เดชคัมภีร์เทวดา การแสดงกายกรรมแบบมีเนื้อเรื่อง ครั้งแรกในโลก

ในเมืองไทยได้ยินและคุ้นชื่อ “กายกรรมกวางเจา” มานาน เพราะเป็นคณะกายกรรมที่มาเปิดการแสดงในเมืองไทยบ่อยที่สุด นอกจากนั้นก็ยังมีกายกรรมจากเมืองอื่น ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ ถือว่ากายกรรมเป็นหนึ่งศิลปะการแสดงจากต่างประเทศที่คนไทยได้ยินอยู่บ่อย ๆ

ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ คณะกายกรรมชื่อดังอายุเก่าแก่ของจีน กวางเจา อะโครบาติก อาร์ท เธียเตอร์ (Guangzhou Acrobatic Arts Theater) หรือที่เราคุ้นกันในชื่อ “กายกรรมกวางเจา” กำลังจะมาทำการแสดงในเมืองไทยอีกครั้ง

ความพิเศษของการแสดงชุดนี้คือ เป็นการแสดงกายกรรมแบบมีเนื้อเรื่องครั้งแรกในโลก โดยได้เลือกบทประพันธ์คลาสสิกของปรมาจารย์กิมย้ง เรื่อง “เดชคัมภีร์เทวดา” มาเป็นเนื้อหาการแสดง โดยไม่ได้ดัดแปลงเนื้อหาจากบทประพันธ์ดั้งเดิม ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนบทประพันธ์นี้อยู่แล้ว น่าจะชอบอกชอบใจการแสดงกายกรรมชุดนี้ ที่มีตัวละครในหนังสือออกมาสู้กันให้ดูตัวเป็น ๆ ตรงหน้า


สู จวน (Xu Juan) ผู้กำกับการแสดงกายกรรมกวางเจา ชุดเดชคัมภีร์เทวดา บอกเหตุผลที่เลือกบทประพันธ์เรื่องเดชคัมภีร์เทวดามาแสดง เพราะเรื่องนี้เป็นเนื้อเรื่องที่ไม่ล้าสมัย เหมาะกับทุกยุคทุกสมัย คนดูเข้าใจง่าย และได้รับความนิยมอย่างสูง เนื้อหาน่าติดตาม มีครบทุกรสชาติทั้งการต่อสู้ ทั้งสอดแทรกเรื่องคุณธรรมความดี และที่สำคัญ เนื้อเรื่องของเรื่องนี้เข้ากันได้ดีกับการแสดงกายกรรม

การเตรียมการแสดงเรื่องนี้ คัดเลือกนักแสดง 40 คนจากนักแสดงทั้งหมดในคณะ 60 คน โดยหลักการคัดเลือกคือมองจากรูปลักษณ์ภายนอกก่อนเป็นอันดับแรก ต่อมาก็ดูว่าใครเหมาะกับบทไหน เพราะว่าแต่ละคนมีสกิลความสามารถไม่เท่ากัน นักแสดงหนึ่งคนอาจจะเล่นเป็นหลายตัวละคร และตัวละครหนึ่งตัวก็ใช้นักแสดงหลายคนแล้วแต่ทักษะความสามารถของคนไหนเหมาะเล่นบทไหนในส่วนไหน เช่น บางคนถนัดไต่เชือก บางคนถนัดโหนสลิง

ผู้กำกับบอกว่า เรื่องนี้ใช้เวลาฝึกซ้อมถึง 2 ปีก่อนจะเปิดทำการแสดง ต้องซ้อมนานกว่าเรื่องอื่นเพราะยากกว่าเรื่องอื่น เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่นำบทประพันธ์เข้ามาแสดงกายกรรม โดยปกติการแสดงกายกรรมเป็นแค่การโชว์สกิล โชว์ความสามารถ ไม่มีเนื้อหา แต่เรื่องนี้ต้องโชว์แอ็กติ้ง โชว์แสดงบทบาท ต้องมีการแสดงท่าทาง แสดงออกทางหน้าตาสีหน้าเพื่อให้คนดูเข้าใจว่านักแสดงต้องการสื่ออะไร

