“คุณวุฒิวิชาชีพ” ระดับโลก ยกระดับบุคลากรไทยสู่สากล

หากพิจารณาพื้นฐานความมั่นคงในการพัฒนาชาติ พื้นฐานเรื่องทรัพยากรบุคคลถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะจากการตระหนักถึงความจำเป็นในการกำหนดยุทธศาสตร์การผลิต และพัฒนากำลังคนของประเทศไทย จึงทำให้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. (Thailand Professional Qualification Institute (Public Organization)-TPQI) ทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการระบุสมรรถนะที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการเพื่อจัดทำมาตรฐานอาชีพมาโดยตลอด

กระทั่งปี 2557 สคช.เริ่มทำงานร่วมกับสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ภายใต้โครงการพัฒนาองค์กรที่มีหน้าที่รับรองบุคลากรตามมาตรฐานอาชีพเข้าสู่มาตรฐานสากล ISO/IEC 17024 เพื่อสร้างมาตรฐานในการวัดสมรรถนะที่จะรับรองคุณวุฒิวิชาชีพระดับโลก และเพื่อช่วยให้หน่วยรับรองบุคลากรสามารถปรับตัวได้เท่าทันต่อกลไกการยกระดับความก้าวหน้า และอัตราผลผลิตของกำลังคนในประเทศไทยอย่างสอดคล้องกับมาตรฐานสากล สคช.จึงจัดงานสัมมนา “ยกระดับการรับรองสมรรถนะของบุคลากรไทยสู่สากล” เมื่อไม่นานผ่านมา

โดยช่วงแรกของการสัมมนา “วีระชัย ศรีขจร” ผู้อำนวยการ สคช.ฉายภาพถึงการยกระดับทักษะ ความรู้ ความสามารถกำลังคนของชาติให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการที่เน้นสมรรถนะการทำงาน โดยกล่าวว่า สมรรถนะของทรัพยากรบุคคลต้องวัดได้อย่างมีมาตรฐานและเป็นระบบ เราจึงใช้จุดแข็งของประเทศไทยคือ ความหลากหลายเชิงชีวภาพ และความหลากหลายเชิงวัฒนธรรมมาเดินหน้าพัฒนามาตรฐานอาชีพ และคุณวุฒิวิชาชีพที่สำคัญ เช่น มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม, บริการสุขภาพ, อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และการท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0

“สำหรับความร่วมมือกับต่างประเทศ สคช.บูรณาการความร่วมมือกับประเทศเยอรมนี, ออสเตรเลีย และประเทศในกลุ่มอาเซียน เพื่อมุ่งผลักดันให้ระบบการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะมาตรฐานอาชีพในระดับ ISO/IEC 17024 นอกจากนั้นที่ผ่านมาเราพัฒนาผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สอบ และเจ้าหน้าที่สนับสนุนขององค์กรที่มีหน้าที่รับรองศูนย์ทดสอบภายใต้องค์กร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 211 องค์กร รวมทั้งสิ้น 1,451 คน ด้วยการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ทั้งในกรุงเทพมหานครและทุกภูมิภาค”

“เราคัดเลือกองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ จำนวน 23 แห่ง ใน 14 สาขาวิชาชีพ เพื่อพัฒนาเข้าสู่มาตรฐานสากล ISO/IEC 17024 ซึ่งพิจารณาจากศักยภาพและความพร้อมทั้งในด้านบุคลากร สถานที่ และความสำคัญของสาขาอาชีพที่เปิดให้การรับรอง โดยปี 2557 มี 5 องค์กร ปี 2558 มี 10 องค์กร และองค์กรที่เข้าร่วมการพัฒนาระบบงานในปีงบประมาณ 2559 มีทั้งหมด 8 องค์กร”

ขณะที่ “ปริยดา พยุงธรรม” ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายบริการเทคนิค สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อธิบายถึงมาตรฐานสากล ISO/IEC 17024 ว่า มาตรฐานดังกล่าวใช้ในหน่วยรับรองบุคลากร หน่วยขึ้นทะเบียนบุคลากร หน่วยรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ซึ่งครอบคลุมถึงการพัฒนารูปแบบการรับรอง การให้บริการทดสอบ และรับรองบุคลากร เพื่อช่วยให้ระบบการรับรองของหน่วยรับรองบุคลากรเป็นไปตามแนวทางของสากล

