รับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น ใครโพสต์หมิ่น คนดังจะไม่ทน!

แต่ไหนแต่ไร เวลาเกิดกรณีชาวเน็ตใช้คำหยาบคาย หมิ่นประมาท ใส่ร้าย bully หรือจัดทัวร์ลง เหล่าคนดังเลือกที่จะเงียบเฉย ยึดตำราไม่ต่อความยาวสาวความยืด แล้วพากันเก็บตัวเงียบ ปล่อยให้เรื่องต่าง ๆ จางหายไปตามกาลเวลา

เป็นเหตุให้เหล่าเกรียนคีย์บอร์ดได้ใจ คิดจะพิมพ์แสดงความเห็นอะไรก็ได้ตามโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีด้วยเรื่องส่วนตัว หรือแม้แต่ทัศนคติทางการเมือง

กระทั่งช่วงหลังมานี้ คนดังเริ่มส่งสัญญาณ “ไม่ทนอีกต่อไป” เราจึงเริ่มเห็นภาพคนดังตบเท้าขึ้นโรงพักเข้าแจ้งความบ่อยขึ้น

คนแรกหนีไม่พ้น “ทราย เจริญปุระ” นักแสดงดังเจ้าของฉายา “นางเอกร้อยล้าน” จากภาพยนตร์เรื่อง “นางนาก” ที่วันนี้ได้ฉายาใหม่ว่า “แม่ยกแห่งชาติ” จากการจัดหาอาหารและห้องน้ำสนับสนุนการชุมนุม

ระหว่างที่บรรยากาศการเมืองคุกรุ่น “ทราย” ตกเป็นเป้าการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามบ่อยครั้ง

ย้อนไปเมื่อปลายปีที่แล้ว มีชาวเน็ตเป็นหญิงรายหนึ่ง พิมพ์ข้อความด่า “ทราย” ลงโซเชียล เจ้าตัวจึงตั้งทนายเพื่อฟ้องร้อง และศาลก็ประทับรับฟ้อง เมื่อหญิงรายนี้ได้รับหมายศาล จึงติดต่อผ่านทนายเพื่อแสดงความรับผิดชอบ พร้อมจ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 6 หลัก และกระเช้าของกำนัล เพื่อชดเชยความเสียหาย เพื่อให้ทาง “ทราย” ถอนคำฟ้อง เรื่องราวเพิ่งจบลงเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

หญิงรายนี้ได้กล่าวขอโทษทราย และยืนยันว่าจะไม่ทำแบบนี้กับใครอีก ทั้งยังบอกด้วยว่า ลูกได้ห้ามการเข้าถึงเฟซบุ๊กแล้ว

เธอยังยอมรับว่า ความจริงแล้วชอบทรายมาก แต่วันนั้นความพลั้งเผลอทำให้อารมณ์พาไป เลยแสดงความเห็นเชิงหมิ่นประมาทและให้ร้ายออกมา

ด้าน “ทราย” เมื่อถอนฟ้องแล้ว ก็นำเงินค่าหายเสียหายที่ได้รับ หลังหักค่าใช้จ่ายด้านทนายและธรรมเนียมศาล ไปให้กับนักศึกษาที่กำลังเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยอยู่

ภาพจากเฟซบุ๊ก Inthira Charoenpura

เวลานั้น “ทราย” บอกด้วยว่า คดีนี้เป็นคดีแรกที่เคลียร์จบ แต่ยังมีอีก 6-7 คดี ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

จากนั้น จึงมีกรณีของชายอีก 2 คน ที่ต้องโพสต์ข้อความขอโทษและภาพถ่ายคู่กับ “ทราย” และเปิดเป็นสาธารณะผ่านเฟซบุ๊ก ต่อเนื่องเป็นเวลา 30 วัน

ภาพจากเฟซบุ๊ก Inthira Charoenpura
ภาพจากเฟซบุ๊ก Inthira Charoenpura

อีกคนที่ไม่ทนอีกต่อไปคือ “มารีญา พูลเลิศลาภ” อดีตมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ที่ช่วงหลังเปิดหน้าสนับสนุนฝั่งประชาธิปไตย พร้อมเปิดตัวหวานใจ “วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล” กลางม็อบ

ภาพจากเฟซบุ๊ก Wannasingh Prasertkul (วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล)

ย้อนไปเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา “มารีญา” ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ว่า มีผู้ไม่หวังดี ตัดต่อข้อความในภาพของเธอที่ผิดจากเดิม

ภาพดังกล่าวเป็นภาพของเธอที่ยืนถือป้ายคำว่า “Justice for All” เพื่อแสดงการสนับสนุนผู้ชุมนุม และเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากที่มีการปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรมต่อประชาชนที่ออกมาชุมนุม

ต่อมา “มารีญา” ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) แล้ว

“มารีญา” กล่าวว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนมีความเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่จะมาเปลี่ยนข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อมาบั่นทอนจิตใจกันนั้นไม่เห็นด้วย ยอมรับว่าเศร้าและสะเทือนใจกับคำด่าทอ กับสิ่งที่ไม่เป็นความจริง พร้อมขอบคุณคนที่เข้าใจและสนับสนุน

