“ผู้ป่วยเฝ้าระวัง” โควิด-19 เผยประสบการณ์จริงหลังกลับจากต่างประเทศ

Photo by Anusak Laowilas/NurPhoto via Getty Images

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่งได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความ บรรยายการเป็นผู้ป่วยเฝ้าระวังไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19 ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยระบุว่า ลาก่อนไวรัสคาโบนาร่า (COVID-19) อย่าได้เจอกันอีกเลย #แค่เข้าข่าย COVID-19 แต่ตอนนี้ปกติแล้วเด้อ #เกือบขำไม่ออกอ่านเถอะมีสาระ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11-16 ก.พ. 2563 เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น (เมืองฮอกไกโด) ช่วงนั้นข่าวผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อของเชื้อไวรัส COVID-19 ก็มีไม่เยอะ สำหรับเมืองนี้ เลยตัดสินใจไปแบบไม่ยกเลิกตั๋วเดินทางโดยตั้งประณิธานกับตัวเองไว้ว่าต้อง “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ตลอดทริปที่เที่ยวก็สนุกดี Happyทุกๆวัน หลังจากกลับมาก็เช้าวันจันทร์ไปทำงานเลย แต่พยายามไม่เอาตัวเองไปสุงสิงกับใคร ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์บ่อยๆ ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาวันแรกๆปกติดีพอเข้าวันที่ 7 (ระยะเริ่มต้นฟักตัว) รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว ร้อนๆหนาวๆแปลกๆ เจ็บคอ มีไข้ ไอบ้าง ก็เลยปรึกษาหลายๆคนและทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันหมดว่า “ไปหาหมอด่วน” เพราะเราเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงเพราะเดินทางกลับมาจากญี่ปุ่น

เช้าวันรุ่งขึ้นตื่นขึ้นมาอาการไข้ดีขึ้น (วันที่8) แต่ยังคงเจ็บคอและปวดเมื่อยร่างกาย (เพราะก่อนนอนอัดยาไป1เม็ด) ก็ไปทำงานปกติปรากฎว่าช่วงบ่ายๆไข้ก็ขึ้นมาอีก1รอบรอบนี้วัดได้ 38.5 ตกเย็นเลยตัดสินใจมาหาหมอทันทีตอนที่มาโรงพยาบาลนี่ช็อกมากเพราะจุดแรกที่ผ่านคือจุดคัดกรองพิเศษ เจ้าหน้าที่ถาม

จนท : คนไข้มาติดต่อเรื่องอะไรคะ?

เรา : อ่อมาหาหมอครับ พอดีรู้สึกเหมือนเป็นไข้ครับพึ่งกลับมาจากญี่ปุ่นได้ 8 วัน (เท่านั้นแหละเจ้าหน้าที่เรียกเข้าไปโซนซักประวัติสีแดงทันที โซนกลุ่มเสี่ยงมาก)

จนท : ไปญี่ปุ่น ไปเมืองไหน ,ไปไฟต์บินอะไร ,ใครนั่งข้างๆ, ระหว่างที่กลับมาได้พูดคุยหรือพบเจอคนจีนไหม (ข้อนี้ช็อกมากๆ5555555555+ เพราะทำบริษัทจีน),ได้จับหรือสัมผัสสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือสัตว์ปีกหรือป่าว,ทานอาการที่ไม่สุกมาไหม (คำถามมีเยอะแต่จำไม่ค่อยได้)

เรา : ก็ตอบและให้ข้อมูลตามจริงให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างดี บอกไฟต์บินขาไปขากลับ ชื่อสายการบิน หมายเลขที่นั่ง เวลาที่ลงถึงไทย (ในใจแอบเครียดมากเพราะมีเจ้าหน้าที่คนนึงอุทานว่า “เข้าข่าย3ใน5ข้อเตรียมเรียกหมอ” 555555555555555+

ระหว่างรอหมอมาตรวจ พี่พยาบาลทุกคนย้ำว่าทุกคนใส่ชุดเหมือนในข่าวเป๊ะคือชุดนักบินอวกาศอ่ะ แว่นตา ชุดคลุม ถุงมือ รองเท้า หมวก เรียกได้ว่าคลอสตูมเต็มสิบไม่หัก พอหมอมาตรวจหมอวัดไข้ 39 ปลาย ๆ หมอบอกมีไข้นะหมอขอตรวจหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่างๆก่อนและก็จะขอตรวจหาไวรัส COVID-19 ด้วยเพราะเราคือกลุ่มเสี่ยงที่พึ่งกลับมา เท่านั้นแหละก็จิ้มจมูกจิ้มคอไปอย่างละสองที นั่งรอผลประมาณ 2 ชม (ณจุดๆนี้ขั้นตอนทั้งหมดทำที่จุดคัดกรองพิเศษซึ่งอยู่หน้าโรงพยาบาลทั้งหมดยังไม่ทันได้เข้าไปในตัวโรงพยาบาลเลย 55555555555+ (มาตราการป้องกันของ ร.พ.ดีมาก) แม้แต่จะเข้าห้องน้ำก็ต้องไปเข้าที่ลานจอดรถข้างนอก

