AUTUMN/WINTER 2018 ท้าลมหนาวอย่างมีสไตล์ กับ 5 แบรนด์ไทย

ใกล้เข้าสู่ฤดูกาลใหม่ในอีกไม่กี่อึดใจแล้ว สิ่งที่มาพร้อมกับช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านก็คือ การเปิดตัวคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าประจำฤดูกาล หลายแบรนด์ดังต่างทยอยเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่ต้อนรับหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเราคัดมาให้ดูเฉพาะแบรนด์ไทยเท่านั้น ส่วนแบรนด์นอกเอาไว้ก่อน เรามาดูกันซิว่าเสื้อผ้าฤดูกาลใหม่จากฝีมือดีไซเนอร์ไทยจะถูกใจเหล่าแฟชั่นนิสต้ากันขนาดไหน

Landmee

แลนด์มี่ นำเสนอคอลเล็กชั่น “LOVE IS ALMOST EVERYTHING” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครหลักในนิยายรักโรแมนติกดราม่าเรื่อง Great Expectationsของนักเขียนชื่อดัง ชาลส์ ดักคินส์ ตัวละครหญิงสาวที่ใส่ชุดแต่งงานสีขาวรอคอยคนรักในปราสาท

การออกแบบได้ใช้เสน่ห์เฟมินีนในแบบสาวยุควิกตอเรียน อาทิ puff sleeves และbaby doll ruffles ซึ่งเป็นโครงเสื้อที่ใช้เทคนิคการสร้างแพตเทิร์นที่ซับซ้อน มีการเล่นระบายที่ตัวชุด มีลายปักที่มาจากประโยคพูดสำคัญในเรื่อง และเนื่องจากตัวละครหลักที่ใส่ชุดแต่งงานสีขาวคอลเล็กชั่นนี้จึงถูกสรรค์สร้างด้วยสีขาวเป็นหลัก และมีลูกเล่นอย่างลูกไม้สีทอง สีเขียว สีดำ และสีม่วง รวมถึงสัญลักษณ์รูปหัวใจแทนความรักของผู้หญิงในแบบ Landmee ที่มีความเฟมินีน อ่อนหวาน ในเรื่องการแต่งตัวและการใช้ชีวิต แต่ขณะเดียวกันก็มีหัวใจที่เข้มแข็ง

ASAVA


ด้านอาซาว่ามาในชื่อเรียบ ๆ “Asava Autumn/Winter 2018” ซึ่งยังคงยึดมั่นในการนำเสนอถึงแก่นแท้และความเชื่อของแบรนด์ดั้งเดิม คือ ความงามที่แท้จริงและไร้กาลเวลา (timeless beauty) การรู้จักตัวตน รับรู้ และเข้าใจในความเป็นไปของโลก รวมถึงตระหนักถึงตัวตนอันบริสุทธิ์ที่แท้จริง คือสิ่งที่หล่อหลอมและสะท้อนผ่านตัวตนของหญิงสาวในแบบฉบับอาซาว่าซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่แบรนด์ยึดถือมาตลอด 10 ปี

นอกจากนำเสนอซิลูเอตหลักของแบรนด์แล้ว คอลเล็กชั่นนี้มีการทดลองและนำเสนอซิลูเอตใหม่ ๆ ด้วย ส่วนเนื้อผ้ามีทั้งผ้าวูล ผ้าดัชเชสซาติน ผ้าชีฟองพิมพ์ลาย และผ้าออร์แกนซ่าพิมพ์ลายดอกไม้ รวมทั้งเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างผ้าลายริ้ว และผ้าลายทาง

ส่วนโทนสีที่เลือกใช้คือ สีเอิร์ทโทน ที่แสดงถึงการกลับมาของฤดูหนาว เช่น สีเบจ, สีน้ำตาล, สีเทา และสีแชมเปญ รวมถึงโทนพิเศษอย่างสีเขียวเข้ม และสีส้มทอง ตัดกับสีคลาสสิกของแบรนด์คือ สีขาว สีดำ และสีกรมท่า

NICHA

นิชชา ส่งคอลเล็กชั่น “Dark Wonder” ที่ตั้งใจดีไซน์โดยคำนึงถึงการสวมใส่เป็นหลัก เพื่อให้เหมาะกับผู้หญิงทุกช่วงวัย เน้นดีไซน์ที่มีความโฉบเฉี่ยว โก้หรู และไทม์เลส สวมใส่ได้

ทุกโอกาส เสริมบุคลิกและสร้างความมั่นใจให้ผู้สวมใส่ทุกขณะคอลเล็กชั่นนี้นำเสนอแรงบันดาลใจจากเสน่ห์ความงดงามของเหล่าสรรพสัตว์ในป่ายามค่ำคืน ผ่านการดีไซน์เสื้อผ้าสไตล์

