พลังเปลี่ยนแปลงสังคม รวมพลคน SE ช่วยเศรษฐกิจชุมชน

โครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change : BC4C) ที่ขับเคลื่อนโดยบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และสถาบัน ChangeFusion มากว่า 13 ปี ได้เสริมความแข็งแรงให้กับกลุ่มผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคม หรือ SE (Social Enterprise) จนประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ด้วยการสร้างเครือข่าย SE Alumni รวมกันแล้วกว่า 130 ธุรกิจ ซึ่งแต่ละธุรกิจมีรูปแบบต่างกัน แต่มีเป้าหมายเพื่อสร้างสังคมที่ดีขึ้นเหมือนกัน

ในปีที่ 13 โครงการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด Impactful Locals, National Boost : ชุมชนแกร่ง ไทยแกร่ง เพื่อขยายโมเดล SE สำหรับผู้ประกอบกิจการภายในชุมชนหรือท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในพื้นที่

ล่าสุดจัดกิจกรรม BC4C โรดโชว์ จ.เชียงใหม่ โดยมีผู้ประกอบการ SE รุ่นใหม่ในภาคเหนือให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 50 กิจการ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ SE Alumni ในภาคเหนือราว 15 กิจการ

รัฐพล สุคันธี
รัฐพล สุคันธี

เครือข่าย SE ขับเคลื่อนธุรกิจ

“รัฐพล สุคันธี” ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการออกพื้นที่โรดโชว์เพื่อสื่อสารกับกลุ่มผู้ประกอบกิจการ SE ในต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะเมืองใหญ่ของแต่ละภาค เริ่มที่เชียงใหม่, นครราชสีมา, นครศรีธรรมราช และกรุงเทพฯ

เพื่อต้องการค้นหากลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีแพสชั่นในการพัฒนาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับชุมชน หรือท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ โดยนำร่องด้วยจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ มีตลาดขนาดใหญ่ มีประเด็นทางสังคมที่ซับซ้อนหลากหลาย รวมทั้งมีความหลากหลายด้านชาติพันธุ์

Advertisment

“ปกติโครงการจะจัดกิจกรรมขึ้นแค่ในกรุงเทพฯ แต่เนื่องจาก SE ในกรุงเทพฯมีไม่เยอะ แต่ปัญหาในประเทศเรามีจำนวนมาก ซึ่งเราเห็นว่ายังมีกลุ่มคนที่เข้มแข็ง ทำงานเพื่อสังคมกระจายอยู่ในชุมชนหลายแห่งทั่วประเทศ แต่อาจจะเข้าไม่ถึงเรา จึงจัดโรดโชว์ขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายให้กลุ่มคน SE มารวมตัวกัน

เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป้าหมายของโครงการไม่ได้มุ่งที่จำนวนผู้เข้าร่วมว่าต้องเพิ่มจำนวน SE เท่าไหร่ แต่แค่อยากมาสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่เขาอยู่ในชุมชนของเขา และรู้ว่าการทำธุรกิจสามารถทำไปพร้อมกับการแก้ปัญหาสังคมได้”

การทำธุรกิจเพื่อสังคมจะเริ่มต้นจากทำเพื่อใคร แก้ปัญหาอะไร เพราะการวัดผลทางธุรกิจจะนำผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นตัวตั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าที่ SE ไปทำ ไม่ได้ทำตามความต้องการของตนเอง แต่มาจากความต้องการของชุมชน และผู้ประกอบการเข้าไปผลักดัน

Advertisment

“ผมเชื่อว่าพลังของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแรงให้ SE สามารถขับเคลื่อน และเติบโต พร้อมกับช่วยลดปัญหาสังคม เช่น ลดความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมอาชีพ และการศึกษา ร่วมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนความเข้มแข็งไปสู่ระดับชาติ”

ถ้าหากปีนี้ได้รับการตอบรับที่ดี จะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ทั้งยังมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการมากขึ้น โดยเฉพาะกิจการจากท้องถิ่นต่าง ๆ จะมีกิจกรรมโรดโชว์เช่นนี้อย่างต่อเนื่องในปีต่อ ๆ ไป เพื่อขยาย SE Ecosystem ให้แข็งแรงมากขึ้น และต่อยอดเป็นโมเดลไปสู่การแก้ไขปัญหาในพื้นที่อื่น ๆ เพราะถ้าหาก SE ในประเทศมีความแข็งแรงมากขึ้น จะมีส่วนช่วยลดปัญหาสังคมในประเทศให้น้อยลงได้ระดับหนึ่ง

สุนิตย์ เชรษฐา
สุนิตย์ เชรษฐา

SE ไม่ใช่เทรนด์ แก้ปัญหาสังคม

“สุนิตย์ เชรษฐา” ผู้อำนวยการสถาบัน ChangeFusion องค์กรไม่แสวงผลกำไรภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันมีเทรนด์คนรุ่นใหม่กลับไปพัฒนาท้องถิ่นของตัวเองมากขึ้น เพราะถ้ามองย้อนกลับไปช่วง 5-6 ปีก่อนจะหาคนที่มีความรู้ และมีศักยภาพในแต่ละพื้นที่ยากมาก

ฉะนั้น การผลักดันให้คนรุ่นใหม่มาร่วมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยโมเดล SE จะช่วยให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะสามารถตอบโจทย์ของท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจ แต่ปัจจุบันจำนวน และความหลากหลายในธุรกิจ SE ของประเทศไทยยังมีไม่มากนัก

ประกอบกับกลุ่มผู้เข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจัง และต่อเนื่องยังมีจำกัด โครงการ BC4C จึงมุ่งเติมเต็มระบบนิเวศ โดยเฉพาะการสร้างเครือข่าย SE Alumni ให้กระจายไปในวงกว้างในแต่ละท้องถิ่นได้ครอบคลุมทั่วประเทศ

