ไขข้อข้องใจ Apple ปิด iTunes เพลง-หนังที่ซื้อไว้จะยังอยู่หรือหายไป

เป็นข่าวที่สร้างความกังวลให้กับคนใช้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลมากทีเดียว เมื่อบริษัทแอปเปิลแถลงข่าวว่าจะเลิกให้บริการ iTunes ที่เป็นส่วนหนึ่งในระบบปฏิบัติการของแอปเปิลมานาน 18 ปี

iTunes เป็นศูนย์กลางความบันเทิงของผู้ใช้อุปกรณ์ของแอปเปิลที่สามารถดูหนัง ฟังเพลง ฟังพอดแคสต์ได้ในที่เดียว และที่สำคัญคือเป็นเครื่องมือเชื่อมต่อเพื่อถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ด้วย

หลังจากมีข่าวออกมา ผู้ใช้อุปกรณ์ของบริษัทแอปเปิลจำนวนมากมีความสงสัยและกังวลว่าเพลงที่เคยซื้อจะหายไปเลยหรือเปล่า แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ระบบฏิบัติการ Windows ซึ่งมี iTunes เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างโลกของ Apple กับคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows

สำหรับความสงสัยและความกังวลต่าง ๆ เหล่านี้ “ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” เราได้หาคำตอบมาให้แล้ว

ตามรายงานข่าวของ CNET สื่อด้านไอทีและแก็ดเจตชื่อดังของอเมริกาบอกว่า การปิดบริการ iTunes ไม่ใช่การปิดให้หายไปจากโลกนี้เลยซะทีเดียว เพียงแต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ของ Apple นับตั้งแต่ macOS Catalina ที่จะเริ่มให้บริการในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ (ช่วงต้นเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน) จะไม่มี iTunes อีกแล้ว ส่วนอุปกรณ์เดิมที่ใช้ระบบ macOS และ iOS เวอร์ชั่นเก่ากว่านี้ยังสามารถใช้ iTunesได้เหมือนเดิม แต่บริษัทแอปเปิลจะไม่พัฒนา iTunes ต่อไปแล้ว ในอนาคตถ้ามีปัญหาการใช้งานก็จะไม่มีการพัฒนาแก้ไข และในที่สุด iTunes ก็จะต้องหายไปสักวันใดวันหนึ่ง

หลังจากเลิกให้บริการ iTunes แอปเปิลจะเปิดบริการแอปพลิเคชั่นใหม่แยกประเภทคอนเทนต์กันให้ชัดเจน คือ ฟังเพลงบน Apple Music ดูหนังและมิวสิกวิดีโอผ่าน Apple TV และฟังพอดแคสต์ทาง Apple Podcast ซึ่งทั้งสามแอปพลิเคชั่นจะใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ของแอปเปิลจะมีการเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ Apple ID เดียวกัน

ถึงแม้ว่า iTunes จะถูกตัดออกจากครอบครัวแล้ว แต่แอปเปิลจะยังเก็บ iTunes Store ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มร้านซื้อ-ขายคอนเทนต์เอาไว้ใช้กับ Apple Music ต่อไป สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อเพลง (คาดว่าจะเปลี่ยนชื่อ) แต่เมื่อผู้ใช้บริการใช้ Apple Music แล้วก็คงไม่มีความต้องการซื้อเพลงในสโตร์มากเท่าไหร่นัก

สำหรับเรื่องที่หลายคนกังวลว่า เพลงที่เคยซื้อไว้จะเป็นยังไงต่อ จะหายไปไหม หรือยังฟังได้ต่อไป?

คำตอบก็คือ เพลงจะไม่หายไป เพลงของคุณที่ซื้อจาก iTunes Store จะยังอยู่บน Apple Music ยังฟังได้เหมือนเดิม เช่นกันกับหนังที่ซื้อจาก iTunes Store ก็จะยังคงอยู่บน Apple TV ต่อไป

คำถามต่อมา ในกรณีคนที่ไม่ได้ซื้อเพลงจาก iTunes Store แต่เอาไฟล์เพลงมาลงใน iTunes ด้วยตัวเอง ซึ่งไฟล์นั้นมีทั้งแบบละเมิดลิขสิทธิ์ และแบบที่ rip จากแผ่นซีดีที่ซื้อมาถูกลิขสิทธิ์ เพลงเหล่านั้นจะยังมีโอกาสอยู่รอดต่อไปไหม ?

เคสนี้ดูน่าเป็นกังวลขึ้นมาอีกหลายขั้น แต่ตามรายงานข่าว CNET บอกว่า เพลงที่เอามาลงเองก็จะยังปรากฏอยู่เช่นกัน และมากไปกว่านั้น ! คุณยังสามารถ rip แผ่นซีดีแล้วเอาไฟล์มาใส่ใน Apple Music ได้เหมือนที่เคยทำกับ iTunes เลย (อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงสบายใจขึ้นเยอะ) แต่ไม่มีข้อมูลว่ากรณีที่เอาไฟล์เพลงที่ไม่ถูกลิขสิทธิ์มาลงจะยังทำได้อยู่หรือไม่

ส่วนการเชื่อมต่อถ่ายโอนข้อมูลนั้น เครก เฟเดริกี้ (Craig Federighi) หัวหน้าวิศวกรของแอปเปิลกล่าวว่า ผู้ใช้สามารถใช้เครื่องมือ Finder แทนการเชื่อมต่อและถ่ายโอนข้อมูลผ่าน iTunes แต่เครื่องมือตัวนี้จะไม่ sync ข้อมูลให้อัตโนมัติเหมือน iTunes ถ้าอยากให้มัน sync ข้อมูล ผู้ใช้จะต้องเปิดการทำงานของมันก่อน

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ Mac ซึ่งหมายความว่า คุณใช้คอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows ตามข่าวบอกว่า จะยังสามารถใช้ iTunes บน Windows ได้ต่อไป ซึ่งจะเป็นลักษณะเดียวกันกับผู้ใช้ที่ไม่ได้อัพเดต macOS หรือ iOS คือใช้ต่อไปได้เท่าที่เป็นอยู่ แต่จะไม่มีการพัฒนาแก้ปัญหาอะไรให้แล้ว

โดยสรุป แอปเปิลเตรียมช่องทางไว้รองรับลูกค้าไว้หมดแล้วไม่ให้บริการเดิม ๆ และคอนเทนต์ที่ลูกค้าซื้อไว้หายไป เพียงแต่ไม่ได้รวมอยู่ในศูนย์กลางเดียวเหมือน iTunes อีกแล้ว ถ้ามองในมุมของลูกค้า นี่เป็นการเพิ่มความยุ่งยากที่ต้องแยกหลายแอป หลายเครื่องมือ จากเดิมที่จบในที่เดียว

…เอาเป็นว่าถ้าใครยังอยากใช้ iTunes ต่อไปก็อย่าอัพเดตระบบปฏิบัติการให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ก็แล้วกัน

Previous articleโจทย์ใหญ่ “สมาร์ทซิตี้” ดึงเอกชนร่วมสร้างดันไอเดียสู่สังคม
Next articleเอชพี เปิดตัว “OMEN X 2S” โน๊ตบุ๊กเกมมิ่ง 2 จอ ประเทศแรกในอาเซียน