“มาตรฐานดังกล่าวจัดทำโดยองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization-ISO) ร่วมกับคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอนิกส์ (International Electrotechnical Commission-IEC) ซึ่งประโยชน์ของการรับรองบุคลากรตามมาตรฐานจะช่วยสร้างความมั่นใจว่าบุคคลที่ได้รับรองมีคุณสมบัติ มีความสอดคล้องตามมาตรฐานวิชาชีพ ทั้งยังสร้างโอกาสแก่ผู้ปฏิบัติงานในการพัฒนาตนเองสู่ตำแหน่งงานที่ก้าวหน้าขึ้น”

ในอีกทางหนึ่งยังช่วยให้เกิดการยอมรับร่วมกัน และยังทำให้เกิดการถ่ายโอน หรือแลกเปลี่ยนบุคลากรในระดับโลกได้

สำหรับ “ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี” อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงการพัฒนาบุคคลากรเพื่อประเทศไทย 4.0 ว่า ทรัพยากรบุคคลของชาติต้องมีความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล เราต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มผลงาน เพื่อให้เวลาทำงานน้อยลง ทั้งยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าหรือบริการ โดยเฉพาะการใช้สมาร์ทดีไวซ์ เช่น โทรศัพท์หรือแท็บเลต เพื่อติดต่อสื่อสารกันผ่านเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง จนทำให้เกิดโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ

“การที่ประเทศไทยจะมุ่งหน้าสู่ยุค 4.0 เราจะต้องตามเมกะเทรนด์ของ Industry 4.0 ด้วย เพื่อเราจะได้ผลิตคนให้สอดคล้องกับการใช้เทคโนโลยี เพื่อผลักดันประเทศ โดยประกอบด้วย 9 เทคโนโลยีที่จะมาเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต คือ การใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์และสังเคราะห์, หุ่นยนต์อัตโนมัติที่สามารถทำงานตามที่โปรแกรมตั้งไว้, การประเมินสถานการณ์จำลอง, ระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการ, การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต, การพัฒนาระบบความปลอดภัยในโลกไซเบอร์, การทำงานร่วมกันของเซิร์ฟเวอร์จำนวนมาก (The Cloud), การผลิตจะมีความทันสมัย รวดเร็ว ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ในปริมาณมาก และสุดท้าย เทคโนโลยีการส่งข้อมูลเสมือนจริงผ่านอุปกรณ์ (Augmented Reality)”

“เราอาจใช้แนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศเยอรมนีมาเป็นแนวทาง เพราะเขามีการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต และการบริหารจนมีความทันสมัย ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนให้กับกระบวนการผลิต และการบริหารห่วงโซ่อุปทานให้มีขั้นตอนการดำเนินงานด้วยระบบอัตโนมัติ จนนำไปสู่การผลิตแบบจำนวนมากและหลากหลายด้วยความรวดเร็ว เพราะใช้ดิจิทัลเข้ามาช่วย”

“ดังนั้นเมื่อเราสามารถเคลื่อนย้ายจากประเทศที่แต่เดิมเป็นประเทศไทย 1.0 มีรายได้ประชาชาติต่อหัวต่อปีเพียง 144,235 บาท จนก้าวมาเป็นประเทศไทย 4.0 เราก็น่าจะมีรายได้ประชาชาติต่อหัวต่อปีมากกว่า 4 เท่าเป็นอย่างน้อย”

อันเป็นสิ่งที่ สคช.เชื่อว่าการที่โครงการนี้จะสัมฤทธิผล จะต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากผู้ดำเนินโครงการและองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ทั้งยังต้องใช้ความมุ่งมั่นตั้งใจนำระบบการรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานสากลไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด


เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จนก้าวไปสู่ Thailand 4.0 อย่างแท้จริง