Official Secrets ตีแผ่ความลับสุดยอดของรัฐบาลอังกฤษ

mysterious : เรื่อง

ปี 2546 อังกฤษและสหรัฐอเมริกา สองมหาอำนาจยักษ์ใหญ่มีมตินำกำลังทหารเข้าร่วมสงครามถล่มอิรัก โดยให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นการป้องกันภัยคุกคามของซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำอิรักที่อาจนำมาซึ่งหายนะของมวลมนุษยชาติได้ เวลาล่วงเลยจากภารกิจการทำสงครามครั้งหนึ่งนานถึง 7 ปี ในที่สุดผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับบทบาทของอดีตนายกรัฐมนตรี โทนี่ แบลร์ ก็ได้รับการตัดสินในปี 2559 ว่า การกระทำของเขาเป็นการกระทำที่เกินจริง เพราะยังมีวิธีการทางการทูต หรือสันติวิธีอีกมากมายที่อังกฤษสามารถทำได้ แต่แบลร์เลือกที่จะนำอิรักเข้าสู่สมรภูมิสงคราม จนนำมาซึ่งการสูญเสียอย่างมหาศาล

จากเรื่องจริงทั้งหมดที่ว่านำมาสู่การแสดงและบทภาพยนตร์อันทรงพลัง ใน “Official Secrets รัฐบาลซ่อนเงื่อน” งานกำกับจาก เกวิน ฮู้ด ที่ผ่านงานภาพยนตร์มาหลายต่อหลายเรื่อง เขายังเคยคว้ารางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมมาแล้วด้วย

Official Secrets ได้นักแสดงนำระดับตัวท็อปของฮอลลีวูดอย่าง เคียร่า ไนต์ลีย์ รับบทเป็นแคทเธอรีน กัน ทรานสเลเตอร์ภาษาจีน แมนดารินใน GCHQ หน่วยข่าวกรองของอังกฤษ วันหนึ่งแคทเธอรีนได้รับอีเมล์ลับจาก NSA หน่วยข่าวกรองอเมริกาเกี่ยวกับแผนการดักฟังสมาชิกความมั่นคงสหประชาชาติที่ยังไม่ได้ตัดสินใจลงมติบุกอิรัก แคทเธอรีนโกรธมากที่รู้ว่ารัฐบาลใช้แผนสกปรกเพื่อบุกทำสงครามในอิรักโดยไม่ได้คำนึงถึงหลักมนุษยธรรมอย่างที่ควรจะเป็น เธอตัดสินใจส่งเอกสารลับให้สำนักข่าว ซึ่งต่อมาได้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่จนสร้างความฮือฮาไปทั่วโลก

ตลอดการเล่าเรื่องเกือบสองชั่วโมงเต็มแทบไม่มีจังหวะไหนที่น่าเบื่อเลย แม้จะเป็นภาพยนตร์แนว documentary สร้างจากเรื่องจริง แต่บทภาพยนตร์เรื่องนี้แข็งแรงมาก มากในระดับที่เอาคนดูอยู่ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ การแสดงของเคียร่า ไนต์ลี่ ในพาร์ตดราม่า เธอทำได้ดีทีเดียว สายตาอันมุ่งมั่นที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในมนุษยธรรม แม้ตัวเธอเองจะทำงานให้กับหน่วยข่าวกรองของประเทศก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประโยคหนึ่งในหนังที่ทรงพลังมากก็คือ

“ฉันไม่ได้ทำงานให้กับรัฐบาลอังกฤษ แต่ฉันทำงานให้กับประชาชนชาวอังกฤษ” นับว่าไนต์ลี่สอบผ่านในการสวมวิญญาณเป็นแคทเธอรีน กัน ได้ฉลุย

อีกส่วนที่ถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก ๆ คือ วิธีการทำงานของกองบรรณาธิการข่าว Observer ที่ได้ แมท สมิธ จากซีรีส์ดัง The Crown ถ่ายทอดบทบาทนักข่าวโต๊ะการเมืองอย่างมาร์ติน ไบรท์ ตั้งแต่การตัดสินใจร่วมของกอง บ.ก.ในการเลือกประเด็นข่าว การทำงานของนักข่าวร่วมกับแหล่งข่าวคนสำคัญ ไปจนถึงการต้องชั่งน้ำหนักตัดสินใจเลือกระหว่างการนำเสนอข่าวในฐานะสื่อมวลชนที่อาจจะต้องแลกมากับการสูญเสียแหล่งข่าวคนสำคัญไป ซึ่งหนังเองก็ชี้ให้เห็นถึงการทำงานของสื่อสารมวลชนได้ดี จนทำให้เรานึกถึงภาพยนตร์รางวัลออสการ์อย่าง Spotlight ในบางฉากด้วย

นอกจากวิชาชีพสื่อสารมวลชน หนังยังเล่าส่วนที่ทางแคทเธอรีน และทีมทนายต้องงัดข้อสู้กับอัยการได้ดีมาก ตรงนี้คนดูจะได้เห็นการย่อยข้อกฎหมายจากทนายฝั่งแคทเธอรีนอย่างเบน เอ็มเมอร์สัน (เรล์ฟ ไฟนส์) อย่างละเอียด ตรงประเด็น และเข้าใจง่าย ฉายให้เห็นถึงวิธีการทำงานของฝั่งทีมทนายที่ต้องพลิกแพลงข้อกฎหมายเพื่อใช้ต่อสู้กับรัฐอย่างแหลมคม

บทสรุปของภาพยนตร์อาจจะไม่ต้องลุ้นมากนัก เพราะเป็นหนังที่สร้างมาจากเรื่องจริง ฉะนั้น ตั้งแต่ต้นจนจบคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากที่ทุกคนรู้ แต่เชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะยิ่งตอกย้ำและทำให้เราเข้าใจลักษณะการทำงานของรัฐได้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่ในอังกฤษหรืออเมริกา แต่ทุกประเทศล้วนมีความลับที่รัฐปกปิดประชาชนอยู่มากมาย ส่วนหนึ่งเพื่อประโยชน์และความสงบสุขของชาติ แต่ส่วนที่เราไม่รู้และรัฐกำลังปกปิดอยู่ก็เป็นสิ่งที่ประชาชนควรตระหนักอยู่ไม่น้อยเช่นกัน Official Secrets คือภาพยนตร์อีกเรื่องที่สามารถพูดได้เต็มปากว่า ควรค่าแก่การตีตั๋วรับชมอย่างยิ่ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