บุตรพจน์ พลพิพัฒนพงศ์
บุตรพจน์ พลพิพัฒนพงศ์

มอบโอกาสเด็กม้งสานความฝัน

“บุตรพจน์ พลพิพัฒนพงศ์” BC4C รุ่น 9 ผู้ก่อตั้ง Hmong Cyber (ม้งไซเบอร์) แชร์ประสบการณ์ในฐานะ SE Alumni ว่าม้งไซเบอร์ จุดเริ่มต้นมาจากความอยากแก้ปัญหาการศึกษาไทย และการเพิ่มโอกาสให้กับเด็กไทย จากประสบการณ์ได้ไปเยี่ยมเยือนหมู่บ้านม้งพร้อมกับคุณพ่อและคุณแม่ ที่หมู่บ้านน้ำจวง ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ซึ่งในหมู่บ้านนั้นมีแต่เด็ก และผู้สูงอายุ

เนื่องจากคนส่วนใหญ่เข้าเมืองไปหารายได้ และเด็กที่บ้านน้ำจวงเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาจจะต้องเข้าไปทำงานในเมืองเป็นวัฏจักรวน ผมจึงเริ่มต้นอยากจะสร้างทักษะความรู้ อาชีพใหม่ ๆ ให้กับเด็กม้ง

“โดยสอบถามความต้องการของเด็ก ๆ ว่าพวกเขาอยากเรียนวิชาอะไร ก็ได้คำตอบว่าสิ่งที่พวกเขาอยากเรียนเป็นเรื่องสามารถจัดการสอนเพิ่มเติมจากโรงเรียนได้ จึงนำเด็กที่มีความสนใจด้านต่าง ๆ มารวมตัวกันเปิดชั้นเรียนขึ้นมา โดยสิ่งที่เด็ก ๆ สนใจ เช่น วิชาคหกรรม ถ่ายภาพและวิดีโอ ศิลปะ และเกี่ยวกับดนตรี ซึ่งผมแบ่งกลุ่มเด็กออกตามความสนใจ พร้อมจัดอุปกรณ์ให้ และมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสอน”

นับเป็นกิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ให้กับเด็ก ๆ เพราะเด็ก ๆ ทำกิจกรรมเยอะมาก อย่างด้านดนตรี ก็มีค่ายเพลงใหญ่เข้ามาสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็ก ๆ จนได้เปิดเวทีให้พวกเขาแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ จัดเทศกาลดนตรีม้งขึ้นมา ส่วนหนึ่งกระตุ้นการท่องเที่ยวของชุมชนอีกด้วย และยังมีปั้นเด็กเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งก็สอดคล้องกับความตั้งใจของผมที่อยากให้เด็กชาติพันธุ์ม้งเข้าถึงการศึกษา และมีโอกาสในด้านต่าง ๆ มากขึ้น

ยุจเรศ สมนา
ยุจเรศ สมนา

หัตถกรรมท้องถิ่น มรดกคนรุ่นใหม่

ขณะที่ “ยุจเรศ สมนา” BC4C รุ่นที่ 8 กิจการ Craft de Quarr (คราฟท์เดอคัวร์) กล่าวว่า คราฟท์เดอคัวร์ เป็นธุรกิจที่ช่วยพัฒนาสินค้าจากภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ตลอดจนงานศิลปะพื้นเมืองได้รับการสืบทอด และเข้าถึงตลาดในวงกว้างมากขึ้น

โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ มาจากปัญหาความยากจนซึ่งเห็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ เมื่อก่อนคนรอบดิฉันมีอาชีพเย็บผ้า ค่าแรงไม่สูงนัก สมมุติตัดเย็บกางเกงฮาเร็ม ค่าตัดตัวละบาทครึ่ง ค่าเย็บตัวละ 2 บาท แต่คนทำต้องนั่งหลังขดหลังแข็ง อาชีพไม่ได้มีมากนัก จึงทำให้เด็กรุ่นใหม่ออกนอกพื้นที่ไปรับจ้างในกรุงเทพฯ

“ดังนั้น หลังจากดิฉันเรียนจบศิลปะ จึงไปทำงานเป็นดีไซเนอร์ที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น แล้วเห็นว่าทำไมงานคราฟต์ถึงมูลค่าสูง ทำไมเมืองไทยไม่ให้ความสำคัญกับงานคราฟต์บ้าง จึงจุดประกายให้อยากพัฒนางานศิลปะในท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งเชียงใหม่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์น่าจะต่อยอดได้ ก็เลยเข้าไปทำงานกับชุมชนแต่ละชาติพันธุ์ เพื่อขายสินค้าให้กับคนต่างชาติ โดยเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวแถบยุโรป ญี่ปุ่น ฯลฯ”

แต่พอเทรนด์การท่องเที่ยวเปลี่ยน มีสายการบินโลว์คอสต์เพิ่มมากขึ้น มีมอเตอร์ไซค์เช่า เกิดโฮสเทลขึ้น เราจึงต้องปรับสินค้าให้เข้ากับนักท่องเที่ยว เนื่องจากตลาดเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตอนนี้มาเจาะกลุ่มไมซ์ และกลุ่มองค์กรที่อยากสนับสนุนสินค้าชุมชน ซึ่งเราพยายามพัฒนาสินค้า เล่าเรื่องแต่ละท้องถิ่นลงไป พร้อมกับพัฒนาตลาด สุดท้ายอาจไม่ได้แก้ปัญหาความยากจนจริง ๆ แต่อาจสร้างรายได้เพิ่มขึ้น จากต้นทุนเดิมที่มี