HUNTER POKE เสิร์ฟเมนูพื้นเมืองฮาวายในสไตล์แคลิฟอร์เนีย ประยุกต์ให้ถูกปากคนไทย

“Hunting for the better thing in life. เรามุ่งมั่นสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า” นี่คือสโลแกนของร้าน Hunter Poke (ฮันเตอร์ โป๊ะเกะ) ร้านอาหารที่นำเมนูพื้นเมืองของฮาวายมาเปิดเป็นเจ้าแรกในเมืองไทย และเพิ่งเปิดสาขาล่าสุดในสยามเซ็นเตอร์

Hunter Poke สาขาสยามเซ็นเตอร์มีความโดดเด่นตั้งแต่แรกมองเห็น ด้วยคอนเซ็ปต์ Island of Happiness ทำให้บรรยากาศภายในร้านดูสนุกสนาน สดใส เหมือนอยู่ในร้านอาหารริมทะเล ส่วนรสชาติอาหารจะเป็นอย่างไร “ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสไปชิมมาแล้ว และเราอยากนำความน่าสนใจของเมนูสร้างสรรค์นี้มาบอกต่อ

ก่อนที่จะชิมอาหาร เบิร์ด-ปริญญา ศรีสิทธิสุริยา เจ้าของร้านให้ข้อมูลว่า โป๊ะเกะเป็นอาหารพื้นเมืองของชาวฮาวาย กรรมวิธีการทำเมนูนี้ คือ นำเนื้อปลาดิบมาหั่นเป็นทรงลูกเต๋า คลุกเคล้ากับผักพื้นเมือง น้ำมันงา และซอสต่าง ๆ แล้วนำมาราดบนข้าว ลักษณะการทานคล้ายข้าวราดแกงที่บ้านเรา

เมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ เมนูโป๊ะเกะได้รับความนิยมมากในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา รวมทั้งในทวีปยุโรป แต่ได้มีการประยุกต์ส่วนผสม รสชาติ และปรับเปลี่ยนหน้าตาให้ดูสวยงามขึ้น ณ ช่วงเวลาที่โป๊ะเกะเป็นที่นิยมในแคลิฟอร์เนียนั้น ปริญญาเรียนและใช้ชีวิตอยู่ที่แคลิฟอร์เนียพอดี ที่นั่นเขาได้รู้จักกับ บิ๊ก-นิพัทธ์ กรเณศ นั่นเป็นที่มาที่สองคนนี้เขาร่วมหุ้นกันนำเมนูโป๊ะเกะสไตล์แคลิฟอร์เนียเข้ามาเปิดร้านของตัวเองในประเทศไทยเมื่อปี 2016

โป๊ะเกะของร้าน Hunter Poke ใช้เวลากว่า 1 ปีในการคิดค้นและพัฒนาเมนูให้มีรสชาติโดดเด่นและถูกปากคนไทย คือจะต้องมีวัตถุดิบหลากหลาย สดใหม่ รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น และหน้าตาดึงดูดให้รู้สึกว่าน่าทาน

เจ้าของร้านบอกว่า ปกติแล้วการทานโป๊ะเกะที่อเมริกาจะมีขั้นตอนการสั่งอยู่ 5 สเต็ป คือ 1.เลือกข้าว 2.เลือกประเภทของเนื้อสัตว์หรือโปรตีน 3.เลือกท็อปปิ้ง 4.เลือกซอส
5.เลือกวัตถุดิบสำหรับโรยด้านบน

สำหรับคนไทยที่ไม่เคยทานเมนูนี้มาก่อน หรืออาจจะเคยทานแต่ไม่บ่อย ถ้าให้เลือกวัตถุดิบมาคลุกเคล้าเองอาจจะรู้สึกว่าได้รสชาติแปลก ๆ เพราะเรายังไม่เชี่ยวชาญพอว่าเลือกอะไรกับอะไรจึงจะเข้ากัน อาจทำให้เลือกพลาดแล้วเกิดเป็นประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจ ดังนั้น ร้าน Hunter Poke จึงมีเมนูที่คิดสำเร็จไว้ให้ลูกค้าเลือกหลากหลายเมนู ซึ่งล้วนผ่านการทดลองกันมาแล้วว่าวัตถุดิบตัวไหนเข้ากับตัวไหน เหมาะคลุกกับซอสอะไร แต่สำหรับใครที่อยากลองมิกซ์เองก็ยังเลือกได้เหมือนเดิม และทางร้านก็ยังมีซุปมิโซะกับซุปฟักทองให้เลือกทานคู่กับโป๊ะเกะด้วย

เมนูยอดฮิตที่เจ้าของร้านแนะนำ คือ “X Factor” เป็นการนำเสนอความอร่อยจากวัตุดิบพรีเมี่ยมสไตล์ญี่ปุ่นที่นำเนื้อปลาแซลมอนดิบ ทูน่าดิบ และปลาไหลย่าง มามิกซ์กับไข่หวาน ถั่วแระ เพิ่มความหอมหวานสดชื่นด้วยมะม่วงสุก ปรุงรสด้วยโชยุสูตรพิเศษของร้าน ตัดคาวด้วยซอสสไปซี่มาโย โปะมาบนข้าวสาหร่ายญี่ปุ่น โรยหน้าด้วยงาและไข่ปลาแซลมอนเป็นการเพิ่มสีสันให้น่ารับประทาน ในเรื่องรสชาติถือว่าเข้มข้นมาก ถ้าลดปริมาณโชยุเพื่อลดรสเค็มลงอีกสักหน่อยน่าจะกลมกล่อมกำลังดี

