6 เสาหลัก “ทีเอพี” Brewing a Better World

“ความรับผิดชอบ” คือหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของ กลุ่มบริษัท ทีเอพี ซึ่งเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยี่ห้อไฮเนเก้น จึงทำให้พวกเขาตั้งใจสร้างความยั่งยืนผ่านแนวคิด “Brewing a Better World” อันเป็นกลยุทธ์หลักในการบริหารแบรนด์ บริหารองค์กรอย่างยั่งยืนของบริษัทในเครือทั่วโลก

“วลี เกียรติพงษ์พันธ์” ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน กลุ่มบริษัท ทีเอพี กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยจุดเริ่มต้นจากการเป็นพลเมืองดี ตระหนักถึงหน้าที่ และความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ ทั้งในด้านการปฏิบัติตามกฎหมายกฎระเบียบด้านต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด รวมถึงการให้การสนับสนุนกิจกรรม และโครงการด้านต่าง ๆ ที่เป็นสาธารณประโยชน์ต่อชุมชน และสังคมในการนำสังคมไทยไปสู่สังคมแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน

“นอกจากนั้นยังมุ่งมั่นสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ และสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Brewing a Better World ที่เน้น 6 เสาหลักสำคัญ ประกอบด้วย การอนุรักษ์แหล่งน้ำ, ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน, ส่งเสริมการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ, การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน และการส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัย โดยทุกเสาหลักเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นกระบวนการผลิต จนถึงมือผู้บริโภค อันสอดคล้องกับห่วงโซ่คุณค่า Barley to Bar โดยทีเอพี ประเทศไทย ได้นำกลยุทธ์ดังกล่าวมาใช้ตั้งแต่ก่อตั้งโรงงานในปี 1993”

“สาเหตุที่น้ำกลายเป็นหนึ่งใน 6 เสาหลักของเรา เพราะน้ำเป็นทรัพยากรที่มนุษย์ทุกคนใช้ร่วมกัน และในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งเบียร์มีส่วนประกอบของน้ำกว่า 95% เราจึงจำเป็นต้องใช้น้ำอย่างยั่งยืน และมั่นใจได้ว่าซัพพลายเออร์ก็จะทำเช่นเดียวกัน ดังนั้นเพื่อลดผลกระทบในเรื่องน้ำ เราจึงพยายามลดปริมาณการใช้น้ำ โดยตั้งเป้าว่าจะลดการใช้น้ำให้ได้ 3.5 เฮกโตลิตร หรือ 30% ภายในปี 2020 และทำให้แน่ใจว่าน้ำเสียทั้งหมดจะได้รับการบำบัดก่อนที่จะถูกระบายออกสู่ผิวน้ำสาธารณะ”

“ในฐานะที่เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก เราเชื่อว่าการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในห่วงโซ่คุณค่า Barley to Bar เป็นหน้าที่ของเรา เพราะการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ส่งผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก ทำให้อุณหภูมิเพิ่ม และระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อชุมชนการเกษตรที่เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบ ดังนั้นเราจึงต้องมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ซัพพลายเอร์ และลูกค้า เพื่อหาแนวทางแก้ไข”

ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพอุปกรณ์ และใช้พลังงานทดแทน อันเป็นส่วนหนึ่งของการผลิต เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 40% และทำการเปลี่ยนตู้เย็นสีเขียวที่วางตามร้านต่าง ๆ ให้เป็นระบบกรีนฟรีซ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการทำความเย็นของกรีนพีซ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะช่วยลดการทำลายโอโซนที่ใช้สาร CFC เพื่อลดการปล่อยมลพิษจากตู้เย็นให้ได้ 50% ภายในปี 2020 โดยจะทำการอัพเดตข้อมูลทุก 3 ปี โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2015 ขณะนี้สามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 6.3% ในปี 2014 นับจากปี 2012

