อายิโนะโมะโต๊ะโมเดล ชูโรงงานสีเขียวสร้างเกษตรกรยั่งยืน

นัฏทพนธ์ พานิชดี-เค็นจิ ฮะระดะ-ดร.โคะเฮ อิชิกะวะ
นัฏทพนธ์ พานิชดี-เค็นจิ ฮะระดะ-ดร.โคะเฮ อิชิกะวะ

กลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะก่อตั้งเมื่อ 115 ปีในประเทศญี่ปุ่น เพื่อทำโซลูชั่นสำหรับอาหาร และสุขภาพแก่ผู้บริโภคกว่า 700 ล้านคนทั่วโลก ด้วยการสานต่อกิจการบนหลัก ASV (Ajinomoto Group Create Shared Value) หมายถึงการร่วมสร้างมูลค่าทางสังคม และมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยช่วยผู้คน “อยู่ดี มีสุข” ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งสังคม และโลก

ขณะที่ อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จึงให้ความสำคัญกับแหล่งผลิต และมุ่งพัฒนาโรงงานในประเทศไทยเป็นโรงงานสีเขียว โดยมีโรงงานอายิโนะโมะโต๊ะ กำแพงเพชร เป็นต้นแบบให้กับโรงงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี ขณะเดียวกัน ก็เปิดตัวธุรกิจใหม่ “อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟ ดี กรีน” เพื่อสนับสนุนการเกษตรอย่างยั่งยืน

เค็นจิ ฮะระดะ
เค็นจิ ฮะระดะ

ศาสตร์แห่งกรดอะมิโน

“เค็นจิ ฮะระดะ” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะมียุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนที่จะบรรลุให้ได้ภายปี 2573 คือการยืดอายุขัยที่มีสุขภาพดีของผู้คน 1 พันล้านคนทั่วโลก ด้วย “ศาสตร์แห่งกรดอะมิโน” (AminoScience) มาสร้างสรรค์นวัตกรรมเกี่ยวกับอาหาร และสุขภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลง 50%

“กรดอะมิโนถือเป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท คือ ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ โดยมี 4 หน้าที่หลัก คือ หนึ่ง การปรุงรสชาติอาหารให้อร่อย สอง การนำสารอาหารไปสู่ร่างกาย สาม การส่งเสริมสุขภาพที่ดี และสี่ การนำไปสู่การสร้างฟังก์ชั่นใหม่ที่สามารถสร้างสุขภาพที่ดีให้กับผู้คน

ตลอดเวลาผ่านมาเราทำวิจัย และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดกรดอะมิโนไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่น อะมิโนไวทัล (BCAAs) ที่ช่วยฟื้นฟูและเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อสำหรับนักกีฬาและผู้รักการออกกำลังกาย และอะมิโนมอฟ (ลิวซีน) ซึ่งช่วยเรื่องการสร้างกล้ามเนื้อ และข้อต่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวในผู้สูงอายุ”

Advertisment

สำหรับอนาคต เราต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมี 5 แนวทาง ประกอบด้วย หนึ่ง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 50% สอง ดูแลรักษาแหล่งน้ำ 80% สาม ลดขยะพลาสติกให้เป็นศูนย์ ด้วยการใช้พลาสติกรีไซเคิล สี่ ลดการสูญเสียอาหาร และขยะอาหารจากกระบวนการผลิต และห้า จัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืนทั้ง 100%

บริหารต้นน้ำถึงปลายน้ำ

“เค็นจิ ฮะระดะ” กล่าวด้วยว่า การดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรมของอายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ คือ ตั้งแต่กระบวนการผลิตในโรงงาน การจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน การต่อยอดสู่ภาคครัวเรือน และภาคเกษตรกรรม ดังนี้

หนึ่ง ภาคการผลิต มีการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยใช้พลังงานทางเลือก และพลังงานหมุนเวียนแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ตรงนี้ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 380,000 ตันต่อปี นอกจากนั้น ยังมีการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกให้เป็นวัสดุที่นำไปรีไซเคิลได้ ลดปริมาณการสูญเสียอาหารและขยะอาหารถึง 70% หรือประมาณ 1,300 ตัน ที่สำคัญ ยูนิฟอร์มของพนักงานยังถูกผลิตขึ้นจากขวดน้ำพลาสติกที่ใช้แล้ว

สอง ภาคการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน โดยมุ่งลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่เกี่ยวเนื่องกับการได้มาซึ่งวัตถุดิบหรือสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน โดยช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราใช้กระดาษที่ผ่านการรับรอง FSC ทั้งหมด 100% ทั้งยังเลือกใช้น้ำมันปาล์ม และผลิตภัณฑ์จากปาล์ม ที่ผ่านการรับรอง RSPO 100% รวมถึงการใช้เนื้อหมูจากการเลี้ยงที่คำนึงถึงหลักสวัสดิภาพของสัตว์ (Animal Welfare)

Advertisment

สาม ภาคครัวเรือน จัดทำโครงการ “Too Good To Waste กินหมดลดโลกร้อน”

