนำไปผลิตเป็นเส้นใย สำหรับใช้ผลิตเครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

สาเหตุที่นำกลับสู่กระบวนการรีไซเคิลได้น้อย อาจเป็นเพราะการทิ้งไม่ถูกวิธี ทิ้งไม่ถูกที่ หรือแม้แต่คนไทยหลายคนรับรู้เรื่องของการทิ้งขยะ เรื่องของการรักษ์โลก แต่อาจยังไม่ได้เกิดการลงมือจริง ดังนั้น มิเนเร่จึงอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค

อย่างปีที่ผ่านมามีการวางจุดทิ้งขวด PET หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นกว่า 50 สาขาทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งรับขวด PET จากทุกแบรนด์ ไม่ใช่เฉพาะแค่ขวดมิเนเร่เท่านั้น สำหรับปีนี้จึงเพิ่มจุดทิ้งเป็น 100 สาขาทั่วกรุงเทพฯตลอดทั้งปี นับเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกผู้บริโภคแยกขยะ

เพราะบางคนแยกแล้วไม่รู้จะไปทิ้งที่ไหน และสิ่งที่เราทำเพิ่มเติมขณะนี้คืออยากให้ผู้บริโภคบิดขวดน้ำดื่มก่อนทิ้งลงถังขยะรีไซเคิล เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ และจำนวนขวดเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้มากขึ้น

การบิดขวดน้ำดื่มก่อนทิ้งในถังรีไซเคิลจะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บมากขึ้น 5 เท่า เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการขยะ และการขนส่ง เพราะถ้าเราจัดเก็บได้มาก จะทำให้การขนส่งของเรามีประสิทธิภาพ ซึ่งขวดของมิเนเร่ เมื่อดื่มสามารถปิดฝา และบิดทิ้งลงถังทั้งขวดได้เลย ไม่ต้องแยกฝา ฉลาก ขวด

เพราะตอนนี้ระบบรีไซเคิลในประเทศ โดยเฉพาะกับบริษัทรีไซเคิลรายใหญ่ สามารถนำเข้าระบบรีไซเคิลได้ทั้งขวดเลย ไม่ต้องแยกเหมือนอดีต เพราะในขั้นตอนสุดท้ายจะมีการแยกชิ้นอัตโนมัติ

“นาริฐา” กล่าวอีกว่า ในปี 2567 เรามีแผนจะลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ ด้วยการใช้พลาสติกรีไซเคิลกว่า 6,000 ตัน หรือเทียบเท่าน้ำหนักวาฬ 35,000 ตัว และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 4,800 ตัน (CO2e) เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 800,000 ต้น ซึ่งไม่เพียงเป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยังส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้โลกอีกด้วย

“สำหรับแผนงาน เราตั้งใจว่าจะค่อย ๆ ทำ และสร้างความรับรู้กับผู้บริโภค อาจทำได้ครบ 100% ยาก เพราะการกลับคืนมาของขวด PET ยังน้อย ฉะนั้น เราต้องทำแคมเปญเรื่องการคัดแยกขยะด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายในฐานะผู้ผลิต แต่ทั้งหมดนี้คือการเดินทางของขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET ที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการเป็นผู้นำที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้อย่างยั่งยืน ครบลูปตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ อันสอดคล้องกับแนวทางในการดำเนินธุรกิจของเนสท์เล่ ประเทศไทย อย่าง Good for You and Good for the Planet ที่ต้องการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค และไม่ลืมที่จะดูแลรักษ์โลกใบนี้ไปพร้อม ๆ กัน”