อายุน้อยอย่าเพิ่งตายใจ เด็ก-วัยรุ่น ก็เป็นเบาหวานได้

โรคเบาหวานถือเป็นโรคที่พบมากในคนสูงอายุ หรือคนที่อยู่ในช่วงวัยกลางคน แต่เราไม่ค่อยรู้กันว่าโรคเบาหวานสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยเด็ก รวมทั้งมีสาเหตุและการดูแลรักษาที่แตกต่างกันกับโรคเบาหวานในผู้ใหญ่ เนื่องจากในวัยเด็ก ร่างกายยังต้องการการเจริญเติบโตที่สมวัย จึงต้องดูแลกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เด็ก ๆ เจริญเติบโตได้ตามปกติ

พญ.นิภาพรรณ จรดล กุมารแพทย์ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า โรคเบาหวานที่พบในวัยเด็กและวัยรุ่นแบ่งเป็น 3 ชนิด ได้แก่ 1.โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันในร่างกาย

ผู้ป่วยทำลายเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างอินซูลินในตับอ่อน จึงทำให้มีภาวะขาดอินซูลินตามมา 2.โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากการที่ร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นเบาหวานชนิดที่พบมากในผู้ใหญ่ แต่ปัจจุบันพบว่าเกิดในผู้ป่วยที่อายุน้อยลง เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงคือภาวะโภชนาการเกินที่พบมากขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก 3.โรคเบาหวานที่เกิดจากสาเหตุอื่น ได้แก่ ภาวะความผิดปกติของสารพันธุกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาของตับอ่อน การติดเชื้อ รวมถึงยาบางชนิด


เบาหวานชนิดที่พบบ่อยในเด็กและวัยรุ่นส่วนใหญ่เกิดจากเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งสาเหตุของการเกิดเบาหวานชนิดที่ 1 ยังไม่ทราบแน่ชัดในปัจจุบัน เชื่อว่าเกิดจากภาวะความเสี่ยงทางพันธุกรรม และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ร่วมกับปัจจัยทางสภาวะแวดล้อม เช่น การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เป็นต้น ซึ่งนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันที่ไปทำลายเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างอินซูลินในตับอ่อน

อาการของเด็กที่พบว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากมีภาวะขาดอินซูลิน จึงไม่สามารถนำน้ำตาลในกระแสเลือดเข้าไปใช้เป็นพลังงานในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้อวัยวะต่าง ๆ มีภาวะขาดน้ำตาลหรือพลังงาน ร่วมกับการมีน้ำตาลสูงในกระแสเลือด โดยในระยะแรกของโรค เด็ก ๆ จะมีอาการอ่อนเพลียง่าย รับประทานอาหารและน้ำมากขึ้น แต่น้ำหนักไม่เพิ่มขึ้นหรือลดลง มีปัสสาวะมากกว่าปกติ หากไม่ได้รับการรักษาร่างกายจะมีการสลายพลังงานสะสมในร่างกาย ซึ่งทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรดจากสารคีโตน ที่เรียกว่าภาวะ “ดีเคเอ (DKA : diabetic ketoacidosis)” ตามมา โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หอบเหนื่อย ซึมจากภาวะสมองบวม รวมทั้งอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

สำหรับกระบวนการตรวจรักษา แพทย์ต้องอาศัยการซักประวัติอาการดังที่กล่าวไป ร่วมกับการเจาะตรวจน้ำตาลในเลือด เมื่อพบแน่ชัดว่าเป็นโรคเบาหวาน แพทย์จะทำการรักษาด้วยการให้อินซูลินทดแทนโดยการฉีดเข้าชั้นไขมันวันละ 3-4 ครั้ง หรือผ่านเครื่องจ่ายอินซูลินเข้าร่างกายอย่างต่อเนื่อง (insulin pump) ร่วมกับการเจาะตรวจน้ำตาลปลายนิ้วเพื่อช่วยในการปรับยาอินซูลินให้เหมาะสม เพื่อป้องกันอันตรายจากภาวะน้ำตาลสูงและน้ำตาลต่ำระหว่างการรักษา นอกจากนี้ อาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จะไม่ได้เน้นการจำกัดพลังงานดังเช่นในเด็กที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่ควรเป็นอาหารที่มีพลังงานและสัดส่วนอาหารที่เหมาะสมตามวัย เพื่อให้เพียงพอต่อการเจริญเติบโต

พญ.นิภาพรรณบอกอีกว่า เด็กที่เป็นเบาหวานอาจพบภาวะแทรกซ้อนได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยภาวะแทรกซ้อนในระยะสั้นเกิดได้จากภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดสูงมาก ร่วมกับมีเลือดเป็นกรดจากสารคีโตน หรือ “ดีเคเอ” ซึ่งอาจเกิดจากการขาดอินซูลินหรือมีภาวะเจ็บป่วยที่กระตุ้นให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นกว่าปกติ

นอกจากนี้ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำซึ่งเกิดจากการได้รับยาอินซูลินในปริมาณที่ไม่เหมาะสมกับปริมาณอาหารและระดับน้ำตาลในเลือดก็จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้เช่นกัน โดยเด็ก ๆ จะมีอาการเหงื่อออกมาก ใจสั่น ซึมลง หรืออาจมีอาการรุนแรง คือชักและหมดสติได้ ส่วนภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว เกิดจากการมีภาวะน้ำตาลสูงเป็นระยะเวลานาน โดยอาจประเมินจากค่าน้ำตาลสะสม หรือ HbA1C เป็นระยะ ซึ่งหากมีค่าสูงเป็นระยะเวลานาน จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ผลต่อจอประสาทตา ไต ระบบประสาทส่วนปลาย ระบบหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น

“จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งพบได้มากในเด็กและวัยรุ่น อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวมากมาย นอกจากนี้ การรักษาต้องใช้ทักษะในหลาย ๆ ด้าน ทั้งความรู้ด้านโภชนาการ การรักษาด้วยยาอินซูลินซึ่งเป็นยาชนิดฉีด และต้องมีการปรับยาตามอาหารและระดับน้ำตาลปลายนิ้ว จึงมีความจำเป็นที่เด็กจะต้องได้รับทั้งกำลังใจและความช่วยเหลือจากทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปกครอง รวมถึงครู เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลที่เหมาะสม”

สุดท้าย คุณหมอบอกว่า ถึงแม้ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่ทำให้หายขาดจากโรคนี้ แต่ก็มีการพัฒนาชนิดของยาและอุปกรณ์ที่จะช่วยลดความยุ่งยากและความเจ็บปวดจากการเจาะเลือดและฉีดยาให้ลดน้อยลง จึงทำให้เด็ก ๆ ที่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ มีการเจริญเติบโตสมวัยและห่างไกลจากภาวะแทรกซ้อน

Previous articleเปิดเคล็ดลับ “O&B” ขายออนไลน์อย่างไรให้ปัง ทะลุ 400 ล.
Next article“ดูแตร์เต”สนุกปาก! บอก “ใช้กัญชา” เพื่อให้ตัวเองตื่น ก่อนบอก “ล้อเล่นขำๆ”