สี่ ภาคเกษตรกรรม ต่อยอดองค์ความรู้ด้านกรดอะมิโน โดยสนับสนุนเกษตรกรผลิตผลผลิตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Ajinomoto Biocycle (กระบวนการวัฏจักรชีวภาพ) ซึ่งเป็นแนวทางวัฏจักรชีวภาพในกระบวนการผลิต โดยมีการเปิดตัวบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟ ดี กรีน (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเป็นบริษัทต้นแบบทางธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม

ดร.โคะเฮ อิชิกะวะ
ดร.โคะเฮ อิชิกะวะ

เปิดธุรกิจใหม่รุกภาคเกษตร

“ดร.โคะเฮ อิชิกะวะ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟ ดี กรีน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะในประเทศไทยตั้งเป้าหมายรุกภาคการเกษตร เพื่อสร้างความยั่งยืนในการจัดการกับ “ผลิตภัณฑ์ร่วม” ที่ได้จากกระบวนการผลิตผงชูรส และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อประโยชน์ทางการเกษตร

จึงเป็นที่มาของการเปิดบริษัท “อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟ ดี กรีน” ซึ่งปัจจุบันมี 11 ผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น 2 หมวดหมู่ ได้แก่ หนึ่ง ผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร เช่น กระเทียม เมล็ดกาแฟ สอง ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์สำหรับพืช และอาหารสำหรับสัตว์

“ถ้าเกษตรกรอยู่ดีมีสุข ธุรกิจของเราจะมั่นคงไปด้วย ดังนั้น ตลอดระยะเวลาผ่านมา เราจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยการเพาะปลูกที่ดีขึ้นของเกษตรกร โดยล่าสุดเราแนะนำผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอามีน่า ที่เกิดจากความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการหมักของกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ เพื่อพัฒนาเป็นปุ๋ยชีวภาพ อันอุดมด้วยแบคทีเรียที่ดีต่อพืช มีคุณสมบัติส่งเสริมการเจริญเติบโตของราก และเพิ่มสารอาหารในดิน จึงทำให้ผลผลิตของเกษตรกรเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน”

ส่งเกษตรกรไทยใช้ปุ๋ยอินทรีย์

“ดร.โคะเฮ อิชิกะวะ” กล่าวด้วยว่า ผ่านมา อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟ ดี กรีน ดูแลเกษตรกรไทยกว่า 1,376 ครอบครัวในจังหวัดกำแพงเพชร และนครสวรรค์ ในการทำการเกษตรอย่างยั่งยืนทุกขั้นตอน ผ่าน 2 โครงการหลัก ได้แก่

หนึ่ง โครงการ Thai Farmer Better Life Partner ยกระดับความอยู่ดีมีสุขให้เกษตรกร พร้อมสร้างวงจรเชิงบวกกับไร่มันสำปะหลัง เพราะเป็นวัตถุดิบในการผลิตผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ เพื่อต่อยอดมาสู่ไร่กาแฟ ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตกาแฟเบอร์ดี้ นอกจากนั้น ยังนำน้ำหมักที่เหลือจากกระบวนการผลิตมาต่อยอดเป็นปุ๋ยอินทรีย์ โดยพร้อมร่วมมือกับภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความรู้ แนะนำ และดูแลการรับซื้อในราคาเป็นธรรม

สอง โครงการ Green Coffee Bean (GCB) Farmer Sustainability สนับสนุนปุ๋ยเคมีอินทรีย์ที่พัฒนามาจากศาสตร์แห่งกรดอะมิโนให้แก่เกษตรกร เพื่อลดใช้สารเคมีในการเพาะปลูก รวมทั้งช่วยพัฒนาความรู้ ตั้งแต่การปลูกต้นกาแฟ การดูแล ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

“เราตั้งเป้าเติบโตในธุรกิจภาคการเกษตร 2.5 เท่า และพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มา (Traceability) ของมันสำปะหลังที่เข้าร่วมโครงการ Thai Farmer Better Life Partner 100% เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภายในปี 2573”

นัฏทพนธ์ พานิชดี
นัฏทพนธ์ พานิชดี

ชูต้นแบบโรงงานสีเขียว

“นัฏทพนธ์ พานิชดี” ผู้จัดการโรงงานอายิโนะโมะโต๊ะ จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า โรงงานที่กำแพงเพชร เป็นฐานการผลิตสำคัญในการดูแลด้านกินดีของคนไทยทั่วประเทศ และ 40 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นต้นแบบโรงงานสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้พลังงานทดแทน เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

เช่น เทคโนโลยีหม้อต้มไอน้ำพลังงานชีวมวล การก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจากชีวมวลที่นำแกลบ และชานอ้อยที่เหลือจากภาคการเกษตรมาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับกระบวนการผลิตภายในโรงงาน การติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์บนหลังคา และการจัดการน้ำในโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ

“โดยนำหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) มาใช้ในการจัดการในโรงงาน และการลดปริมาณการใช้พลาสติกระหว่างกระบวนการผลิต เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ เพื่อสร้างวงจรเชิงบวกอย่างยั่งยืน”