อีกรายคือ “โฟกัส จีระกุล” ซึ่งได้โพสต์แสดงจุดยืน สนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมประณามความรุนแรง และบอกอีกว่าไม่หวั่นหากไม่มีงาน ปรากฏว่ามีชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะฝั่งตรงข้ามที่เข้ามาถล่มเธอ

แต่ “โฟกัส” ก็ไม่จิตตก แถมโพสต์ตอกกลับพวกที่มาสาปแช่งเธอว่า เตรียมเงินได้เลย เพราะถ้าถึงที่สุดเธอจะฟ้องกลับทันที

ส่วนเมื่อวานนี้ (11 พ.ย.63) “โฟกัส” เพิ่งตั้งสเตตัสชวนคนชี้เป้า หากพบใครด่าเธอด้วยคำหยาบคายหรือคุกคาม

อีกฝั่งหนึ่งก็มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน

ล่าสุด วันนี้ “ดี้” นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง ได้เข้าแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน ให้ดำเนินคดีทางอาญากับผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลายราย ที่ตอบข้อความในโพสต์เฟซบุ๊กของดี้ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ในลักษณะดูหมิ่นและทำให้เกิดความเกลียดชัง

โดยในวันที่ 14 ตุลาคม เป็นวันที่กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางไปประท้วงปิดทำเนียบรัฐบาล โพสต์ของนายนิติพงษ์ ระบุว่า “จำได้ว่า กรณี 6 ตุลา 19 สาเหตุที่เป็นชนวน มันเล็กน้อยกว่าวันนี้มาก”

“ดี้” บอกว่า วันนี้นำหลักฐานภาพการโพสต์และข้อความต่าง ๆ มาแจ้งความเอาผิดกับผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายรายในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณากับความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังถูกลิดรอนสิทธิส่วนตัวบนเฟซบุ๊ก เนื่องจากถูกผู้ใช้เฟซบุ๊กอื่นๆ มาคอมเมนต์ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย

ตามจริงตนเจอแบบนี้บ่อยจนชินแล้ว แต่ครั้งนี้มีการจาบจ้วงในสิ่งที่ตนเคารพนับถือ เจ็บใจยิ่งกว่าโพสต์ที่ตนเขียนเอง ฝากว่าคุณจะไม่กลัวอะไรก็ได้ แต่ต้องกลัวกฎหมาย เพราะมีเหตุแบบนี้เกิดขึ้นเยอะ ยังมีอีกหลายคนที่ถูกด่าทอโดยไม่รู้จักกันมาก่อน ฝากเด็กๆ และพ่อแม่เด็กๆ ให้ตักเตือนเพราะผิดกฎหมาย

“ตามจริงไม่คิดจะฟ้องร้องอะไร หากจะมาขอโทษก็ได้ แต่ทุกคำด่ามีราคาต้องจ่าย ทั้งนี้ก็เพื่อให้สังคมตระหนักว่าทำไปแล้วมันจะเสียอะไรไปบ้าง เพื่อให้มีสติก่อนจะพิมพ์” ดี้กล่าว

โดยการแจ้งความครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่ 2 ของ “ดี้”  รอบแรกได้ฟ้องตรงต่อศาลประมาณ 8 ราย ส่วนรอบนี้มีผู้กระทำผิดทั้งหมด 19 ราย ที่ทราบตัวตนจริงหมดแล้ว และยังจะมีอีกเซต คาดว่ามีจำนวนไม่ต่ำกว่า 50 ราย ที่ใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อ “ดี้” ซึ่งเตรียมจะแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

บรรดาดาราสาวที่โดนชาวเน็ตถล่มหนัก ๆ ก็ออกมาปกป้องสิทธิ์ตัวเองกันคึกคักในช่วงก่อนหน้านี้ เช่น กรณีของ “แมท ภีรนีย์ คงไทย” ที่อดทนมานาน 2 ปี กับดราม่าเรื่องความรัก ระหว่างเธอกับ “สงกรานต์ เตชะณรงค์” อดีตสามี “แอฟ ทักษอร”


“แมท” เปิดใจผ่านรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า ตลอดเวลาเกือบ 2 ปี ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอเจอกับอะไรบ้าง แม่ไม่มีความสุข ส่วนหลานที่ใช้นามสกุลเดียวกัน ไปโรงเรียนก็ถูกคุณครูถาม “ไหนใครเป็นหลานเมียน้อย?” 

