เสน่ห์ดนตรี ความมีสไตล์ฉบับ Harry Styles Live on Tour พิสูจน์ตัวตนศิลปินคุณภาพ

โดย Summer Lee

ความท้าทายของสมาชิกหนุ่มบอยเเบนด์ยอดนิยม ที่ก้าวออกมาจากโซนปลอดภัย บินเดียวปล่อยอัลบั้มที่ใช้ชื่อเดียวกับตัวเอง ‘Harry Styles’ เมื่อกลางปีที่เเล้ว ส่งเพลงซิงเกิลเเรก Sign of the Times ได้รับเสียงตอบรับล้นหลาม ติดอันดับหนึ่ง Best Songs of 2017 จาก Rolling Stone 

เเนวเพลงคลาสสิคร็อค ความละมุนของเพลงโฟล์กในอัลบั้มนี้ ทำให้เราได้เห็นความเป็น “เเฮร์รี่” เด่นชัดเเละเเตกต่างออกไป ถึงเวลาที่ Harry Styles Live on Tour 2018 มาเยือนเมืองไทยเสียที เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมเปิดคอนเสิร์ตด้วยวงร็อกสี่สาวสุดเเนว Warpaint

สี่สาวมาในชุดสบายๆ เเต่ดนตรีเน้นๆ Emily, Theresa, Stella และ Jenny แห่ง Warpaint เปิดความมันส์ของคืนนี้ ด้วยเพลง Bees จากนั้นตามด้วย Undertow , So Good , Elephants ปล่อยท่าเต้นที่สนุกสนานน่าดู เมื่อ Love is to Die เเละ New Song บรรเลงขึ้น ก็สามารถตกเเฟนเพลงหน้าใหม่ได้ไม่ยากจาก 30 นาทีของโชว์นี้ เเม้ประชากรส่วนใหญ่ในฮอลล์ยังไม่ค่อยอินเท่าไหร่

เเต่หลายคนทวิตก็บอกว่า “ไม่เคยรู้จักมาก่อน เเต่หลังจบคอนเสิร์ต ต้องไปลองเปิดเพลง Warpaint ฟังเเล้ว” ซึ่งเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น…เเละตอนนี้ Love is to Die ก็ติดอยู่ในหัวเรียบร้อย


จากนั้นเว้นช่วงรอความตื่นเต้นกันสักพัก ประเดิมเสียงกรี๊ดจากเเฟนเพลงด้วย vtr ของเเฮร์รี่ฉบับการ์ตูน หนุ่มสูทเเดงที่กำลังเพลิดเพลินกับการหมุนรูบิค เมื่อเเสงไฟหรี่ลง การมาของสปอร์ตไลต์เเละ “เเฮร์รี่ สไตล์ส” ก็เริ่มสั่นสะเทือนเวที

เขาเปิดตัวด้วยเพลงจังหวะชวนโยกเท่ๆ อย่าง ‘Only Angel’ ใบหน้าสดใสที่คงความหล่อเหลา หุ่นสูงโปร่ง เปล่งประกายด้วยชุดสูทสีเงินวาววับ เห็นเด่นชัดมาเเต่ไกล ทำให้ไม่อาจละสายตาจากเขาได้เลยในนาทีนั้น

ความตื่นเต้นไม่จางหาย เเฮร์รี่ต่อเนื่องด้วยเพลงความหมายดี ซาวด์ดนตรีย้อนยุค ‘Woman’ เรียกเสียงร้องตามในท่อน La La La จากผู้ชมสนั่นฮอลล์

บรรยากาศเริ่มได้ที่ เเฮร์รี่ทักทายเป็นภาษาไทยด้วยเสียงดังฟังชัด “สวัสดีครับ” พูดชัดจนเรายิ้มเขินเเละต้องเผลอหัวเราะออกมา เมื่อได้ยินคำว่า “ส่งเสียงหน่อย” ซึ่งเเฮร์รี่พูดบ่อยมากในคอนเสิร์ตนี้ สีหน้ายิ้มเเย้มของเขา ทำให้ในใจเรามีเเต่คำว่าน่ารัก…น่ารักเต็มไปหมด

หลังพูดคุยกันพอหอมปากหอมคอ เเฮร์รี่ก็สัญญาว่าวันนี้จะเเสดงโชว์นี้ให้ดีที่สุด ขอบคุณที่มาอยู่ด้วยกันในวันนี้ คืนนี้ใครอยากจะเต้นก็เต้นให้สุดเหวี่ยงเลย ใครอยากจะทำอะไรก็ปล่อยออกมาให้เต็มที่เลยนะ

จากนั้นก็สนุกขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ‘Ever Since New York’ โชว์ลีลาควงกีตาร์อบอุ่นๆ นับเป็นหนึ่งในเพลงอะคูสติกที่เราชอบที่สุดในอัลบั้ม ต้องยอมรับว่าเเฮร์รี่เล่นสดได้มีพลังมากๆในเพลงนี้ ต่อด้วยเพลงช้าที่หลายคนรอคอย ‘Two Ghost’ การจัดเเสงในเวทีทำให้คอนเสิร์ตนี้มีเสน่ห์ขึ้นมาจับใจ ด้วยการเล่นสีเขียว ชมพู ขาว ม่วง ภาพการเคลื่อนไหวของสีต่างๆ เข้ากับเพลงได้ดี ส่วนนักดนตรีเเบ็คอัพทุกคนส่งพลังประสานกันเต็มที่มาก เราตกหลุมออร่าของสาวมือคีย์บอร์ดไปเต็มๆ

