ฉลอง 90 ปี แบรนด์จิวเวลรี่หรู ‘การัต’แนะเคล็ดลับเลือกจิวเวลรี่-วิธีดูแลรักษาเพื่อรักษามูลค่า

การมีเครื่องประดับที่มีมูลค่าไว้ในครอบครองนั้นนับเป็นความใฝ่ฝันของผู้หญิงทุกคน ซึ่งคงจะดีไม่น้อยถ้าเรารู้วิธีการเลือกประดับให้ได้คุณภาพดีสมตามราคาของแต่ละชิ้น โดยล่าสุด อรรถพล วิจิตเกษมกิจ กรรมการบริหาร บริษัท เพชรการัต จำกัด ผู้จำหน่ายแบรนด์เครื่องประดับ ‘การัต’ (Karat) ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปี เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านเครื่องประดับหรูดีไซน์คลาสสิคที่อยู่คู่เหล่าจิวเวลรี่เลิฟเวอร์มากมายมาอย่างยาวนาน และยังได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกซื้อเครื่องประดับและวิธีการเก็บรักษาอย่างผู้เชี่ยวชาญ ที่ร้านการัต ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น M เมื่อวันก่อน

โดยภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้ผู้ชื่นชอบเครื่องประดับเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ ดร. ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์, กรองกาญจน์ ชมะนันทน์, ศิริพร-สุรพร ภาษาประเทศ, แพทย์หญิงณัฐธิดา-สมลักษณ์ แสงปราสาท, นารีรัตน์ ชินธรรมมิตร์, อาภา รังสิมันโตฬาร, ดร. ประเสริฐ–พิจิตรา เฮงสกุล, ดร. มัญชุมาส เพราะสุนทร, พัชรินทร์ เดชเทวัญดำรง และอีกมากมาย


‘การัต’ (Karat) แบรนด์เครื่องประดับหรูสัญชาติไทย ก่อตั้งโดยนายเอี๋ยว แซ่แต้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2470 โดดเด่นด้านงานฝีมือที่ผลิตขึ้นโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญชาวไทยจากการทำมือทุกชิ้นและทุกขั้นตอน สืบทอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน ส่งผลให้เครื่องประดับของการัตเป็นงานผลิตที่มีความประณีตละเอียดอ่อน ผ่านการดีไซน์ที่มีความคลาสสิคสามารถสวมใส่ได้ในทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ดีไซน์เรียบง่ายเหมาะต่อการสวมใส่เป็นเครื่องประดับประจำตัว ไปจนถึงดีไซน์ที่ผสมผสานลูกเล่นทางแฟชั่นเหมาะต่อการเก็บสะสมหรือสวมใส่ออกงาน

อรรถพล วิจิตเกษมกิจ ได้กล่าวถึงจุดเด่นของแบรนด์ ‘การัต’ (Karat) ที่ทำให้สามารถอยู่คู่วงการเครื่องประดับมาได้ถึง 90 ปี ‘โดยธรรมชาติของคนไทยแล้วจะชื่นชอบการเลือกใช้ของสวยและคุณภาพดี ซึ่งแบรนด์การัตก็ตอบโจทย์ตามคุณสมบัติข้างต้นทุกประการ เพราะเพชรและพลอยของเรามีใบรับรองคุณภาพทุกชิ้นซึ่งลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ และที่สำคัญคือ ‘การัต’ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่งดงาม ทุกชิ้นงานจะถูกผลิตโดยฝีมือช่างชาวไทยล้วนๆ เพราะบางรายละเอียดเครื่องจักรก็ไม่สามารถทำให้ออกมางดงามได้เหมือนกับฝีมือของช่าง ซึ่งอีกหนึ่งข้อดีของการทำเครื่องประดับด้วยมือนั้น เราจะสามารถซ่อมแซมหรือปรับเปลี่ยนดีไซน์ได้หากลูกค้าต้องการได้เสมอ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราก็ได้ปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้เหมาะสมตามยุคสมัย แต่จะอยู่บนพื้นฐานของความคลาสสิค เพราะอยากให้การัตเป็นเครื่องประดับที่สามารถใส่ได้ในทุกโอกาส’

โดยไฮไลท์เด่นของงานครบรอบ 90 ปีนี้ ทางแบรนด์ ‘การัต’ (Karat) ได้จัดแสดงตู้โชว์เครื่องประดับของแต่ละยุคสมัยที่มีเรื่องราวและเสน่ห์ให้สัมผัสตามกาลเวลา เริ่มจาก ของที่ระลึกพระราชทานในสมัยรัชกาลที่ 5 สมบัติของ บรรพบุรุษที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นกล่องอเนกประสงค์สี่เหลี่ยมที่ทำจากเงินและเคลือบด้วยทอง แกะสลักลวดลายดอกพิกุลและเถาองุ่น นำเสนอถึงงานศิลปะแบบไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ถัดมาที่ เครื่องใช้ที่ทำจากทองคำและเงินในยุค ค. ศ. 1800-1900 ได้แก่ กระโถนบ้วนน้ำหมากทรงปากแตรทองคำแท้ แกะดุนลายเทพพนมและลายเครือเถากนกเปลว รวมถึงกระเป๋าเงินแท้และทองคำแท้ที่ถักด้วยมืออย่างประณีต

ต่อมาที่ อัญมณีนพเก้า เครื่องประดับโบราณที่ถ่ายทอดศิลปะแห่งความเป็นไทยได้อย่างวิจิตรงดงาม ซึ่งอัญมณีนพเก้า หมายถึง อัญมณี 9 ชนิด ได้แก่ เพชร, ทับทิม, ไพลิน, มรกต, บุษราคัม, โกเมน, มุกดาหาร, เพทาย และไพฑูรย์ เชื่อกันว่าเป็นอัญมณีที่เป็นสิริมงคลแก่ผู้สวมใส่ ผู้ได้ครอบครองอัญมณีทั้ง 9 ชนิดนี้ จะมีความเจิรญรุ่งเรือง

