ตักศิลา “ตราเสือ” สถาบันผลิตช่างปูนระดับฝีมือ

ธีระยุทธ พันธ์มีเชาว์
ธีระยุทธ พันธ์มีเชาว์

“ปูนตราเสือ” เป็นแบรนด์ในเครือ SCG ภายใต้ธุรกิจ เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชั่น ดำเนินงานด้วยทีมงานมืออาชีพที่ได้รับการปลูกฝังอุดมการณ์ 4 ของ SCG มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วย หนึ่ง ตั้งมั่นในความเป็นธรรม สอง มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ สาม เชื่อมั่นในคุณค่าของคน และสี่ ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม

วันนี้ “ปูนตราเสือ” มุ่งยกระดับแบรนด์ไปอีกขั้น นอกจากการเป็นผู้ผลิต และพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการด้านงานพื้นผิวปูนซีเมนต์ให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จนก้าวมาสู่การสร้างตักศิลาแหล่งรวมองค์ความรู้ในทุกด้าน และการฝึกฝนครบถ้วนที่สุดในอุษาคเนย์ เพื่อยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงาน และการก่อสร้างสมัยใหม่

ธีระยุทธ พันธ์มีเชาว์
ธีระยุทธ พันธ์มีเชาว์

“ธีระยุทธ พันธ์มีเชาว์” Technical Service Strategy Director บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด ภายใต้ธุรกิจ เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชั่น เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปูนตราเสือผลิตผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงมากว่า 108 ปี และเราเกิดความคิดว่าหากจะทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตสินค้าที่ดีที่สุดอย่างเดียวไม่น่าจะพอ

เพราะระบบการก่อสร้างทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นจำนวนมาก ทั้งการตอบสนองสปีดที่เร็วมากขึ้น สภาพอากาศ และความคาดหวังของผู้รับเหมา และเจ้าของบ้านก็เปลี่ยนไปด้วย

Advertisment

เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมา เรามองเห็น Pain Points ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างในเรื่องเดิม ๆ ไม่เคยน้อยลง มีแต่จะเพิ่มขึ้น ถึงแม้สินค้าดีแค่ไหนก็ตาม เช่น ปัญหาผนังไม่คงทน กระเบื้องแตกร้าว และหลุดกร่อน จนทำให้เราตระหนักว่าปัญหาเหล่านี้ล้วนเกิดจากช่องว่างของการพัฒนา ระหว่างผลิตภัณฑ์ และฝีมือแรงงาน ดังนั้นการจะแก้ Pain Points จะต้องมีปัจจัย 4M อันได้แก่

หนึ่ง Man การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานของบุคคล

สอง Machine การพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ ตลอดจนประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

สาม Method การพัฒนาขั้นตอนการทำงาน

Advertisment

สี่ Material การพัฒนาปูนซีเมนต์และต่อยอดวัสดุใหม่ ๆ

ที่สำคัญ ปัจจัยทั้ง 4 ต้องอยู่ภายใต้การทำดีเพื่อสังคม (ESG) โดย Environment คือการทำให้เกิดของเสีย (Waste) น้อยลง, Social คือการยกระดับคุณภาพของคน และ Governance คือการทำงานตามมาตรฐานช่างให้เชิดหน้าชูตาได้ ทั้งนั้นเพราะจุดเริ่มต้นของบริษัทกับการบ่มเพาะองค์ความรู้มีมาตั้งแต่ปี 2550

โดยการสร้าง “ศูนย์เทคโนโลยีการฉาบปูน” (Plastering Technology Center) จ.สระบุรี ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมงานฉาบปูนที่ทันสมัยแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 20 ล้านบาท เพื่อมุ่งยกระดับบุคลากรด้านการฉาบ พัฒนาฝีมือช่างปูนไทยสู่ความเป็นเลิศ และสนับสนุนช่างปูนและผู้รับเหมาให้เติบโตไปพร้อมกับบริษัท

สำหรับล่าสุดเมื่อปลายปี 2566 ตราเสือต่อยอดเปิด “สถาบันเทคโนโลยีผนังและพื้นตราเสือ” (Tiger Wall and Floor Technology Center) อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งเป็นสำนักตักศิลาบ่มเพาะพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานช่างก่อสร้าง (Incubator Center) และแหล่งรวมองค์ความรู้เทคนิคการก่อสร้าง งานปูนซีเมนต์ งานผนังและพื้นอย่างครบวงจรแห่งแรกของอาเซียน

“สถาบันใหม่นี้ให้บริการฝึกอบรม พร้อมบริการให้คำปรึกษาทั้งช่องทางออฟไลน์ ออนไลน์ และ Virtual Tour รวมถึงมีหน่วยรถโมบายเคลื่อนที่พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญ (Smart Tiger Team) ให้บริการถึงหน้าไซต์งาน ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และครอบคลุมผู้ประกอบการ ผู้รับเหมา ช่างก่อสร้าง ตลอดจนผู้ที่สนใจ

เนื่องจากที่ผ่านมาตราเสือให้องค์ความรู้ และฝึกอบรมช่างไทยไปมากกว่า 30,000 คน และยังคงมุ่งมั่นขยายองค์ความรู้ดี ๆ ให้กับบุคลากรของไทย ประชาชนทั่วไป รวมถึงเจ้าของบ้านที่สนใจด้วย”