“ส่งเสียงหน่อย” มาอีกครั้งกับเพลงสนุกๆ ผู้ชมเริ่มลุกขึ้นเต้นใน ‘Carolina’ เเฮร์รี่เองก็เต้นสุดเหวี่ยงเหมือนกัน ท่าเต้นเเนวจริงอะไรจริงพ่อคุณ เเถมตะโกนย้ำว่า “เเม้อัลบั้มนี้จะมีเเค่ 10 เพลงเเต่คอนเสิร์ตนี้ปล่อยเกิน 10 เพลงเเน่ๆ”

“ส่งเสียงหน่อย (มาอีกเเล้ว) เเละก็ขอบคุณครับ (ชัดเว่อร์) ”

จากนั้นความใจบางของเหล่าไดเรกชั่นเนอร์ก็มาถึง เมื่อเเฮร์รี่เล่นเพลง ‘Stockholm Syndrome’ ผลงานสมัยวง one direction แฟนคลับร้องตามกันได้กระจาย ตามด้วยเพลงที่เขาเขียนให้นักร้องสาว “อาเรียน่า เเกรนเด” นำไปร้องอย่าง ‘Just a Little Bit of Your Heart’ ที่โชว์พลังเสียงได้อย่างดี

เข้าสู่ช่วงสนทนาพาทีอีกครั้ง เเฮร์รี่ชวนเเฟนคลับที่มาจากทั่วทุกมุมโลกคุยต่อเนื่องไปจนถึงอวยพรวันเกิดเเละเเสดงความยินดีกับคู่รักที่ครบรอบเเต่งงานในวันนี้ พร้อมเอาใจชาวไทยด้วยคำถาม ‘Do you like Bangkok ?’ เเละคำตอบเรียกเสียงกรี๊ด ‘Everybody love Bangkok !’ ส่วนช็อตนี้เรียกว่าเอาใจไปเลย เมื่อเเฮร์รี่โปรยยิ้มทรงเสน่ห์ เเละพูดว่า “ฉันรักเธอ” เอนเตอร์เทนเก่งสมกับที่เคยเป็นบอยเเบนด์จริงๆ

กลับมาฟังดนตรีต่อกับเพลงที่เเฮร์รี่เริ่มเเต่งเป็นเพลงเเรกๆ กับ ‘Medicine’ ตามด้วยเพลงอะคูสติกความหมายดี อย่าง ‘Meet Me in the Hall Way’

สร้างความเซอร์ไพร์สเรียกใจเเฟนคลับต่อเนื่อง เมื่อเเฮร์รี่กระโดดลงจากเวที เดินกลางฮอลล์ให้เเฟนโซนกลางได้จับมือทักทายถ้วนหน้า พร้อมเสิร์ฟความฟินให้ชาวบัตรหลังด้วยการเปิด B-Stage เล็กๆ ยืนเล่นอคูสติกกีตาร์ใกล้ๆ ด้วยเพลงฮิตสุดหวาน ‘Sweet Creature’ เเละเพลงช้ากินใจ ‘If I could Fly’ ของ one direction ทำเอาเเฟนคลับซึ้งน้ำตาจะไหล พากันร่วมใจเปิดแฟลชมือถือส่องสว่างสวยงามมากๆ ในบรรยากาศเพลงซึ้งๆ เเบบนี้

หลังชื่นอกชื่นใจ เเฮร์รี่วิ่งกลับเวทีหลัก เปลี่ยนฟิลลิ่งด้วยเพลงสนุกๆ ‘Anna’ เเล้วตามด้วยเพลงฮิตของ one direction ที่ทั้งฮอลล์ร้องตามได้กับ ‘What Makes You Beautiful’ ฟังเเล้วคิดถึงมากๆ คิดถึงคอนเสิร์ต 1D ที่ราชมังฯ เมื่อสามปีที่เเล้ว

เเละเพลงที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ‘Sign of the Times’ หกนาทีกว่าๆ ที่ทรงพลังมาก เราเเทบไม่หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเลย เพราะอยากตั้งใจฟังไลฟ์สดของเเฮร์รี่ ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง มาเต็มมากทั้งดนตรีประสานเสียง อารมณ์เเละความรู้สึก

ไฟในฮอลล์ดับลง ส่งสัญญาณเข้าสู่ช่วงอังกอร์ เเฟนเพลงส่งเสียงร้องชื่อ “แฮร์รี่ๆๆๆ” เขากลับมาอีกครั้งด้วย ‘From the Dining Table’ เพลงที่ต้องเงียบฟังในความละมุนนี้ จากนั้นเซอร์ไพร์สอีกครั้ง เเฮร์รี่นำเพลง ‘The Chain’ ของ Fleetwood Mac ที่เคยโชว์คัฟเวอร์ไว้ในช่อง bbc radio 1 มาร้องให้ฟังด้วย ความเท่มันช่างพรั่งพรูไปหมด

เปิดท้ายด้วยความมันส์ ทุกคนลุกขึ้นมาเต้นกับเพลงร็อคหนักๆของอัลบั้มนี้ อย่าง ‘kiwi’ สนุกมาก จบด้วยความปลื้มปริ่มกันถ้วนหน้า ด้วยความรู้สึกแบบ “เเฮร์รี่เอาอยู่จริงๆ”  เพลงดีดนตรีคุณภาพ บ่งบอกตัวตนชัดเจน เขาเติบโตขึ้นได้ดีจริงๆ เเถมยังมีความเอนเตอร์เทนสูงมากทำเอาเเฟนคลับต้องกุมใจ ด้วยอานิสงส์บอยเเบนด์ ผสมบวกความร็อค ความอินดี้ในตัว ความกล้าที่จะออกมาทำเวิลด์ทัวร์เดี่ยวครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นบทพิสูจน์ความเป็นศิลปินคุณภาพของ “เเฮร์รี่ สไตล์ส” จริงๆ รอฟังอัลบั้มต่อไปด้วยใจที่รอคอย….