โมเดิร์น งานชิ้นเด่นคือ ชุดเดรสและจัมป์สูทปักลายที่มีซิลูเอตของชุดอันพลิ้วไหวล้อไปกับเส้นสายของหมู่มวลพฤกษา พร้อมกับเนื้อผ้าที่สอดแทรกรายละเอียดด้วยการปักประดับลาย และเทคนิคการพิมพ์ลายลงบนผืนผ้าอย่างพิถีพิถัน เพิ่มลูกเล่นด้วยสีสันตั้งแต่โทนเย็นอย่างสีฟ้า สีน้ำเงิน สีม่วง โทนสีสว่างสดใส เช่น สีส้มและสีแดงรวมถึงใช้สีเบสิกอย่างสีเบจ สีขาว และสีดำ มาเพิ่มมิติ

ASV

เอเอสวี ส่งคอลเล็กชั่น “2 Little Words 1 Big Concept-Soulmate” นำเสนอคอนเซ็ปต์”2 Little Words 1 Big Concept”อันมีนัยถึงคำว่า “soulmate” โดยหยิบเอาแรงบันดาลใจจากไอคอนยุค 90 แครี่ แบรดชอว์ จากซีรีส์ Sex And The City ซึ่งมีบุคลิกโดดเด่นเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจมาถ่ายทอดผ่านโครงชุดที่หลากหลาย การผสมผสานความขัดแย้งระหว่างความอ่อนหวานแบบเฟมินีน และความแข็งแกร่งแบบมาสคิวลีน เป็นเสน่ห์ที่โดดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้

การออกแบบยึดซิลูเอตหลักของแบรนด์อย่างความทะมัดทะแมง คล่องแคล่ว สอดแทรกอิทธิพลของสปอร์ตแวร์

ส่วนความหลากหลายของเนื้อผ้าและสีสันได้หยิบผ้ากำมะหยี่ ผ้าเลื่อม มาช่วยรังสรรค์ลุกต่าง ๆ และสีพิเศษเคียงคู่กับโทนสีคลาสสิกของแบรนด์ต้อนรับหน้าหนาวอย่างสีส้ม apricot สีม่วง nostalgia rose สีชมพู sunkist coral สีแดง ruby wine และสีเหลือง sunshine

VICKTEERUT

วิคธีร์รัฐนำเสนอคอลเล็กชั่นใหม่ในชื่อ “1001” แรงบันดาลใจจากหนึ่งพันหนึ่งราตรี (One Thousand and One Nights) นิทานชุดอันโด่งดัง ด้วยการหยิบความงามสไตล์อาหรับมาปรับให้มีความร่วมสมัย เพื่อตอบคำถามที่ว่า หากหญิงสาวยุคใหม่ต้องเดินทางอยู่ท่ามกลางทะเลทราย พวกเธอจะสวมใส่เสื้อผ้าแบบไหน

นอกจากจะหยิบความหรูหราสง่างามสไตล์อาหรับมาแล้ว ยังนำมาปรับให้เข้ากับยุคสมัยร่วมกับรายละเอียดที่ได้รับอิทธิพลจากเสื้อผ้ากีฬา โดยเน้นความหลากหลายและสวมใส่ได้จริง ทั้งเสื้อผ้าแยกชิ้นที่หยิบมาใส่ได้ง่าย เช่น เสื้อแขนยาวมีฮู้ดผ้าเจอร์ซีย์ใส่กับกระโปรงทรงทิวลิปเหลืองสด, เสื้อผ้าไนลอนแขนพองเข้าชุดกับกางเกงผ้าไนลอนทรงฮาเร็ม, เสื้อแขนกุดที่คล้ายกับเสื้อกั๊กจากเทคนิคการตัดต่อผ้า สวมใส่กับกางเกงทรงฮาเร็มผ้าอัดพลีตสีดำ และเสื้อเปิดไหล่ตัวสั้นทรงบอลลูนตัดเย็บด้วยผ้าดัชเชสซาติน เข้าคู่กับกางเกงทรงฮาเร็มผ่าหน้าโชว์เรียวขา, ชุดเดรสหลากความยาว ทั้งสำหรับสวมใส่กลางวันและกลางคืน เช่น เดรสทรงฮาเร็มสายสปาเกตตีสีชมพูฟูเชีย, เดรสสีขาวแขนยาวทรงฮาเร็มตกแต่งฮู้ดพร้อมซิปสีดำด้านหน้า

Previous articleBAB 2018 กรุงเทพจะสุขสะพรั่ง ด้วยพลังอาร์ต 75 ศิลปินทั่วโลก
Next article“อัลไซเมอร์” กับ “โรคสมองเสื่อม” ต่างกันอย่างไร