การนำเนื้อเรื่องเข้ามาทำการแสดงกายกรรมนี้เอง ที่ทำให้การแสดงกายกรรมชุดนี้แตกต่างจากเดิมมาก มีการโชว์หลายทักษะในฉากเดียว และมีการศิลปะการต่อสู้เข้ามาผสมด้วย ซึ่งกายกรรมกับศิลปะการต่อสู้นั้นเป็นคนละศาสตร์กัน แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการนำมาแสดงร่วมกัน นอกจากนั้นยังมีความพิเศษที่การสอดแทรกวัฒนธรรมจีน สอดแทรกการแสดงแบบเทรดดิชั่นแนลดั้งเดิมด้วย พูดรวม ๆ ว่ามีการนำทักษะการแสดงหลายศาสตร์เข้ามาร่วมด้วย

เป็นธรรมดาของการแสดงกายกรรมที่มีลีลาผาดโผน หวือหวา ทำให้คนดูตื่นตาตื่นใจ การนำเนื้อหาเข้ามาใส่ในการแสดงกายกรรม ผู้กำกับจะบาลานซ์อย่างไร ไม่ให้คนดูตื่นตาตื่นใจมากจนลืมโฟกัสเนื้อเรื่อง ผู้กำกับ สู จวน บอกว่า คนดูต้องดูภาพรวมทั้งหมดและบาลานซ์ด้วยตัวเองอยู่แล้ว แม้ว่าตัวละครอาจจะไม่ได้พูดอะไร ก็เชื่อว่าคนดูจะเข้าใจได้ว่าตัวละครต้องการสื่ออะไร และด้วยความที่ฉากสวยงามน่าสนใจ คอสตูม ตัวละคร แสง สี ทุกองค์ประกอบสวยงาม ก็น่าจะทำให้คนดูดูภาพรวมประกอบกัน ส่วนบทพูดที่พูดภาษาจีน ก็จะมีคนแปลเป็นภาษาไทยให้ ทำให้คนดูเข้าใจเนื้อหาเรื่องแน่นอน

สำหรับเรื่องเดชคัมภีร์เทวดา เป็นผลงานชิ้นเอกชิ้นหนึ่งจากการประพันธ์ของกิมย้ง มีเนื้อหาเชิงเสียดสีการเมืองในช่วงปฏิวัติทางวัฒนธรรมของจีน ซึ่งเป็นการต่อสู้ภายในเพื่อแย่งชิงอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์ ด้วยเนื้อเรื่องที่ชวนให้ขบคิดว่า อะไรคือความดีงามและความเลวทรามที่แท้ ทำให้เดชคัมภีร์เทวดาขึ้นแท่นนิยายในตำนาน และถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์และซีรีส์มากมายหลายภาค รวมถึงถูกนำไปวางเป็นโครงเรื่องของเกมและการ์ตูนอีกหลายเรื่อง

เนื้อหาของเรื่องเล่าถึงเรื่องราวของจอมยุทธ์ เล่งฮู้ชง ผู้รับคำสั่งจากเยี่ยปู้เฉวิน เจ้าสำนักหัวซาน ให้ออกตามหาพรรคมาร เพื่อแย่งชิงคัมภีร์ทานตะวัน คัมภีร์ที่ผู้ฝึกฝนจะได้รับวรยุทธ์ไร้เทียมทาน ระหว่างการเดินทาง เล่งฮู้ชงได้เจอเริ่นอิ๋งอิ๋ง ธิดาของอดีตประมุขพรรคมาร เกิดเป็นความรักระหว่างคนหนุ่มสาว ในขณะที่ธรรมะและอธรรมปะทะกันเพื่อแย่งชิงความเป็นหนึ่ง

แม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแย่งชิงอำนาจในพรรคคอมมิวนิสต์ แต่การแสดงกายกรรมชุดนี้ก็ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐมาแล้ว ถือว่าภาครัฐของจีนเปิดกว้างพอสมควรในการนำเสนอเนื้อหาที่ไปแตะต้องทางการ โดยเฉพาะระดับสูงอย่างพรรคคอมมิวนิสต์

การแสดงกายกรรมชุดเดชคัมภีร์เทวดา โดย กวางเจา อะโครบาติก อาร์ท เธียเตอร์ จะแสดงระหว่างวันที่ 5-7 และ 9-14 ตุลาคมนี้ ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี สนใจซื้อบัตรและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา และ www.thaiticketmajor.com หรือโทร 0-2262-3838