“แมท” ตัดสินใจดำเนินคดี เธอเปิดใจว่า ไม่ได้อยากจะได้เงินอะไร เพียงแต่อยากเรียกร้องศักดิ์ศรีของตัวเองกลับคืนมา เธอยืนยันว่าที่ให้สัมภาษณ์ไปเป็นเรื่องจริงทั้งหมด แต่ในเมื่อไม่มีใครเชื่อ ก็ขอให้ศาลเป็นตัวกลางในการตัดสิน

“ไม่ได้อยากมองว่าเขาเกลียดแมทจริง ๆ เข้าใจว่าพวกเขาแค่ได้รับสารผิดเฉย ๆ แค่เข้าใจผิดเฉย ๆ พอเราเงียบมันไม่ได้มีคนเข้าใจเรามากขึ้น เราเลยอยากให้มีตัวกลางคือเป็นศาล ที่ตัดสินไปเลยนะว่า จริง ๆ แล้วมันเป็นอะไร”

“เราไม่ได้กำหนดว่าจะต้องฟ้องกี่คน ถ้าเรื่องเสร็จก็ทยอยส่งไปก่อน ไม่ได้คิดว่าต้องเอากี่คนให้คุ้ม ให้ได้เงิน หรืออะไรแบบนี้ คือคุยกับพี่ทนายไปแล้วว่าแค่อยากเรียกร้องศักดิ์ศรีคืน และทำให้รับทราบทั่วกันเฉย ๆ ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร เรื่องเงินจริง ๆ แล้ว แมทเฉย ๆ มากเลยค่ะ”

พิธีกรรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ยังเผยว่า ทนายเตรียมเรียกค่าเสียหายรายละ 1 ล้านบาท

อีกสาวที่ช่วงนี้เดินขึ้นโรงพักบ่อยคือ “อิงอิง อิงณภัสร์” ที่ประกาศยื่นฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด ที่เคยคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย จากกรณีดราม่า เป๊ก-ธัญญ่า โดยมอบหมายให้คุณแม่และทนายความเป็นคนจัดการ ด้วยการคัดข้อความแรง ๆ และเตรียมส่งหมายศาลไปถึงบ้าน

วันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา “อิงอิง” ได้ออกมาโพสต์เตือนผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “หมายเรียกตัว ถึงบ้านไหน มาให้ปากคำด้วยนะคะ วันที่ 9-10 นี้เจอกันนะคะ อย่าเลตหล่ะ”

 

ภาพจาก ข่าวสด

ปิดท้ายที่สาวเก่งอย่าง “บุ๋ม ปนัดดา” ซึ่งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้ตัดสินใจฟ้องศาล โดยเจ้าตัวโพสต์ภาพตัวเองลงเฟซบุ๊กขณะกำลังยิ้ม พร้อมเผยความอัดอั้นมาตลอดว่า

“ตอนนี้มีคนโยงบุ๋มไปหาแฟนคลับ คนนั้นคนนี้ที่มาถ่ายภาพด้วยเป็นเรื่องเป็นราว ทั้งที่บุ๋มไม่รู้จักพวกเขาเหล่านี้เป็นการส่วนตัว

ใครมาขอถ่ายรูปด้วยก็อนุญาตทั้งหมด เป็นเกมส์การใส่ร้ายที่น่ารังเกียจ หลายปีที่ผ่านมา บุ๋มถูกคนกลุ่มนี้ใส่ความด้วยคำพูดดูถูก ดูหมิ่น เกลียดชัง

#วันนี้บุ๋มไม่อดทนแล้วค่ะ หยาบคาย ดูถูกกันสนุกสนานกันในโซเชียลให้พอนะคะ แล้วเก็บเงินมาจ่ายค่าเสียหายในศาลด้วย โดนแบบนี้ขอยิ้มให้แต่ในใจมีคำด่าเป็นล้านคำ #รับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้นกระเช้าไม่ต้อง”

ข้อมูลจาก freedom.ilaw.or.th องค์ประกอบความผิดที่สำคัญใน มาตรา 14(1) คือ “ข้อมูลความพิวเตอร์ปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” ไม่เหมือนกับกฎหมายหมิ่นประมาท ที่ไม่สนใจว่าจะเป็นความจริงหรือไม่ แม้เป็นความจริง แต่หากทำให้ผู้ถูกใส่ความเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ก็เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ความผิดตามมาตรา 14(1) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ขณะที่ความผิดฐานหมิ่นประมาทมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณามีอัตราโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท เมื่อนำพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) มาใช้ฟ้องร้องในประเด็นการหมิ่นประมาท จึงทำให้จำเลยต้องแบกรับอัตราโทษที่หนักขึ้น

นอกจากนี้ คดีหมิ่นประมาทเป็นความผิดต่อส่วนตัว คดีจำนวนไม่น้อยเมื่อขึ้นสู่ชั้นศาลแล้วสามารถตกลงชดใช้ค่าเสียหาย หรือกล่าวขอโทษกัน ก็ทำให้คดีความจบกันไปได้ แต่ความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) ไม่ใช่ความผิดที่ยอมความได้ แม้ผู้เสียหายกับจำเลยตกลงกันได้จนคดีหมิ่นประมาทจบลงแล้ว ความผิดตามมาตรา 14(1) ก็ยังต้องดำเนินคดีต่อไป ส่งผลกระทบต่อตัวจำเลย และทำให้คดีรกโรงรกศาลโดยไม่จำเป็น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