ฟิน..เหมือนไปกินถึงญี่ปุ่น! พาชิมบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นพรีเมียม “ฮินะ HINA” ร้านบรรยากาศอบอุ่นใจกลางสยาม

ในยุคที่ร้านอาหารญี่ปุ่นดีๆ นั้นหาทานแสนจะง่าย ทั้งในห้างและร้านสตรีทฟู๊ดข้างทาง แถมแต่ละร้านก็ดูน่ากินทั้งน้านน แล้วร้านไหนล่ะ? จะบรรยากาศดี อาหารอร่อยคุ้มราคามากที่สุด จะให้เดินเสี่ยงทายกันทุกร้านคงไม่ไหว ขอเก็บแรงไปจัดหนักให้หนำใจไปเลยดีกว่า

“ประชาชาติออนไลน์” อาสาเป็นหน่วยกล้าอ้วน พาไปลิ้มชิมรสอาหารญี่ปุ่นที่ร้าน “ฮินะ (HINA)” ร้านอาหารญี่ปุ่นเกรดพรีเมียมในบรรยากาศสบายๆ ตกแต่งมู้ดเหมือนอยู่ในเทศกาลประจำปีของญี่ปุ่น ทั้งอบอุ่น เป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับนั่งทาน พูดคุยเฮฮากับเพื่อนฝูง หรือเอ็นจอยกับคนในครอบครัว แกล้มอาหารรสชาติถูกปาก มีทั้งโซนที่นั่งปกติ และแบบญี่ปุ่น พิกัดใจกลางเมือง เดินทางสะดวก ที่ชั้น 6 เอ็มบีเค เซ็นเตอร์

ความโดดเด่นของ ฮินะ (HINA) เปรียบเสมือนงานคราฟต์ อาหารที่รังสรรค์ด้วยใจ และบรรยากาศแสนอบอุ่น อีกทั้งทางร้านยังมีเมนูใหม่ๆ ตามฤดูกาลที่ผลัดเปลี่ยนมาให้ลองกันเรื่อยๆ ตลอดปี รวมถึงเมนูอาหารที่หลากหลาย วัตถุดิบสดใหม่ พระเอกชูโรงอย่าง “ปลาแซลมอน” ส่งตรงจากนอร์เวย์ ขึ้นปลากันสดๆ แบบวันต่อวัน

อย่างที่เกริ่นไปว่า เชฟที่นี่รังสรรค์เมนูอาหารสไตล์โฮมเมดดั่งงานคราฟต์ นำอาหารญี่ปุ่นมาฟิวส์ชั่นให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น ทุกจานทำกันแบบสดๆ และพิถีพิถันกับซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน จนเป็นจุดขาย จนทำให้หลายๆ เมนูมีความเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ที่สำคัญทางร้านกำลังเอาใจ “สายแข็ง” ด้วยการจัดโปรโมชั่น บุฟเฟต์ 599 บาท กว่า 70 เมนูที่ All you can eat กินให้พุงแตกกันไปข้างหนึ่ง

ไม่รอช้าให้เสียเวลา … มาเริ่มกันที่เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านในประเภท “มากิ โรล” 3 ดาวเด่นที่ทาง HINA ส่งเข้าประกวด ได้แก่ “ฮินะ แซลมอน โรล” ข้าวห่อปลาแซลมอนราดซอสแซลมอน, “แซลมอน ลาวา โรล” ข้าวห่อปลาแซลมอนราดซอส สไปซี่ลาวา และ สุดท้าย “ฮินะ ไซเกียว โรล” ข้าวห่อปลาแซลมอนราดซอสไซเกียว

ทั้งสามเมนู เป็นโรลแซลมอนคำโตๆ น้องสมรเบิร์นไฟมาจนหอมกรุ่น ท็อปด้วยปลาไหล และไข่ปลาแซลมอน ทีเด็ดอยู่ที่น้ำซอส 3 แบบที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน เริ่มจากซอสแซลมอนสไปซี่ รสชาติ เผ็ด หวาน มัน มี Texture จากการนำเนื้อปลาขูด มาปรุงรสกับ พริกเผา และมายองเนส ทำให้รสชาติกลมกล่อม ติดเผ็ดนิดๆ


ต่อมาเป็นซอสไซเกียว กลิ่นหอมจากการนำมิโสะขาวมาเคี่ยว ให้รสชาติ หวานเค็ม กลมกล่อม ถูกปากคนไทย ส่วนแซลมอลาวา รสชาติเผ็ดมัน จากพริกเผาและไข่ปลาเงิน ช่วยชูรสของปลาแซลมอนให้อร่อยมากยิ่งขึ้น 3 เมนูนี้ เป็นเมนูบังคับที่ต้องสั่งมาลองทั้ง 3 จาน ไม่สั่งถือว่าผิด

ระหว่างเปิดดูเมนู ก็พบว่า อีกหนึ่งความละเมียดใส่ใจของทางร้าน เพราะแต่ละหน้าของเมนู จะมีดีเทล ข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมการกินอาหารญี่ปุ่น เตาย่าง ที่ทำให้เราอินกับอาหารมื้อนี้มากยิ่งขึ้น