“วลี” กล่าวต่อว่า ถึงแม้ใครจะมองว่าการสรรหาซัพพลายเออร์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมไม่ได้มีความสำคัญ หรือส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจของตัวเองมากนัก แต่เรากลับมองว่าเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ เพราะเราไม่ได้มองเพียงวัตถุดิบที่จะต้องมีคุณภาพดีอย่างเดียว

วลี เกียรติพงษ์พันธ์

แต่การจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืนจะช่วยปรับปรุงแนวทางให้เกษตรกรปลูกข้าวบาร์เลย์ที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลให้สังคมดียิ่งขึ้น ดังนั้นซัพพลายเออร์จึงเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยให้เราบรรลุข้อผูกพันดังกล่าว

“แต่การดำเนินธุรกิจเบียร์ ความท้าทายหลักคือ ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคเข้าใจเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์อย่างถูกต้อง ถึงแม้เราจะทำธุรกิจ แต่ไม่ใช่จะกดดันให้พนักงานฝ่ายขาย ขายโดยไร้ความตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ดื่ม เพราะถ้าเราขาดลูกค้า ธุรกิจก็ไม่สามารถดำเนินอยู่ได้”

“เราต้องการสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนดื่มด้วยความรับผิดชอบต่อชีวิตตัวเอง และคนรอบข้าง จึงมีการจัดบูททำการแนะนำการดื่มที่ถูกต้อง ดื่มอย่างพอประมาณ ไปพร้อมกับงานส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ในเครือเสมอ โดยมีการใช้เครื่องมือตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์กับลูกค้าก่อนกลับบ้าน ทั้งยังเตือนไม่ให้ขับรถออกไป หากระดับแอลกอฮอล์เกินมาตรฐาน ที่สำคัญ เรายังทำงานร่วมกับ You Drink I Drive และ Uber เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางแก่ลูกค้าที่ไม่สามารถขับรถกลับบ้านได้อีกด้วย”

“ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่คนมักชอบสังสรรค์ ด้วยการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าช่วงอื่น ๆ เราก็ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 ตำบล ในจังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย และพิษณุโลก จัดการอบรมให้กับคนในชุมชนตระหนักถึงการดื่มไม่ขับ และจัดจุดทดสอบแอลกอฮอล์เคลื่อนที่ตามจุดต่าง ๆ ซึ่งภายหลังจากการจัดกิจกรรม สามารถลดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับขี่ในพื้นที่ลดลงกว่าร้อยละ 40 นอกจากนั้น เรายังพัฒนาสื่อให้ความรู้การดื่มที่ถูกต้องเป็นภาษาไทยเพื่อเผยแพร่”

สำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน “วลี” บอกว่า เราเน้นเรื่องของการศึกษา เพราะเป็นรากฐานของคุณภาพชีวิต โดยชุมชนรอบโรงงานของเราจะคาบเกี่ยวกับ 2 ตำบล คือ ตำบลไทรใหญ่และตําบลราษฎร์นิยม จ.นนทบุรี ประกอบด้วย 8 โรงเรียน โดยมีการให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่มีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 ทุกปี มีความประพฤติดี แต่มีฐานะยากจน ต่อเนื่องตั้งแต่ ป.1 จนถึงจบระดับอุดมศึกษา จนถึงตอนนี้เรามีนักเรียนทุนประมาณ 71 ทุน ส่วนสเต็ปต่อไป เราจะดูเรื่องของการเปิดโอกาสให้นักเรียนทุนเข้ามาทำงานที่บริษัท

“สิ่งสำคัญสุดที่จะทำให้นโยบายต่าง ๆ ขององค์กรดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ คือ เรื่องความปลอดภัยของพนักงานทุกคน และความปลอดภัยในโรงงาน ดังนั้นทุกคนต้องได้รับการอบรมเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะพนักงานประจำ หรือพนักงานซับคอนแทร็กต์ ถึงตอนนี้เรามีความปลอดภัยในสถานประกอบการเป็น 0 มาต่อเนื่องกว่า 400 วัน”


จึงนับเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมที่พิสูจน์ให้เห็นว่าแม้จะเป็นธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่กระนั้นก็มีจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมต่อสังคม และชุมชนเช่นกัน