ยักษ์ชนยักษ์! DUNKIRK VS VALERIAN หนังฟอร์มใหญ่โลกจับตา

ในรอบสัปดาห์นี้มีการเปิดตัวหนังฟอร์มใหญ่ระดับยักษ์ชนยักษ์ คือ ดันเคิร์ก (Dunkirk) ของผู้กำกับบิ๊กเนม คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) หนึ่งในผู้กำกับที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ และ วาเลเรียน (ชื่อเต็มคือ Valerian and the City of a Thousand Planets) ของ ลุก เบสซง (Luc Besson) ผู้กำกับชื่อดังฝีมือดีอีกคนของวงการ ซึ่งเข้าโรงฉายไปพร้อมกันเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม

สำหรับคนที่ดูหนังถี่ ๆ และไม่มีปัญหาเรื่องเงินในกระเป๋าก็คงไม่ลำบากที่จะดูทั้งสองเรื่อง แต่สำหรับคนที่มีข้อแม้เรื่องเวลา

เรื่องเงินหรืออะไรก็ตามที่ทำให้ต้องเลือกเรื่องใดเรื่องหนึ่ง น่าจะตัดสินใจยากทีเดียว แต่ที่ลำบากใจที่สุดก็คือบรรดาสื่อมวลชนที่อยากจะแยกร่างได้ เพราะหนังยักษ์ทั้งสองจัดฉายรอบสื่อในวันและเวลาเดียวกัน

แม้ว่าชื่อของผู้กำกับ ลุก เบสซง ไม่บิ๊กเท่าคริสโตเฟอร์ โนแลนด์ แต่เบสซงก็เป็นผู้กำกับชื่อดังคนหนึ่ง บวกกับที่วาเลเรียนใช้ทุนสร้างมหาศาลถึงขั้นครองตำแหน่งหนังนอกฮอลลีวูดที่ใช้ทุนสร้างสูงสุดไปแล้ว จึงทำให้การชนกันของหนังเรื่องสองนี้ถูกจับตามอง

อันที่จริงก็ไม่เหมาะสมนักที่จะเอาหนังสองเรื่องนี้มาเทียบกันแล้วบอกว่าเรื่องไหนน่าดูกว่าเรื่องไหน เพราะสองเรื่องเป็นหนังคนละแนว และมีแฟนของใครของมัน แต่ด้วยความ “บิ๊กเนม” และ “ฟอร์มใหญ่” ที่คอหนังทั่วโลกจับตามองที่เข้าฉายพร้อมกัน ก็เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบไม่ได้

ดันเคิร์ก (อันที่จริงฝรั่งออกเสียงว่า ดังเคิร์ก แต่ในไทยให้ชื่อหนังว่าดันเคิร์ก) เป็นหนังแอ็กชั่น/ ดราม่า สร้างจากเรื่องจริงของเหล่าทหารอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 วาเลเรียน เป็นหนังไซไฟที่สร้างจากการ์ตูนเรื่องวาเลเรียน ที่ผู้กำกับลุก เบสซง หลงใหลมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เรื่องนี้มีดาราดังคือ เดน เดอฮาน (Dane DerHaan) และ คาร่า เดอเลวีน (Cara Delevingne)

หลังเปิดตัวรอบสื่อได้หนึ่งวัน ดันเคิร์ก ได้รับคำชมล้นหลามทั้งจากสื่อไทยและสื่อนอก ได้คะแนนจาก IMDb ไปถึง 9.3/10 ได้จาก Rotten Tomatoes มากถึง 97%

ส่วน วาเลเรียน มีหลายเสียงตอบรับ มีทั้งคำชมว่าสนุก สร้างจินตนาการ มีความเห็นว่าธรรมดา กระทั่งมีเสียงบ่นว่าน่าเบื่อ ได้คะแนนจาก IMDb ไป 7/10และได้จาก Rotten Tomatoes ไป 72%

ประเด็นหนึ่งที่ได้ยินคือ “หนังเรื่องนี้มาช้าเกินไป” คนดูจะรู้สึกดีกับวาเลเรียนมากกว่านี้ ถ้ามันถูกสร้างขึ้นมาเร็วกว่านี้ แต่สำหรับเรื่องนี้ ลุก เบสซง มีคำตอบว่า ที่ต้องรอนานหลายสิบปีก็เพราะรอให้เทคโนโลยีพร้อมสำหรับการสร้างหนังเรื่องนี้ให้ออกมาได้ดั่งใจที่สุด

ขณะที่ คริสโตเฟอร์ โนแลน คงไม่ต้องพูดอะไร นอกจากยิ้มรับคำเทิดทูนยิ่ง ๆ ขึ้นไปของบรรดาผู้ศรัทธาลัทธิโนแลน

อย่างไรก็ตาม คำชื่มชมหรือคำวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นแค่ทรรศนะของคนอื่น เราอาจจะชอบหนังที่คนอื่นไม่ชอบ หรือเราอาจจะไม่ชอบหนังที่คนอื่นชอบ ก็เป็นความรู้สึก ของใครของมัน ที่สุดแล้วการทำใจให้ว่าง ๆ เข้าไปรับชมและให้คะแนนด้วยตัวเองน่าจะแฟร์ที่สุดสำหรับทั้งตัวคนดูเองและสำหรับคนทำหนัง

Previous articleคนดูกว่าล้านวิว? “โน้ส อุดม” จัดเต็มเล่นใหญ่ แซวไทยแลนด์ 4.0 แท็กซี่ไทย-บัตรปชช.
Next articleต้องไม่สูญเปล่า! ผุดแคมเปญเยียวยาจิตใจคนวงการดนตรี หลังนักร้องนำ”ลินคิน พาร์ค”ฆ่าตัวตาย