“ช่อ” เผยทำไมต้องเอาผิด “ปารีณา”

จากกรณีที่ทีมกฏหมายพรรคอนาคตใหม่ตัดสินใจดำเนินคดีฟ้องร้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. เขต 3 ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความและรูปภาพบนเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาเป็นข่าวปลอมที่มีเนื้อความเป็นเท็จ พร้อมาพตัดต่อ ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส. บัญชีรายชื่ออนาคตใหม่ รวมทั้งคณะทำงานพรรคอนาคตใหม่ ในลักษณะที่อาจทำให้สังคมเข้าใจผิด ได้ว่าพรรคอนาคตใหม่ มีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการก่อเหตุรุนแรงหลายจุดในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น

โดย น.ส.พรรณิการ์ วานิช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Pannika Chor Wanich  โดยเผยว่า ทำไมอนาคตใหม่ตัดสินใจฟ้องคุณปารีณา?

นับตั้งแต่เปิดสภา ตามมาด้วยกระแสข่าวมากมายเกี่ยวกับบทบาทของอนาคตใหม่ในสภา ช่อไปไหนมีแต่คนถามว่า พรรคจะจัดการกรณีคุณปารีณาอย่างไร จะฟ้องไหม เรานิ่งมาตลอด ใช้เพียงการชี้แจงด้วยข้อเท็จจริงและการทำงานหนักต่อเนื่อง เพราะพรรคอนาคตใหม่เชื่อว่างานและเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเรามากกว่าการตอบโต้ชี้แจงรายวัน

อย่างไรก็ตาม ข้อความที่คุณปารีณาโพสต์ล่าสุด ซึ่งพาดพิงคุณธนาธร ช่อ และพรรคอนาคตใหม่ ว่าเป็นผู้ยุยงให้เกิดเหตุรุนแรงล่าสุดในกรุงเทพฯ และเชื่อมโยงพรรคเข้ากับการก่อเหตุในจังหวัดชายแดนใต้ ถือว่าล้ำเส้น ด้วยเหตุว่า ไม่เพียงนี่เป็นข้อความเท็จ 100%

แต่ยังเป็นการกล่าวหาด้วยความผิดรุนแรงมาก และที่สำคัญที่สุด ไปพาดพิงถึงบุคคลที่สาม ซึ่งอยู่ในรูปที่คุณปารีณานำไปเชื่อมโยงพรรคอนาคตใหม่เข้ากับเหตุระเบิด ทำให้สังคมเข้าใจว่าบุคคลที่อยู่ในรูปถ่ายกับคุณธนาธรและช่อ เป็นคนเดียวกับผู้ต้องสงสัยวางระเบิด

เราตัดสินใจว่าเรา ไม่สามารถปล่อยให้บุคคลใดทำผิดซ้ำซาก ปล่อยข่าวเท็จ ปล่อยภาพตัดต่อที่สร้างความเสื่อมเสียให้บุคคลอื่น สร้างความแตกแยกเกลียดชังในสังคมได้อีกต่อไป จึงจะดำเนินคดีคุณปารีณา และหวังว่าเธอจะหยุดพฤติกรรมนี้ เพราะนอกจากจะส่งผลเสียต่อประเทศชาติ ประชาชนอย่างมหาศาล ยังเป็นผลเสียต่อตัวเธอเอง รวมถึงพรรคของเธอด้วย

ช่อได้ติดต่อพูดคุยกับบุคคลที่ได้รับความเสียหายแล้ว และได้ขอโทษที่เขาต้องมาเดือดร้อน ถูกเข้าใจผิดจากสังคมด้วยกระบวนการที่จ้องทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคอนาคตใหม่ แต่เขาในฐานะคนทำงานด้านสิทธิมนุษยชนคนหนึ่ง ยังคงยืนยันว่าเข้าใจสถานการณ์ดี และพร้อมจะต่อสู้ดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ข่าวเท็จเหล่านี้อย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้สังคมต้องเผชิญการบั่นทอนสร้างความแตกแยกเกลียดชังมากไปกว่านี้

หลายท่านถามมาว่าทำไมครั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่เลือกจะแจ้งความดำเนินคดีคนอื่นโดย ใช้พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยืนยันมาตลอดว่า ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ ช่อขอชี้แจงว่านี่เป็นข้อเสนอจากทีมกฎหมายของพรรค

ซึ่งให้ความเห็นว่ากรณีล่าสุดนี้ เข้าข่ายตรงตามมาตรา 16 ของพ.ร.บ. คอมฯ มากที่สุด ซึ่งมาตรานี้ไม่เหมือนมาตรา 14 ที่มีปัญหามาก ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองบ่อยครั้งจากปัญหาการตีความว่าข่าวเท็จใด “กระทบต่อความมั่นคง” และ “อาจสร้างความตื่นตระหนกในสาธารณชน”

ขณะที่มาตรา 16 เป็นเรื่องการตัดต่อภาพเพื่อใส่ร้ายให้เสียหาย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แพร่หลาย สร้างความเสียหายแตกแยกและเกลียดชังอย่างมากในสังคม เราจึงเห็นควรดำเนินคดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพรรคจะพิจารณาข้อเสนอจากฝ่ายกฎหมายแล้วตัดสินใจอีกครั้งว่าจะฟ้องฐานใดบ้าง”

โดยล่าสุด 6 ส.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพุธ ที่ 7 สิงหาคม 2562 นี้ เวลา 09.00 น. พรรคอนาคตใหม่และ น.ส. พรรณิการ์ วานิช จะเดินทางไปยังอาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อยื่นคำฟ้องคดีกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์

เบื้องต้นขณะนี้ พรรคอนาคตใหม่จะฟ้องในความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท (ป.อาญา ม.326 และ 328) เท่านั้น และจะไม่ฟ้องในความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เนื่องจากหลังมีการหารือภายในพรรค ประกอบกับมีเสียงท้วงติงมาจากสาธารณะและภาคประชาสังคมที่ต่อสู้เรียกร้องมาตลอดว่าไม่ควรใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพราะ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ควรเป็นกฎหมายที่ป้องกันการโจมตีหรือเจาะระบบคอมพิวเตอร์มากกว่าที่จะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทออนไลน์

ซึ่งพรรคอนาคตใหม่มีจุดยืน ที่พยายามชี้ให้เห็นมาตลอดว่าการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในการกำจัดความเห็นต่าง ทำให้เสรีภาพในการแสดงออกลดน้อยถอยลง โดยเฉพาะในทางการเมือง นั้นเป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไข

Previous articleโค้งสุดท้ายก่อนเสียภาษี! บลจ.กสิกรไทย ชวนล็อกผลตอบแทนผ่านเทอมฟันด์
Next articleทรูวิชั่นส์-พีพีทีวี เตรียมยิงสด พรีเมียมลีกฤดูกาลใหม่