ผลตรวจไข้หวัดใหญ่ออกมาปรากฏว่าไม่พบเชื้อไข้หวัดใหญ่เท่านั้นแหละหัวใจตกไปที่ตาตุ่ม เพราะพี่พยาบาลมาบอกว่าคุณหมอสั่งให้แอดมิดทันทีพร้อมกับตรวจไวรัส COVID-19 ระหว่างนั้นก็มีพี่พยาบาลมาเจาะเลือด X-Rayปอด และใส่สายน้ำเกลือทันที ระหว่างนี้ปวดหัวมาก และตัวร้อนมากเลยบอกหมอว่ารบกวนฉีดยาหรือขอยาให้หน่อยครับไม่ไหวแล้ว 5555555555555555555555555+

พยาบาล คนเข็นรถผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ทุกคนตอนนั้นที่ดูแลเรา ใส่ชุดเหมือนนักบินอวกาศหมด (ตอนนั้นใจไม่ดีและ) และเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าห้องคนไข้จะเป็นห้องคัดแยกพิเศษนะคะเป็นห้องสังเกตอาการ ทุกครั้งที่หมอหรือพยาบาลเข้าไปวัดไข้ชุดอาจจะเต็มๆแบบนี้นิดนึงนะคะไม่ต้องตกใจ และก็งดญาติเข้าเยี่ยมหรือนอนเฝ้านะคะเพราะเป็นที่กักกันพิเศษ พอมาถึงห้องแม่เจ้า ประตูสองชั้นแน่นหนามาก และที่สำคัญเหมือนมีกล้องวงจรปิดด้วย (หรือคิดไปเองก็ไม่รู้) เพราะเวลาที่ลุกไปเข้าห้องน้ำหรือหยิบของก็มีเสียงลอดช่องผ่านหัวเตียงว่า “มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” ตลอด

ระหว่างรอผลตรวจ COVID-19 เหมือนรอหวยอ่ะลุ้นตลอด สะดุ้งทุกครั้งที่พยาบาลเข้ามาพร้อมหมอมาพูดคุยซักประวัติ หรือมาตรวจและที่สำคัญอีนางไข้ตัวดีเมื่อคืนมีขึ้นๆลงๆเป็นกราฟหุ้นเฉย โชคดีที่พยาบาลมาวัดไข้ทุกๆชั่วโมงอัดยาฆ่าเชื้อและเช็ดตัวให้ บุญบาปเมื่อเช้าปกติดีหายเป็นปริทิ้ง เช้ามาผลก็ยังไม่ออกยอมรับว่าเครียดและทรมานมาก คนนั่นคนนี้โทรมาเป็นไงบ้าง หมอว่าเป็นอะไร (เพราะเข้าใจว่าทุกคนคงกลัวติดจากเราเพราะช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาทำงานด้วยกัน กินข้าวไปไหนมาไหนด้วยกัน) บ่ายโมงวันนี้ 25/02/20 หมอเข้ามาตรวจและตามอาการ (พร้อมชุดที่จัดเต็มเหมือนเดิม) หมอแจ้งว่าอาการดีขึ้น ไม่มีไข้แล้ว คอไม่แดงและไม่มีหนอง ความดันปกติ ออกซิเจนปกติ แต่หมอบอกว่าผลแลปยังไม่ออกมานะ ถ้าออกหมอจะรีบแจ้งให้ทราบแต่และหมอก็ทิ้งทวนว่า “ถ้าตรวจและพบเชื้อไวรัส COVID-19 อาจจะต้องถูกกักพื้นที่และอยู่ต่อจนกว่าจะหายนะครับ” ระหว่างนั้นก็คิดไปต่างๆนาๆ โอ๊ยยยยยยยยยย!!!!!!!

