“คลีนนิ่งซิสเต็ม” ปราบฝุ่นซุปเปอร์จิ๋วเคลือบเชื้อโรค ตัวอันตรายในบ้านที่เล็กกว่า PM2.5

PM2.5 ฝุ่นอนุภาคจิ๋ว แต่พิษสงเหลือร้ายที่คนไทยกำลังตื่นกลัว ด้วยอนุภาคเล็กจึงยิ่งทวีความร้ายแรงสามารถทะลุทะลวงเข้าสู่อวัยวะสำคัญภายในร่างกาย ก่อให้เกิดสารพัดโรคร้าย ทั้งโรคปอด ภูมิแพ้ หัวใจ เส้นโลหิตในสมองแตก เซลล์เสื่อมก่อนวัย ทำลายเซลล์สมองของเดิมพัฒนาการช้าลง หรือโรคคนแก่ รวมถึงโรคมะเร็ง

ฝุ่นจิ๋วมีอยู่ที่ไหนบ้าง? แล้วจะทำอย่างไรถึงจะสกัดหรือกำจัดเจ้าอนุภาคจิ๋วตัวร้ายออกไปจากวงจรชีวิตได้!!?

ศรีสิงห์ สว่างทรัพย์ ประธานกรรมการบริษัทภัคเดชา แอสเสท จำกัด ผู้คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจเครื่องฟอกอากาศและเครื่องดูดฝุ่นระดับพรีเมียมมากว่า 10 ปี และยังเป็นผู้จำหน่ายเครื่องดูดฝุ่นและเครื่องฟอกอากาศสัญชาติอเมริกัน ยี่ห้อเรนโบว์ เพียงรายเดียวในประเทศไทย มายาวนานถึง12ปี มีคำตอบถึงการป้องกันฝุ่น PM2.5 รวมถึงฝุ่นที่อนุภาคเล็กกว่า PM2.5 ไว้อย่างน่าสนใจ

“ที่คนกลัวตอนนี้คือฝุ่นภายนอกบ้านหรือนอกอาคาร แต่ที่น่ากลัวจริงๆคือฝุ่นภายในบ้านหรือในอาคาร ฝุ่นจะมาพร้อมกับสิ่งปฏิกูล เชื้อโรค ไวรัส เชื้อราแบคทีเรีย จุลินทรีย์ ล่องลอยอยู่ในอากาศ คนส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจว่าฝุ่นในบ้านสกปรกมากกว่านอกบ้านกว่า 20-30 เท่า

“เราอยู่ในบ้านในอาคารเกือบทั้งชีวิต จากการอ่านงานวิจัยพบว่าประมาณ80% เราหายใจเอาอากาศภายในบ้านหรือในอาคาร เพราะเรานอนอยู่ในห้องนอนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เท่ากับ1ใน3ของชีวิต และกิจกรรมอื่นๆในบ้าน รวมกับที่ทำงาน รถยนต์ ฟิตเนส เดินห้าง ก็อยู่ในอาคาร โดยมีเพียง10-20%ที่เราหายใจนอกบ้านหรือนอกอาคาร”ศรีสิงห์เผย

ด้านขนาดของฝุ่น ศรีสิงห์ เผยว่า PM2.5มันเล็ก เรารู้กันว่าเล็กถึงขนาดซึมเข้าไปในปอด ในกระแสเลือดได้ ทุกที่ที่เลือดจะไปเลี้ยงไม่ว่าสมอง หัวใจ มันก็ทำให้เสื่อม เป็นโรคมะเร็งได้

“PM2.5 แต่ละที่สกปรกไม่เท่ากัน เพราะสิ่งที่เจือปนอยู่มันหลากหลาย อย่างแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา จุลินทรีย์ เล็กอยู่ที่ระดับ 0.2-0.3 ไมครอน เครื่องฟอกอากาศทั่วไปกรองไม่ได้แล้ว แต่สิ่งพวกนี้อยู่ในบ้าน คนทั่วไปไม่ค่อยรู้ ในบ้านมีความชื้น แสงแดดเข้าไม่ถึง ไม่มีอากาศถ่ายเท และยังมีการใช้สารเคมีในการอุปโภค โดยแบคทีเรียมักจะอยู่ในที่อับชื้น

“ขณะที่นอกบ้านจุดที่ค้นพบเชื้อโรค เชื้อรา มันปนเปื้อนอยู่ในอากาศ มีฝนชะล้าง แสงแดงฆ่าเชื้อโรค ระบบน้ำค้างที่ตอนเช้าๆจะดึงฝุ่นมาลงที่พื้น เวลาคนเราคิดถึงฝุ่น เชื้อโรค มักจะคิดว่านี่คือสิ่งที่ลอยอยู่ในอากาศแล้วเราหายใจเข้าไป แต่ฝุ่นอยู่ทุกที่มีน้ำหนักไม่เท่ากัน อนุภาคใหญ่น้ำหนักเยอะจะตกพื้นเร็ว ถ้าอนุภาคเล็กเบามากๆจะลอยนาน บางทีหลายวันถึงจะตกพื้น เวลาตกพื้นก็จะเต็มไปด้วยฝุ่น เวลาเดินหรือเตะเข้าไปจะเต็มไปด้วยฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นมามองไม่เห็นถ้าไม่มีแสงส่อง”