อีกหนึ่งเมนูที่ร้านคิดค้นขึ้นมาใหม่ชื่อว่า “Triple Sea” เป็นการนำวัตถุดิบสามแหล่งน้ำมารวมไว้ในชามเดียว แซลมอนเนื้อนุ่ม ๆ หั่นเต๋าพอดีคำ แท็กทีมกับกุ้งซูชิไซซ์ใหญ่ และเอ็นกาวะหรือครีบปลาตาเดียวนำมาเผาไฟ มิกซ์กับมะเขือม่วงอบ ปูอัดฉีก เห็ดออรินจิ แตงกวาญี่ปุ่น คลุกเคล้ากับซอสไวต์ทรัฟเฟิลโชยุ โปะมาบนข้าวญี่ปุ่น โรยหน้าด้วยสาหร่ายแห้ง เมนูนี้เป็นเมนูที่มีความหลากหลายรวมอยู่ในชามเดียว รสเค็มของซอสผสานกับรสหวานของเอ็นกาวะ มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มของปลาแซลมอนบวกกับความหนึบของมะเขือม่วงอบ เรียกได้ว่าเป็นเมนูที่สร้างสรรค์อีกเมนูหนึ่ง

สุดท้าย “Rosa Chicken Champignon” เมนูพิเศษที่มีเฉพาะสาขาสยามเซ็นเตอร์เท่านั้น เป็นเมนูที่นำอกไก่ไปหมักกับโรสแมรี่และไทม์ นอกจากเพิ่มความนุ่มให้อกไก่แล้วยังได้กลิ่นหอมของสมุนไพร เสิร์ฟมาคู่กับเห็ดแชมปิญอง ร็อกเกต ราดซอสครีมมะเขือเทศครีมและโชยุ ตัดความเลี่ยนด้วยผักดอง เป็นเมนูที่เหมาะกับคนไม่ทานปลาดิบ รวมทั้งคนที่ออกกำลังกายและต้องการโปรตีนเมนูนี้ถือว่าเหมาะมาก ๆ

หน้าตาของโป๊ะเกะอาจจะดูเป็นอาหารคลีนเพื่อสุขภาพ แต่เจ้าของร้านบอกว่าไม่อยากให้มองว่าเป็นอาหารคลีนเพื่อสุขภาพ เพราะหลายคนรู้สึกว่าอาหารคลีนหรืออาหารที่ดีต่อสุขภาพมักจะไม่ค่อยอร่อย แต่โป๊ะเกะของร้านนี้ปรุงรสชาติให้เข้มข้นถูกปากคนไทยเหมือนกินอาหารทั่วไป ส่วนเรื่องดีต่อสุขภาพถือว่าเป็นผลพลอยได้จากวัตถุดิบที่หลากหลาย ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย

มาต่อกันที่เครื่องดื่มของทางร้านก็มีให้เลือกหลายเมนู ทั้งชาเขียวมัทฉะรสเข้ม หรือจะเป็นสมูทตี้ผลไม้ที่จะนำผลไม้แต่ละชนิดไปแช่แข็งก่อนจะนำมาปั่นเป็นสมูทตี้โดยไม่ใส่น้ำแข็งและน้ำตาลเลย เพื่อให้ได้รสชาติจากผลไม้เต็ม ๆ ทั้งยังคงความสดชื่น อร่อย และสุขภาพดีไปในตัว อย่างเมนู “Hawaiian Passion” ที่นำสับปะรด มะม่วง น้ำมะพร้าวมาปั่นรวมกัน ให้รสชาติที่เปรี้ยวหวานกำลังดี หรือจะเป็นเมนู “Amazon Spirit” โดยนำอาซาอิมาปั่นรวมกับนมกัวรานาและน้ำมะพร้าว มีรสชาติหวานมันพร้อมกับกลิ่นหอมกับน้ำมะพร้าว

ปิดท้ายด้วยของหวานกับไอศกรีม Fruit Bowls ที่มีให้เลือกถึง 4 สูตร เมนูที่เราเลือกมาทานเป็น “Venice Bowl” ซึ่งเป็นเมนูที่นำผลไม้แช่แข็งทั้งอาซาอิ แบล็กเบอรี่ บลูเบอรี่ กล้วยหอม สับปะรด และน้ำมะพร้าว ปั่นรวมจนเป็นเนื้อเดียวกัน โปะหน้าด้วยกล้วยหอม โกจิเบอรี่ และกราโนลา เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม มีรสชาติเปรี้ยวหวาน ยิ่งทานคู่กับท็อปปิ้งผลไม้ก็ยิ่งเข้ากันสุด ๆ และยังมากไปด้วยคุณประโยชน์ ถือเป็นของหวานที่เลือกแล้วไม่รู้สึกผิดเลย

ร้าน Hunter Poke มีทั้งหมด 4 สาขา มีที่ เดอะ คอมมอนส์ ทองหล่อ, เดอะ คอมมอนส์ ศาลาแดง, ดิ เอ็มควอเทียร์ ส่วนสาขาน้องใหม่ที่สยามเซ็นเตอร์ ซึ่งเราไปชิมมานี้ เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น. ถ้าใครอยากกิน อยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก็โทร.ไปได้ที่เบอร์ 09-2857-5788

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