จักษุแพทย์เตือน เห็นจุดขาวๆลอยในลูกตา-มีฟ้าแลบร่วม อันตรายสุดๆ พบหมอด่วน ไม่แนะนำล้างตาเอง

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงาน “เฮลท์แคร์ 2018” ซึ่งจัดโดยบริษัท มติชน จำกัด(มหาชน) และสื่อในเครือ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ฯลฯ มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ กิจกรรม Doctor Talk : “ดนตรีบำบัด” นวัตกรรมรักษาต้อกระจก รางวัลเหรียญทองโลก โดยรศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศ์กิตติรักษ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาให้ความรู้เกี่ยวกับดนตรีบำบัดการรักษาต้อกระจก และการดูแลรักษาตาอื่นๆ

โดยรศ.นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า โรคต้อกระจก เป็นสาเหตุตาบอดอันดับหนึ่ง จริงๆเลนส์ตาคนเราขุ่น อาจทำให้เกิดต้อกระจกอันควร เช่นคนเป็นเบาหวาน สาเหตุมาจากวัยเป็นหลัก อาการช่วงแรก มองอะไรจะเห็นเป็นฝ้าขาวๆ เราอาจไม่รู้สึก เราลองทำแบบเอาปฏิทินวางไว้ผนัง และเอาตามองดู ปิดข้างหนึ่งเห็นปกติหรือไม่ และลองเทียบกับคนในบ้าน จึงต้องลองวัดดู ดังนั้น หากตาเริ่มมองไม่ชัด มีอะไรเป็นหมอกๆ ก็ต้องรีบพบจักษุแพทย์แล้ว ส่วนการรักษานั้น เทคโนโลยีปัจจุบันการรักษาโรคต้อกระจกดีมาก แต่คนที่มาแนะนำว่ามีวิธีอื่นๆ อย่างกินยาบำรุง หรือไปนวดกดตา อันนี้ไม่จริง อันตรายมาก ยิ่งปัจจุบันโฆษณาเกินจริงมากมาย ดังนั้น การรักษาปัจจุบันที่ดีคือ การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวน์ และผ่าตัดใส่เลนส์แก้วตาเทียมให้ ไม่ต้องถอดล้าง ซึ่งถือว่าเลนส์แก้วตาเทียมได้ผลดีที่สุด อยู่กับเราได้ตลอดชีวิต ปฏิกิริยาต่อต้านไม่มี ที่ผ่านมาเลนส์แก้วตาเทียมทำจากกระจกเครื่องบิน ซึ่งเลนส์แก้วตาเทียมทำแล้วไม่ต้องเปลี่ยนอีก เพราะส่วนใหญ่รับประกัน 100 ปี ซึ่งมีหลายแบบเราสอบถามจักษุแพทย์ได้


นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ปัจจุบันการรักษาต้อกระจก ไม่ต้องวางยาสลบ แค่หยอดยาชา เนื่องจากเราต้องการความร่วมมือกับคนไข้ เช่น การมองตรง มองขึ้น แต่ปัญหาคือ คนไข้บางคนก็กังวล เพราะบอกว่าจะต้องนอนลืมตาก็จะยิ่งกังวล จึงเป็นที่มาของศูนย์ต้อกระจกห มธ. ว่ามีวิธีไหนลดความเจ็บปวด ซึ่งปัจจุบันแทบไม่มีอยู่แล้ว แต่บางคนก็กังวล เราจึงพบว่า มีการใช้ดนตรีบางชนิดลดความเจ็บปวดได้ ซึ่งเป็นเพลงที่ดีไซน์มาเฉพาะ และได้รับรางวัลระดับโลกที่เจนีวา โดยร่วมมือกับแพทย์ ในการเลือกเพลงที่ต้องมีเสียงสม่ำเสมอ ไม่มีเครื่องเคาะ เพราะจทำให้คนไข้ตื่นตกใจตลอดเวลา และเสียงที่ได้ยินบริเวณหูต้องอยู่ที่ระดับ 80 เดซิเบล ซึ่งจะลดความกังวลได้ โดยปัจจุบันการรักษานี้อยู่ที่ศูนย์ต้อกระจก มธ. ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนนี้