เปิดตัวด้วยอาวุธหนักไปแล้ว มาชิมจานเบาๆ “แซลมอน ซาซิมิ” เสิร์ฟ 5 ชิ้น ส่งตรงจากนอร์เวย์ ปลาสดเนื้อหวานฉ่ำ แชร์กันกับเพื่อนๆ เผลอแปปเดียวหมด ต้องสั่งเบิ้ลอีกจานไปเลย เอาใจสายปลาดิบกันต่อด้วย “ฮินะ ซิกเนเจอร์ ด้ง” ข้าวหน้าปลาดิบรวม ประหนึ่งรวมทีมอเวนเจอร์ แซลมอน มากุโระ ฮามาจิ ปลาไหล ครีบปลาเอ็นกาวะ และ หอยโฮตาเตะ รวมอยู่ในจานเดียว ด้วยขนาดถ้วยที่พอเหมาะ ไม่ทำให้อิ่มเกินไป สามารถทานจานอื่นต่อได้สบายๆ คำนวนคร่าวๆ แค่สามเมนูที่ว่ามา ก็คุ้มราคาบุฟเฟต์แล้ว

ลุยกันต่อที่ “ซีฟู้ด เทปันยากิ” ที่เหมือนยกมาทั้งทะเลมาไว้ในจานนี้ ประกอบด้วยแซลมอน กุ้ง ปลาหมึก หอยแมลงภู่ เสิร์ฟคู่กับผักย่างเคียงจาน ทานเล่นแก้เลี่ยนจากปลาดิบได้ดีสุดๆ บุกร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งที ถ้าขาดข้าวแกงกะหรี่ไป คงขาดใจและเหมือนมาไม่ถึงแน่ๆ ขอสั่งต่อ ไม่รอแล้วนะ!! “ข้าวหน้าแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึ” แกงกะหรี่ เข้มข้น กลมกล่อม ทงคัตสึชิ้นโตแบบกะน็อคให้อิ่มในจานเดียว ซึ่งเชฟเล่าว่า เทคนิคที่ทำให้หมูทงคัตสึกรอบนอกนุ่มใน คือ คัดเนื้อหมูที่มีมัน 10% แล้วใช้วิธีทอดเฉพาะของทางร้าน จานนี้ดีงามและดีต่อใจมาก

อีกหนึ่งเมนูที่ทางร้านนำเสนอ เอาใจคนรักสุขภาพ ที่ใครว่าอาหารเฮลท์ตี้จะต้องจืดชืด แต่ “ข้าวอินทรีย์หน้าปลาแซลมอนเทอริยากิไข่ออนเซน” ปรุงออกมาได้อร่อยถูกปาก ใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์ที่นุ่มเป็นพิเศษ ตามด้วยแซลมอนย่างซอสเทอริยากิ เคียงด้วยไข่ออนเซ็น ขิงดอง และผักต้ม

ตามมาด้วยอีกเมนูสายสุขภาพ “ซูชิเต้าหู้เจ” มากิสไตล์ญี่ปุ่นที่นำมาดัดแปลงเป็นเมนูเจได้อย่างลงตัว ด้านบนท็อปด้วยฟองเต้าหู้ ได้อารมณ์การทานซูชิที่แปลกไปอีกแบบ

ถ้าขาดเมนูหม้อไฟเอาไว้ซดน้ำร้อนๆ คล่องคอ ก็คงเป็นมื้อที่ขาดอะไรไปซักอย่าง เราจิ้มไปที่ “คามินาเบะ หม้อไฟกิมจิ” สร้างบรรยากาศความสนุกบนโต๊ะอาหารที่ร่วมกันซด กันตักแบบสนุกสนาน ภายในหม้อมี เห็ด ผัก และทีเด็ดที่หมูสไลด์ กับเส้นอุด้ง ที่ทำกันแบบสดๆ เส้นมีความเหนียวนุ่ม ทานคู่กับซุปเข้มข้นร้อนๆ บอกเลยว่าฟินแท้ๆ

อีกหนึ่งเมนูที่มีกิมมิคสนุกๆ ให้กลุ่มเพื่อนๆ ได้เอ็นจอยร่วมกัน กับเมนู “แซลมอนย่าง” เสิร์ฟบนเตาฮิดะเก๋ๆ ให้เราย่างจนได้ความร้อนที่ต้องการ แถมยังเป็นพร็อพถ่ายรูปแชร์ลงโซเชียลเก๋ๆ

ปิดท้ายมื้อนี้ด้วยของหวานที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน “ไอศกรีมชาเขียว โมจิ น้ำเต้าหู้” อีกเมนูที่เชฟดัดแปลงของหวานสัญชาติญี่ปุ่น นำไอศกรีมชาเขียว ถั่วแดงรสหวานน้อยกำลังดี และโมจิที่ทางร้านทำเอง แป้งมีความเหนียวนุ่ม ราดด้วยน้ำเต้าตู้ เป็นเมนูของหวานเพื่อสุขภาพที่อยากให้ลอง

ที่ว่ามา เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากเมนูอีกมากมาย ลองมาโดน มาชิมกันให้ได้ โปรบุฟเฟต์มีให้ทานกันตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธันวาคม 2561

 

 

 

 

Previous article“อัลไซเมอร์” กับ “โรคสมองเสื่อม” ต่างกันอย่างไร
Next articleกรมอุตุฯออกประกาศเตือน ฉบับที่ 8 “ฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง (มีผลกระทบตั้งแต่ 29 ก.ย.- 1 ต.ค.)”