16.00 เสียงสวรรค์มาโปรดมีโทรศัพท์โทรมาจากห้องพยาบาลว่า “คนไข้คะผลแลปออกแล้วสรุปไม่พบเชื้อนะคะ เดี๋ยวคุณหมอจะเข้าไปแจ้งอาการอีกทีนะคะ “ กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!! ลั่นโอ๊ยยยยยยยยยยย เหมือนยกภูเขาออกจากอกอ่ะ ที่กินไม่ได้นอนไม่หลับเมื่อคือคือโล่งมากบอกไม่ถูกเหมือนถูกหวยรางวัลที่1อ่ะดีใจมาก ในที่สุดเราก็คือผู้ #ผู้รอดจากCOVID-19 ตอนนั้นน้ำตาไหลเลยโทรหาเพื่อนสนิทมึงกูรอดแล้วนะ สักพักคุณหมอก็มาพร้อมพยาบาลพร้อมกับชุดปกติหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสและบอกว่า ทราบผลและเนอะสรุปไม่พบเชื้อไวรัสนะเดี๋ยวหมอให้กลับบ้านได้ (แต่ต้องพักผ่อนและห่างจากคนหมู่มากอยู่เพราะร่างกายยังอ่อนแอ)และหมอจะนัดมาติดตามอาการอีก 1 อาทิตย์ เรานี่ยกมือไหว้ขอบคุณเป็นสิบรอบ

ปล. นี่สอบถามหมอแล้วสรุปอาการที่ป่วยเกิดจากอะไร แล้วสรุปหมอวินิจฉัยว่าเราเป็นอะไรวันนี้จะมาอธิบายให้ฟังโดยข้อมูลอ้างอิงจาก Google อีกที

“ไมโครพลาสมา” (Mycoplasma) เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ โดยสามารถทำให้เกิดเป็นไข้หวัด คออักเสบ หรือหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบก็ได้ การติดเชื้อไมโคร พลาสมาสามารถพบได้ทุกช่วงวัย แต่กลุ่มผู้ป่วยที่พบบ่อย คือเด็กและวัยรุ่น กลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค คือกลุ่มที่พาตนเองไปอยู่ในที่ชุมชน มีผู้คนจำนวนมากทั้งโรงเรียน โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

ปัจจุบันโรคไมโครพลาสมายังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่สิ่งที่ง่ายและดีที่สุดในการป้องกันก็คือ พยายามอย่าให้บุตรหลานของท่านเข้าไปอยู่ในที่ที่มีคนจำนวนมาก หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากอนามัย และควรล้างมือบ่อยๆ

ลักษณะอาการของผู้ที่ได้รับเชื้อไมโครพลาสมาจะคล้ายกับอาการของไข้หวัดใหญ่ โดยจะมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แต่ลักษณะเด่นของโรคนี้คือ จะมีอาการไอรุนแรง และมีการติดต่อได้ง่ายจากการหายใจสูดเอาละอองของเชื้อที่ปนมากับเสมหะ หรือน้ำมูก เมื่อได้รับเชื้อตัวนี้เข้าไปแล้ว จะใช้เวลาฟักเชื้อ 1-4 สัปดาห์ และจะค่อยๆ แสดงอาการข้างต้นออกมา (ลูกพี่ลูกน้องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ Bแต่อาการยังไม่รุนแรงมาก)

ปล.2 หมอบอกว่าถ้าหมดน้ำเกลือจะให้กลับไปนอนพักผ่อนที่บ้านได้ แต่นางพยาบาลตัวร้ายก็เติมน้ำเกลือเก่งมากกกกกก น้ำเกลือเลยไม่หมดสักทีตอนนี้ไปต่อขวดที่สองแล้วจ้าาา

ปล.3 สำหรับคนที่มีอาการแปลกๆหรือมีการสุ่มเสี่ยง เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ หรือใกล้ชิดคนป่วย อยากให้รีบไปหาหมออย่าปล่อยไว้ และที่สำคัญบอกข้อมูลคุณหมอทั้งหมด อย่าปกปิดเพราะคุณหมอจะได้มีวิธีการรักษาและก็แก้ไข เพราะนี่มันไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวแต่มันคือประโยชน์ส่วนร่วมและมันคือวาระแห่งชาติที่ต้องช่วยกันป้องกัน

สุดท้ายขอบคุณทุกๆกำลังใจที่ส่งมาให้ทุกๆช่องทางตอนนี้ยังไม่สะดวกขอบคุณอย่างเป็นทางการ เอาเป็นว่าหลังจากหายดีแล้วจะจัดบายศรีชุดใหญ่พร้อมรำแห่ให้ด้วยสามวันสามคืนเพื่อเป็นการขอบคุณ

#เพื่อแม่แพ้บ่ได้ #savenutti #I’mSurvivor

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