การป้องกันหรือสังเกตอาการโรคต้อกระจกอย่างไร นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า โรคต้อกระจกเป็นโรคที่ทุกคนต้องเป็น เพียงแต่จะเป็นตอนอายุเท่าไหร่ โดยทั่วไปอายุประมาณ 60 ปี ซึ่งปัจจุบันเราไม่ได้รอให้ต้อกระจกสุกค่อยรักษา เพราะเสี่ยงเกิดโรคต้อหินแทรกซ้อนได้ ดังนั้น ปัจจุบันหากต้อกระจกทำให้เราเสียคุณภาพชีวิต ก็ต้องรีบมาพบจักษุแพทย์ ที่ผ่านมาเทคโนโลยีอาจไม่ดีมากทำให้ต้องรอคิว แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีการแพทย์ดีขึ้นมาก จึงไม่จำเป็นต้องรอคิว ไม่ต้องนอนพักฟื้นที่รพ. ผ่าเสร็จกลับบ้านได้เลย อย่างไรก็ตาม การสลายต้อกระจกมีแผลแค่ 2 มม. วิธีดูแลตัวเองก็สั้นลงแค่ 3 สัปดาห์ก็ล้างหน้า สระผมได้ และช่วงนี้อย่าขยี้ตา หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติ จริงๆ แค่ผ่าตัดปกติก็ทำกิจกรรมปกติได้เลย

“กรณีผ่าตัดแล้ว แต่ป่วยโรคทางสายตาก็สามารถรักษาได้ ก็เหมือนได้เลนส์แก้วตามาใหม่นั่นเอง จริงๆดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางมาก ดังนั้น เราต้องดูแลดวงตาให้ดี อย่างนั่งรถ ต้องรัดเข็มขัด เพราะหากไม่รัด หน้าเราพุ่งกระจก สูญเสียดวงตาก็เยอะ แม้จะเป็นกระจกนิรภัยเช่นกัน รวมทั้งการใช้โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน เราต้องดูต้องเล่นอย่างถนอมดวงตา อย่าเล่นต่อเนื่องนานๆ เพราะเล่นมากเราก็ต้องใช้สายตามาก ดังนั้น ทุกๆ 20 นาทีก็ต้องหยุดพัก ลดการเพ่งของตา ส่วนคนที่ทำงาน เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ต้องพักสายตาด้วย และอีกอย่างคนเป็นมากคือ ตาแห้ง สิ่งที่อยากแนะนำคือ อย่าไปนั่งตรงมีลมพัด เพราะจะยิ่งทำให้ตาแห้ง” นพ.ศักดิ์ชัย กล่าว

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวอีกว่า จริงๆการใช้น้ำตาเทียม ก็ต้องพิจารณาดีๆ และควรไปพบจักษุแพทย์ก่อนว่า เราเป็นโรคตาอะไร และหากได้น้ำตาเทียมมา ก็ควรถามแพทย์เลยว่า เราสามารถซื้อใช้ได้หรือไม่ แต่จริงๆน้ำตาเทียมจริงๆ ถือว่าปลอดภัยจริงๆ ส่วนการล้างตาก็ไม่แนะนำ ยิ่งน้ำยาล้างตาก็เป็นสารเคมี เพราะโดยธรรมชาติ เวลาเรารู้สึกเหมือนมีฝุ่นเข้า น้ำตาก็จะไหลอัตโนมัติ โดยเราไม่ต้องขยี้ตา เพราะจะยิ่งทำให้ช้ำมาก นอกจากตาแห้ง ยังมีภาวะเห็นหยากไย่ หรือจุดลอยๆ ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ ตรงกลางจะมีน้ำวุ้นหล่อเลี้ยงอยู่ และหากน้ำวุ้นเกิดตะกอน และเมื่อลอยผ่านแนวแสงก็จะเกิดจุดๆ จริงๆ ไม่เป็นอันตราย แต่สิ่งที่กลัว คือ ตะกอนจะไปดึงกระชากประสาทตา หมอจะถามว่า เคยเห็นฟ้าแลบด้วย รีบไปพบจักษุแพทย์ดีที่สุด เพราะหากกระชากประสาทตามากๆ จอประสาทตาขาดได้

 

ที่มา  มติชนออนไลน์