“ธีระยุทธ” บอกว่า เพราะเราเชื่อว่าองค์ความรู้ด้านงานก่อสร้างของไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก แถมยังดีที่สุดในอาเซียน เนื่องจากเรามีศิลปะ มีลายกนก มีการก่ออิฐที่ประณีต สูตรหมักปูนที่สืบทอดมาแต่โบราณอันเป็นความรู้เฉพาะช่างไทย ซึ่งตราเสือได้ทำงานร่วมกับผู้รับเหมามายาวนาน และได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน

จนมีองค์ความรู้ระดับเบสิกที่มากพอ เรารู้จักอิฐทุกประเภท รู้จักปูนทุกชนิด ทั้งยังเข้าใจบริบทสภาวะอากาศ เราจึงเห็นคุณค่าของการยกระดับช่างปูน เพราะถ้าคุณภาพ และฝีมือของช่างดีตามมาตรฐานเสือ โอกาสที่พวกเขาจะส่งมอบสิ่งดี ๆ ให้กับเจ้าของบ้านก็เกิดขึ้นได้

สถาบันเทคโนโลยีผนังและพื้นตราเสือพัฒนา 15 หลักสูตร เพื่อยกระดับมาตรฐานการทํางานพื้น และผนังแบบช่างตราเสือ รวมถึงการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ จํานวน 5 สาขา ได้แก่ มาตรฐานงานก่ออิฐ, มาตรฐานงานฉาบปูน, มาตรฐานงานติดตั้งคอนกรีตมวลเบา, มาตรฐานงานปูกระเบื้อง พื้น และผนัง และสุดท้ายมาตรฐานงานหินขัด

เพราะจุดแข็งของสถาบันมีหลายด้านด้วยกันคือ หนึ่ง Training พัฒนาทักษะ และความรู้ ผ่านหลักสูตรทั้งช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์ สอง Technology พัฒนาเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการทํางานด้วยเครื่องมือ Smart Tiger ด้วยการใช้ Design Thinking Processes มาแก้ปัญหา

สาม Collaboration/Open Innovation พัฒนาเครื่องมือร่วมกับพันธมิตรร่วม สี่ Tiger Team พันธมิตรอีโคได้รับบริการ Service Solution ตามมาตรฐานที่สถาบันกําหนด
ซึ่งถือเป็นมืออาชีพระดับสากลที่แรกในอาเซียน

“สำหรับเครื่องมือกลุ่ม Smart Tiger Tools เป็นการยกระดับอัพเลเวล ทั้งในส่วนพัฒนาประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน โดยได้ยื่นจดสิทธิบัตรไปแล้ว 5 ผลงาน คือ รางก่ออิฐ, เกรียงก่ออิฐมวลเบา, เกรียงก่ออิฐพันปี, เครื่องเช็กความพร้อมก่อนปั่นหน้าปูน และเครื่องผสมเทปูน โดยระยะแรกตราเสือสนับสนุนเครื่องมือเหล่านี้ให้กับกลุ่มช่างโครงการที่เป็นพันธมิตรกับตราเสือ

ทั้งนี้ การวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป ยังอยู่ในการวางแผนงานต่อไป นอกจากนี้ ตราเสือยังร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ อาทิ เกรียงก่ออิฐพันปี ร่วมกับเครือ Rothenburg Group ช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ได้มาตรฐานในการก่อผนัง”

“ธีระยุทธ” กล่าวด้วยว่า สถาบันเทคโนโลยีด้านผนังและพื้นปูนซีเมนต์ยังมีส่วนร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ส่งเสริมการแข่งขันทักษะฝีมือแรงงานระดับโลก (WorldSkills Competition) โดยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภาคทฤษฎีและส่วนปฏิบัติการ รวมถึงเป็นศูนย์เก็บตัวเสริมสร้างทักษะให้กับเยาวชนอาชีวะเป็นตัวแทนของประเทศไทยในหมวด สาขาก่ออิฐ ฉาบผนัง โดยปี 2567 เราตั้งเป้าส่งเสริมและผลักดันตัวแทนไทยให้สามารถคว้าเหรียญทองให้ได้

“เราอยากสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ที่สนใจทำอาชีพช่างปูนระดับสูง อยากปรับมุมมองให้คนมองงานด้านนี้ใหม่ว่ามีอนาคตที่ก้าวหน้าได้ และเราจะส่งเสริมเยาวชนที่เข้าร่วม WorldSkills Competition ทั้งระดับภาค ระดับประเทศ และระดับโลก เพื่อเป็นไอดอลให้กับอาชีพการก่อสร้าง ทั้งยังเป็นต้นแบบการประกอบอาชีพ

ซึ่งที่ผ่านมาเรารับน้อง ๆ ที่ผ่านโครงการ WorldSkills มาเป็นพนักงาน และกำลังวางแผนสร้างพวกเขาให้เป็นครูฝึกของสถาบันเทคโนโลยีผนังและพื้นตราเสือ เพราะก้าวต่อไปของตราเสือคือต่อยอดสำนักตักศิลา บ่มเพาะพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานช่างก่อสร้างไปสู่อาเซียนในหลายประเทศ เช่น ภูฏาน, กัมพูชา, สปป.ลาว ฯลฯ”

อันเป็นเป้าหมายที่จะดำเนินต่อไปนับจากนี้