ศรีสิงห์ บอกว่า เมื่อไม่มีฝนตกในบ้าน ไม่มีน้ำค้าง ธรรมชาติบำบัดไม่ได้ เราจึงต้องพึ่งพาการทำความสะอาด การใช้เครื่องฟอกอากาศ การทำแอร์วอร์ชจึงมีความจำเป็น

ศรีสิงห์ เผยถึงประโยชน์และความจำเป็นของเครื่องฟอกอากาศว่า อย่างเรนโบว์เป็นเครื่องฟอกอากาศและเครื่องดูดฝุ่นในเครื่องเดียวกัน ได้ลิขสิทธิ์เป็นเครื่องฟอกอากาศระบบน้ำเครื่องแรกของโลก และได้รับการรับรองว่าเป็นแอร์คลีนเนอร์ เหมือนกับการทำฝนล้างอากาศในบ้าน หลักการคือฝุ่นที่เปียกบินไม่ได้ มันวิ่งผ่านน้ำไม่ได้ น้ำไม่มีรู อย่างเครื่องฟอกอากาศที่ใช้ฟิลเตอร์ต่อให้ดีขนาดไหนมันก็ยังมีรู ฉะนั้นโดยหลักการน้ำกรองได้ดีกว่าฟิลเตอร์ และเรนโบว์ยังมีฟิลเตอร์อีกชั้นน้ำ+TRUE HEPA เพราะน้ำเองก็ยังมีข้อจำกัดตามวิทยาศาสตร์ในการดักจับเชื้อโรคหรือก๊าซบางชนิดไม่ได้ 100 % ทำให้สามารถกำจัดฝุ่นจิ๋วและเชื้อโรคขนาดเล็กกว่าPM2.5ได้ ถ้าเปิดในห้องนอน เราตื่นเช้าขึ้นมาจะรู้สึกสดชื่น

“การนอนคือการพักผ่อนให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ตื่นขึ้นมาจะได้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า หายเหนื่อยล้า ความชราไม่มา โรคไม่ถามหา ฉะนั้นอากาศที่เราหายใจเข้าไปมีผลมากต่อสุขภาพในการฟื้นฟูร่างกาย เขาถึงบอกว่าควรจะมีเครื่องฟอกอากาศในห้องนอน”

ศรีสิงห์ บอกด้วยว่า ปกติหลายบ้านมีเครื่องดูดฝุ่น ในเครื่องจะมีที่ดักฝุ่น แต่ไม่ใช่เครื่องฟอกอากาศ จะจับได้แต่ฝุ่นอนุภาคใหญ่ และปล่อยฝุ่นอนุภาคเล็กออกมา วันนี้เรารู้แล้วว่าฝุ่นใหญ่ๆไม่อันตรายเพราะจมูกสามารถกรองได้ แต่ฝุ่นเล็กๆขนาดปอดยังจับไม่อยู่ เข้าไปในผนังปอด ในเซลล์ รวมถึงเวลาดูดฝุ่น เราจะไม่ทิ้งฟิลเตอร์ทุกวัน บางทีเป็นสัปดาห์ ฝุ่นเชื้อโรค ความชื้น อาหาร ดูดเข้าไปในเครื่อง พออยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เชื้อโรคก็เพาะ เจริญเติบโต สกปรกมากกว่าเดิมมาก เวลาเอามาใช้อีก มันจะผลักตรงนี้ออกไปทางด้านหลังเครื่อง ก็จะเหม็น มีทั้งสารก่อมะเร็ง โรคหัวใจ เส้นโลหิตในสมองแตก แสดงให้เห็นว่ามันไม่ได้กำจัดเชื้อโรคที่รุนแรง ( รณรงค์ให้ใช้เครื่องดักอากาศเทสท้ายเครื่องดูดฝุ่นที่บ้านของท่านเองเพื่อป้องกันภัยร้ายใกล้ตัว )

“ตรงนี้ยังไม่มีใครให้ความรู้กับชาวบ้านว่า เครื่องดูดฝุ่นก็ฟุ้งกระจายได้ ปกติคนมักจะมองว่าไม้กวาดมันฟุ้งกระจาย แต่ก็ยังเป็นฝุ่นขนาดใหญ่ที่ร่างกายกรองได้ ต่างกับเครื่องดูดฝุ่นที่เพาะเชื้อโรคที่สกปรกมากกว่าเดิมเป็น100เท่า

นอกจากนี้ ศรีสิงห์ ยังเตือนด้วยว่า อีกตัวการร้ายที่เป็นเหมือนโรงงานเพาะฝุ่นและเชื้อโรคชั้นดี คือ เตียงนอน หมอน ผ้าห่ม ผ้าม่าน เพราะมีไรฝุ่นและสิ่งปฏิกูลสะสมอยู่จำนวนมาก

เมื่อ PM2.5 ฝุ่นอนุภาคจิ๋ว รวมถึงฝุ่นซุปเปอร์จิ๋วที่เล็กกว่าPM2.5 กลายเป็นแขกไม่ได้รับเชิญตัวร้ายที่บุกเข้ามาในบ้าน ซ้ำยังหอบเอาเชื้อโรคพ่วงมาด้วย ระบบคลีนนิ่งซิสเต็มจึงจำเป็นอย่างยิ่งยวดในโลกยุคปัจจุบัน!!!

Previous articleบสก. 8 ร่วมฟังบรรยายหัวข้อ สถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลกและการพัฒนาที่ยั่งยืน
Next articleโปรเม ไม่เคยคิด… ต้องรักษามือหนึ่งโลก