คนกรุงอย่ามองข้าม! ทำความรู้จักโรค “ภูมิแพ้” พร้อมแนวทางรักษาในงานเฮลท์แคร์ 2018

มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ “เฮลท์แคร์ 2018” ปีนี้มาในธีม “สายตาดีมีสุข” ที่จัดโดยบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ภายในงานมีการจัดเสวนา เวิร์กช็อป จำหน่ายสินค้าและบริการด้านสุขภาพกว่า 200 บูท พร้อมบริการตรวจร่างกายฟรีและแพ็กเกจสุขภาพจากโรงพยาบาลชั้นนำในราคาสุดพิเศษ

หลังจากผ่านมาสองวัน “ประชาชาติธุรกิจ” พาไปสำรวจแบบเจาะลึกถึงโปรแกรมตรวจสุขภาพของบูธ “ศูนย์การแพทย์ แอ๊บโซลูท เฮลท์” บูธเลขที่ B10-11 นอกจากจะให้บริการตรวจวัดอายุ หลอดเลือดแล้ว ยังให้คำปรึกษา ในเรื่องโรคภูมิแพ้ , โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ,โรคเบาหวาน ,การล้างสารพิษที่ตับ อีกด้วย

โดยแต่ละโรคจะมีแพทย์คอยให้คำแนะนำ รวมถึงบอกรายละเอียดถึงแนวทางการรักษา อาทิ โรคภูมิแพ้ ซึ่งสภาพอากาศในกรุงเทพฯ รวมถึงพื้นที่ในหลายจังหวัดก่อนหน้านี้มีข่าวถึงค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน บุคคลที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วจึงควรหลีกเลี่ยง หรือสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน


ภูมิแพ้เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ ในระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา โดยในประเทศไทยมีอุบัติการณ์ของโรคภูมแพ้โดยเฉลี่ยคือ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ร้อยละ 23-30 โรคหลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคหืด ร้อยละ 10-15 โรคผื่นผิวหนังอักเสบจากภูิแพ้ ร้อยละ 15 และโรคแพ้อาหาร ร้อยละ 5 ซึ่งเด็กมีอัตราเป็นภูมิแพ้มากกว่าผู้ใหญ่ 

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เป็นภูมิแพ้คือ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม หากพ่อแม่เป็นโรคภูมิแพ้ ลูกมีสิทธิ์เป็นภูมิแพ้ได้ง่ายขึ้น หรืออีกสาเหตุคือ การติดเชื้อซ้ำซากยาวนาน ในส่วนนี้รวมถึงไวรัส แบคทีเรีย จนถึงสภาพแวดล้อมรอบตัว โดยที่ร่างกายไม่สามารถขับออกหมดได้เป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน ก่อให้เกิดภูมิแพ้ขึ้น

สำหรับอาการภูมิแพ้จะแสดงออก เมื่อร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ อาทิ ขนหมา ขนแมว ละอองเกสรดอกไม้ ไรฝุ่น อาหาร หรือสารเคมีต่างๆ ขึ้นอยู่กับว่าสารก่อภูมิแพ้เกิดอาการตอบสนองต่อระบบใดในร่างกาย ถ้าตอบสนองที่ระบบทางเดินหายใจจะทำให้เกิดอาการน้ำมูกไหล จาม หอบหืด หรือตอบสนองต่อผิวหนังจะเกิดผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ เเละหากตอบสนองต่อระบบทางเดินอาหารจะทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย เป็นต้น

ส่วนคำถามที่ว่า ภูมิแพ้รักษาได้จริงหรือไม่นั้น ปกติจะเห็นว่าคนที่เป็นภูมิแพ้จะต้องทานยาไปตลอดชีวิต โดยต้องทดสอบหาสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ ร่วมกับการใช้ยาระงับอาการแพ้ ซึ่งต้องใช้ยาต่อเนื่อง ไปจนถึงการฉีดวัคซีนที่ทำจากสารก่อภูมิแพ้แบบเจือจาง ใช้เวลารักษานาน ค่าใช้จ่ายสูง เห็นผลประมาณ 30% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการรักษาแบบปลายเหตุ

โดยแนวทางการรักษาภูมิแพ้ ของ “ศูนย์การแพทย์ แอ๊บโซลูท เฮลท์” ที่เน้นการรักษาแบบต้นเหตุ เริ่มจากการตรวจภาวะภูมิแพ้อาหารแอบแฝง ที่อาจเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ ประกอบกับการใช้วิธีลดการอักเสบในร่างกาย การทำวัคซีนจากเลือดของผู้ป่วยเอง ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เนื่องจากใช้สารสกัดมาจากตัวผู้ป่วยเอง จึงปลอดภัย ไม่มีอาการต้านยา หรือแพ้ยา นอกจากนี้ยังมีการให้สารอาหาร ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกายทำให้ระบบขับสารพิษทำงานดีขึ้น 

ด้วยแนวทางแบบผสมผสานดังกล่าวจะช่วยฟื้นฟูภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วยให้อาการแพ้สงบลง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันคืนสู่สภาวะสมดุลนั้นเอง

สำหรับใครที่อยากเข้าร่วมงาน มหกรรมสุขภาพเฮลท์แคร์ 2018 สามารถเข้าร่วมได้ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน -1 กรกฎาคมนี้

Previous articleสัญญาณดี ! ‘ผู้ว่าฯเชียงราย’ เตรียมทีมแพทย์-อาหารมนุษย์อวกาศให้พลังงาน ช่วย 13ชีวิตทีมหมูป่า
Next articleไทยในยุทธศาสตร์ Belt and Road “สมคิด” เชื่อมโลกด้วยรถไฟความเร็วสูง