อัญมณีมรกต อัญมณีสีเขียวที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ เชื่อว่าเป็นเครื่องประดับที่จะนำมาสู่โชคลภา และสำหรับผู้ที่เกิดเดือนพฤษภาคม อัญมณีชนิดนี้จะช่วยส่งเสริมเรื่องความรัก และปรับสมดุลธาตุภายในร่างกาย

และเครื่องประดับโบราณจากยุคแรกเริ่มเปิดกิจการของแบรนด์ ‘การัต’ (Karat) เครื่องประดับทองคำแท้ประดับเพชรและอัญมณีล้ำค่า ออกแบบและผลิตโดยช่างฝีมือชาวไทย แรงบันดาลใจจากศิลปะตะวันตกในยุคอาร์ตนูโว ผสมผสานกับศิลปะการทำเครื่องประดับไทยโบราณ สร้างเอกลักษณ์อันโดดเด่นให้กับแบรนด์ในยุคแรกได้เป็นอย่างดี

ด้านจิวเลวรี่เลิฟเวอร์ภายในงานต่างร่วมเผยถึงวิธีการเลือกเครื่องประดับและจิวเวลรี่ชิ้นโปรด เริ่มจาก แพทย์หญิงณัฐธิดา แสงปราสาท สาวสวยทายาทหยั่น หว่อ ยุน เผยว่า ‘เราเป็นคนชอบการใส่เครื่องประดับมาก เพราะคิดว่าผู้หญิงกับจิวเวลรี่เป็นของคู่กัน โดยส่วนตัวก็เป็นแฟนคลับแบรนด์นี้มานานเพราะเขามีเครื่องประดับให้เลือกหลากหลายดีไซน์ ก็จะมีซื้อเก็บไว้บ้างเพราะเวลาออกงานก็จะชอบใส่แบบเข้าชุดกัน และจะต้องเลือกให้เข้ากับชุด ส่วนในชีวิตประจำวันชิ้นที่เราติดใส่ประจำจะเป็นต่างหู เพราะทำให้ใบหน้าเราโดดเด่นขึ้น’

รวมถึง สุรพร ภาษาประเทศ ทายาทพิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม เล่าว่า ‘เราเป็นคนแต่งตัวสไตล์เรียบง่าย เพราะฉะนั้นการสวมใส่เครื่องประดับก็ช่วยเติมเต็มให้ลุคของเราสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น แต่ก็จะชอบชิ้นทีมีดีไซน์คลาสสิคสามารถสวมใส่ได้ง่ายในทุกโอกาส แหวนจะเป็นชิ้นที่เราขาดไม่ได้ เพราะมันช่วยทำให้นิ้วมือของเราดูเรียวยาวและสวยขึ้น’

นอกจากนี้ อรรถพล วิจิตเกษมกิจ กรรมการบริหาร บริษัท เพชรการัต จำกัด ยังได้แนะนำถึงวิธีการเลือกประดับให้ได้คุณภาพดีและขั้นตอนการดูแลให้สวยงดงามเช่นเดิมอย่างผู้เชี่ยวชาญว่า ‘เพชรเป็นเครื่องประดับที่มีมูลค่าของตัวเองเป็นจิวเวลรี่ที่เหมาะแก่การลงทุนเพราะราคาจะไม่ตกลงไปจากเดิม ซึ่งวิธีการเลือกซื้อเพชรหรืออัญมณีอื่นๆ นั้น ควรเลือกซื้อจากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ เพราะแบรนด์ที่ดีจะเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของวัตถุดิบและการผลิต และโดยปกติเพชรและพลอยที่ดีจะต้องมีใบรับรองคุณภาพที่สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงขั้นตอนการผลิตถ้าเป็นช่างฝีมือชาวไทยจะดีที่สุดเพราะจะมีความประณีตและละเอียดอ่อนเป็นอย่างมากซึ่งสำหรับผู้หญิงที่เพิ่งเริ่มต้นศึกษาเกี่ยวกับการซื้อเครื่องประดับที่มีมูลค่า ก็ควรเริ่มจากการซื้อแหวนหรือต่างหูเพชรดีไซน์เรียบๆ ก่อน เพราะเป็นชิ้นที่ใส่ง่ายสามารถใส่เป็นเครื่องประดับประจำตัวได้ ส่วนการดูแลรักษาอัญมณีที่มีมูลค่าเหล่านี้ หลังจากการสวมใส่แล้วควรใช้ผ้าหมาดเช็ดทำความสะอาดก่อนเก็บลงกล่องอย่างดี หรือถ้าหากต้องการเพิ่มความใสให้กับเพชร ก็สามารถนำมาแช่น้ำที่ผสมน้ำยาล้างจานแล้วใช้แปรงอ่อนๆ ขัดไปในทิศทางเดียวเพื่อเพิ่มประกายให้กับเครื่องประดับได้ หรือถ้ามีคราบเหงื่อหรือสิ่งสกปรกฝังลึกก็แนะนำให้ส่งทางร้านทำความสะอาดจะดีที่สุด เพราะทางร้านเพชรจะมีเครื่องทำความสะอาดอัญมณีโดยตรง ซึ่งจะทำให้เครื่องประดับคงความสวยงาม มีมูลค่าอยู่เสมอ’

เพิ่มคุณค่าให้การแต่งตัวดูดีมีสง่า และน่าค้นหาด้วยเครื่องประดับอัญมณีหรู ‘การัต’ (Karat) ได้แล้ววันนี้ที่ ศูนย์การค้าสยาม พารากอน ชั้น M